‘กรมขนส่ง’ เข้มหลักสูตรอบรม รับมาตรการตัดแต้มใบขับขี่ปีนี้

‘กรมขนส่ง’ เข้มหลักสูตรอบรม รับมาตรการตัดแต้มใบขับขี่ปีนี้

กรมการขนส่งทางบกเร่งออกแบบหลักสูตรสำหรับการอบรมซ้ำ รองรับความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลุยมาตรการตัดแต้มใบขับขี่ภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาเนื้อหาใหม่ “การคาดการณ์อุบัติเหตุ” เพิ่มทักษะการสอบใบขับขี่ให้รอบด้าน

จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขบ.อยู่ระหว่างร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อนำระบบตัดแต้มมาใช้กับใบอนุญาตขับขี่ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ทำผิดกฎจราจรก็จะถูกตัดแต้ม เช่น เมื่อผู้ได้รับใบขับขี่จะมีแต้มทั้งหมด 12 แต้ม และหากโดนตัดแต้มลดลงไปครึ่งหนึ่ง หรือเหลือ 6 แต้ม ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการอบรมใหม่

ซึ่งปัจจุบัน ขบ. อยู่ระหว่างการออกแบบหลักสูตรสำหรับการอบรมซ้ำ รองรับการอบรมผู้ที่ถูกตัดแต้มดังกล่าว คาดว่า ตร.จะนำมาใช้ภายในปีนี้ อีกทั้ง ขบ.ยังจะมีการพัฒนานำเนื้อหาเรื่อง “การคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception)” เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และทดสอบสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถ โดยเนื้อหาดังกล่าวเป็นการให้ความรู้ในการตัดสินใจ และการควบคุมรถที่ถูกต้อง เมื่อผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานใบอนุญาตขับรถให้ครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น

“มาตรการตัดแต้มใบขับขี่ กรมฯ ได้ดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบไปแล้ว คือการบังคับใช้กับใบขับขี่ผู้ขับรถขนส่งและรถสาธารณะ ส่วนภายใต้การดูแลของตำรวจจะเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคล ซึ่งกรมฯ จะเข้าไปร่วมในเรื่องของการออกแบบหลักสูตรอบรม รองรับการอบรมซ้ำสำหรับผู้ที่ถูกตัดแต้ม”

สำหรับมาตรการตัดแต้มใบขับขี่ที่เริ่มดำเนินการแล้วในขณะนี้ คือ การตัดแต้มใบขับขี่ผู้ขับรถขนส่งและรถสาธารณะ โดยเริ่มดำเนินการมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.2564 และมียอดสะสมทั่วประเทศ ณ วันที่ 12 พ.ค.2565 พบว่ามีผู้ขับรถที่กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หรือตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ถูกตัดคะแนน 9,840 ราย ในส่วนนี้ถูกพักใช้ใบอนุญาตแล้ว 32 ราย เข้ารับการอบรม 32 ราย และถูกเพิกถถอนใบอนุญาตจำนวน 1 ราย

โดยมาตการตัดแต้มดังกล่าว บังคับใช้สำหรับใบอนุญาตขับรถขนส่งและรถสาธารณะ ครอบคลุมผู้ขับรถบรรทุก รถโดยสาร แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก จักรยานยนต์รับจ้าง ที่กระทำผิดตามข้อหาที่กำหนด และถูกตัดคะแนนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หรือตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หลังจากนั้นต้องเข้ารับการอบรมและทดสอบ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ลดการกระทำผิดซ้ำในข้อหาเดิม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีลำดับการถูกตัดแต้มสูงสุด ประกอบด้วย   

5 ลำดับการถูกตัดคะแนนสูงสุด ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522

1.ใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

2.ไม่หยุดรถเพื่อรับหรือส่งผู้โดยสาร ณ ที่ให้หยุด

3.ไม่ดูแลผู้โดยสารปลอดภัยระหว่างโดยสาร

4.แสดงกิริยาไม่สุภาพในขณะปฏิบัติหน้าที่

5.บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งผู้โดยสาร

 

5 ลำดับการตัดคะแนนสูงสุดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522

1.กล่าววาจาไม่สุดภาพ เสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าวหรือแสดงกิริยาดังกล่าว

2.ปฏิเสธไม่รับคนโดยสาร

3.ให้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างบบรรทุกคนโดยสาร

4.ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตามที่ตกลงกัน

5.ใช้รถไม่ตรงประเภทที่จดทะเบียน

ทั้งนี้ ผู้ขับรถขนส่งและรถสาธารณะที่มีพฤติกรรมการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนจนทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง นอกจากจะถูกเปรียบเทียบปรับแล้ว ยังถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตในทันทีด้วย และหากกระทำผิดในข้อหาที่ไม่ร้ายแรง แต่มีการทำผิดซ้ำในข้อหาเดิมหลายครั้งก็จะถูกตัดคะแนนจนถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้เช่นเดียวกัน

โดยผู้กระทำผิดที่ถูกตัดคะแนนสามารถเข้ารับการอบรมและทดสอบเพื่อคืนคะแนนด้วยตนเองได้ปีละ 1 ครั้ง (ตามปีปฏิทิน) สามารถเลือกเข้าอบรมตามหลักสูตร 2 หลักสูตร ดังนี้

  • หลักสูตรอบรม 2 ชั่วโมง จะได้รับคะแนนคืน 50 คะแนน
  • หลักสูตรอบรม 4 ชั่วโมง จะได้รับคะแนนคืน 100 คะแนน

กรณีถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะต้องเข้ารับการอบรมและทดสอบหลักสูตรอบรม 4 ชั่วโมงเท่านั้น โดยสามารถแจ้งความประสงค์เข้ารับการอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 4 และกลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด พร้อมหลักฐานใบอนุญาตขับรถหรือบัตรประจำตัวประชาชน

อย่างไรก็ตาม มาตรการตัดคะแนนที่นำมาบังคับใช้กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขนส่งและรถสาธารณะนี้ ขบ.ต้องการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับรถบรรทุก รถโดยสาร แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก จักรยานยนต์รับจ้างให้ขับรถด้วยจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่และการให้บริการรถสาธารณะด้วยความปลอดภัย ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อการขนส่งและการใช้บริการรถสาธารณะของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น