วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ศุลกากรหารือสภาอุตฯลดภาษีนำเข้า Car Seat

ศุลกากรหารือสภาอุตฯลดภาษีนำเข้า Car Seat

ศุลกากรเร่งหารือสภาอุตฯพิจารณาแนวทางลดภาษีนำเข้า Car Seat หวั่นกระทบผู้ผลิตในประเทศ คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เผยรายได้ต่อปีอยู่ที่หลัก 10 ล้านบาทเท่านั้น

นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมฯ เตรียมหาแนวทางลดภาษีนำเข้า Car Seat เพื่อสนับสนุนนโยบายความปลอดภัยของเด็กที่โดยสารรถยนต์ โดยอยู่ระหว่างการหารือในระดับนโยบายของกระทรวงการคลัง กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

“กรมฯ อยู่ในระหว่างการหารือกับสภาอุตฯ เพื่อพิจารณาแนวทางการลดภาษีนำเข้า Car Seat ให้ต่ำกว่าอัตราปัจจุบัน อยู่ที่ 20% เพื่อให้อัตราอากรของที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศต่อไป

เขากล่าวว่า เหตุที่ต้องหารือร่วมกับสภาอุตฯ เนื่องจากเราต้องได้รับข้อมูลด้วยว่า หากเราปรับลดอัตราภาษีสินค้าดังกล่าวลงแล้ว จะกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศหรือไม่อย่างไร ฉะนั้น การหารือดังกล่าวก็เพื่อพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันการนำเข้า Car Seat ดังกล่าวส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ขณะที่ การจัดเก็บภาษีที่ได้ในแต่ละปีจะอยู่หลัก 10 ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับ ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) จัดเป็นของในประเภทพิกัด 9401.80.00 โดยมีอัตราอากรขาเข้าอยู่ที่ 20% แต่หากนำเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศไทยมีอยู่กับหลายประเทศ ก็จะสามารถใช้สิทธิพิเศษยกเว้นอากรขาเข้าได้สำหรับทุกความตกลง FTA

ทั้งนี้ ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่การแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) ปี 2022 ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ Car Seat ด้วย โดยบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

โดยมีสาระดังต่อไปนี้ คือ  ผู้ขับขี่ ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะขับรถยนต์ ,ส่วนคนโดยสารนั้น กรณี คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้า และที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์

ส่วน คนโดยสาร ที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

 คนโดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด

 ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือคนโดยสารมีเหตุผลทางสุขภาพอันไม่สามารถรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งได้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง แต่บุคคลนั้นต้องมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย และวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุตามที่บัญญัติไว้ ให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด

 ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์