‘วราวุธ’ หนุน Netflix ถ่ายหนังหว่านเงินในไทย

รมว.ทส.พบปะพูดคุยกับทางผู้บริหาร Netflix เพื่อวางแนวทางการทำงานร่วมกันถ่ายทำหนัง ภาพยนตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ออกสู่สายตาประชาชนทั่วโลก ก่อนจะเข้าพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงกรณีผู้บริหารเน็ตฟิกของประเทศไทย ได้มาพบปะพูดคุยถึงแนวทางการทำงานของเน็ตฟิกว่า วันนี้จากที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารเน็ตฟิก ร่วมกับ หลายหน่วยราชการของประเทศไทย และแนวทางตลาดของ netflix โดยภายในเดือนมิถุนายนนี้ ผู้บริหารของ netflix จะเดินทางมาพบกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พูดคุยหลายประเด็น กับทางผู้บริหาร netflix ของประเทศไทย ซึ่งประเด็นที่สำคัญที่สุด คือการใช้เน็ตฟิกเป็น Soft Power เป็นส่วนสำคัญ ในการมาสร้างเศรษฐกิจของไทย ให้เกิดความเข้มแข็งขึ้น หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid 19 ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดูแลทั้งบนบกและในน้ำ อุทยานแห่งชาติทั้งหมด 155 แห่ง พร้อมให้องค์กรต่างๆและบริษัทเข้ามาสร้างภาพลักษณ์ที่ดี netflix จะเปรียบเสมือนหน้าต่างบานใหญ่ที่จัดส่องความสวยงามของธรรมชาติออกไปสู่สายตาประชาคมโลกได้เห็น

วันนี้มิติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีทั้งกรมอุทยาน ทั้งทางทะเลและชายฝั่งที่พร้อมให้การสนับสนุน หน่วยงานต่างๆที่จะทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะเวลาที่บริษัทจะเข้ามาถ่ายทำหนังสิ่งหนึ่งที่จะตามมา คือการที่มี Soft Power ที่มีพลังสามารถทำให้ชาวโลกต่างหลั่งไหลเข้ามา ตามรอยหนังและซีรีย์  หลังจากนี้ไปแนวทางของ netflix ก็จะมี Content เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แต่ถามว่าจะมีเพิ่มเข้ามาในประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน ตนได้ฝากให้เป็นการบ้านให้ผู้บริหาร netflix เพิ่ม Content เกี่ยวกับประเทศไทย ล่าสุด ได้มีการทำสารคดีเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่มีท่านประธานาธิบดีบารัคโอบามา เป็นผู้พากย์ ซึ่งหากดูแล้วประเทศไทยก็ยังมีศักยภาพไม่แพ้กัน จึงให้ทางเน็ตฟลิกซ์ประเทศไทย หาจุดอ่อนและจุดแข็งที่จะถ่ายทำในประเทศไทยมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะช่วยกันดูให้เกิดความลงตัวในช่วงที่ผู้บริหาร netflix เดินทางมาถึง เพื่อปรับแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดภาพยนตร์หรือหนังดีๆออกมา

ทั้งนี้ตนอยากเห็นการใช้ Soft Power ที่เป็นไปในทางบวก การเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางโซเชียล อย่างเน็ตฟิก โดย Soft Power ที่อยู่ในตัว เป็นอะไรที่ทรงพลังมาก การสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้น กระแสบนโลกโซเชียล ตนคิดว่าบริษัทใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ มีทีมงานและวิจารณญาณที่ดี ดังนั้นถ้าหากใช้ Soft Power ไปในทางที่ถูกต้อง ก็จะเกิดผลดี สามารถปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมเอาไว้

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปรียบเสมือนผู้จัดการมรดก ของประเทศไทย หน้าที่ของกระทรวงทรัพย์คือการดูแลรักษาปกป้องสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้มีความยั่งยืน ให้อยู่ไปจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน  ก่อนหน้านี้เคยมีหนังบางเรื่องเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ถึงแม้ว่าในหนังจะไม่ได้ระบุว่าเป็นประเทศไทยก็ตาม ตนต้องการให้ความสวยงามธรรมชาติของไทยออกไปสู่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของประเทศไทยที่มีเต็มร้อย หลังสถานการณ์ covid-19 ซึ่งจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย คงต้องให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นคนประเมิน ถ้าหากดูปริมาณจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในอุทยานประเทศไทย ในขณะนี้ที่มีแต่นักท่องเที่ยวไทย แต่หลังจากนี้ที่จะมีการเปิดประเทศก็เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมาก ภายใต้การป้องกันโควิด 19 ที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ได้มีมาตรการอย่างเข้มงวด โดยการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเข้า-ออก และใช้ Application QQ เข้าอุทยานต่างๆ รวมถึง การให้ความรู้กับทางเจ้าหน้าที่ ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวอย่างละเอียด และกฎระเบียบต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ส่วนกรณียูทูปเปอร์ที่มีอิทธิพล ใน Social Media  ต้องระมัดระวัง การใช้ Soft Power ไปในทางที่ถูกต้อง จะสามารถก่อให้เกิดสิ่งดีๆในสังคมไทยได้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังฝากเตือน ถึงกรณีที่ยูทูบเบอร์รายหนึ่ง ทำคอนเทนต์จับปูเสฉวนทั้งหมด 15 ตัว จากทะเลกลับไปเลี้ยงที่บ้าน จนมีกระแสต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์ว่า ยูทูปเบอร์เปรียบเสมือนผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลมีเดีย ทั้งยูทูปเบอร์ ทั้งเน็ตไอดอล ซึ่งมี Power อำนาจอยู่ในมือ  สามารถสื่อสารไปถึงประชาชนนับแสนคน นับล้านคน คนๆนั้นจะต้องมีวิจารณญาณ มีสามัญสำนึกมากกว่าคนทั่วไป Soft Power ถ้าใช้ไปในทางที่ดี จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้อีกมากมาย แต่ถ้าทำไม่ดีก็จะก่อเกิดในสิ่งไม่ดี ดังนั้น ยูทูปเบอร์รายดังกล่าว ก็ควรจะนำปูเสฉวนไปปล่อยในที่เดิม และถ้าหากตรวจสอบพบว่าจับในพื้นที่อุทยานก็จะถือว่ามีความผิด โดยล่าสุดพบว่า ยูทูปเบอร์รายนี้จะมีการนำปูเสฉวนไปปล่อยในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี