เอสซีจี-คูโบต้าตั้ง“เกษตรอินโน” สร้างโซลูชัน“สมาร์ทฟาร์มเมอร์”

เอสซีจี-คูโบต้าตั้ง“เกษตรอินโน”  สร้างโซลูชัน“สมาร์ทฟาร์มเมอร์”

เอสซีจี สยามคูโบต้า และคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น มัดรวมตั้งเกษตรอินโน บริการภาคการเกษตรทุกระดับเป้า5ปีโต10เท่าจากปีนี้ วางเป้า 50ล้านบาท

การผลักดันการเกษตรด้วยเทคโนโลยีมีความคืบหน้ามากขึ้น หลังจากที่ผ่านมา “สยามคูโบต้า” พัฒนาฟาร์มนำร่อง KUBOTA (Agri) Solutions ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 220 ไร่ 2563 เปิดเฟสแรกไปแล้ว เพื่อเป็นต้นแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคเกษตร เช่น ระบบควบคุมอัตโนมัติ การใช้แอปพลิเคชันปฏิทินการเพาะ การบริการเครื่องจักรด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ

ล่าสุด สยามคูโบต้า และ คูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือกับเอสซีจี เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อตอบโจทย์เกษตรกรสู่การเป็น Smart Farmer

 

เอสซีจี-คูโบต้าตั้ง“เกษตรอินโน”  สร้างโซลูชัน“สมาร์ทฟาร์มเมอร์”

นันทภรณ์ อังศุกุลธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรอินโน จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาด้านต่างๆ รวมถึงในภาคการเกษตรเพื่อตอบโจทย์เกษตรกรสู่การเป็น Smart Farmer อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยจุดแข็งของ 3 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ 

เอสซีจี ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม 

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตรเพื่ออนาคต ตลอดจนเทคโนโลยี IoT ที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งมั่นเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาสินค้าและบริการ 

ทั้งนี้ ได้ร่วมลงทุนตั้ง บริษัท เกษตรอินโน จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือครองหุ้นคือ เอสซีจี 51% สยามคูโบต้า 25% และคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น 24%

สำหรับสินค้าและบริการของเกษตรอินโน ประกอบด้วย เกษตรอินโน โซลูชั่น (KasetInno Solutions) ประกอบด้วย Farm Design, Farm Development และ Farm Care บริการออกแบบ พัฒนา และดูแลฟาร์มเกษตรครบวงจร เพื่อช่วยวางแผนในการทำเกษตร ให้แก่กลุ่มคนที่สนใจการทำเกษตรแต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้น

รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีพื้นที่ว่างเปล่าหรือกลุ่มองค์กรธุรกิจการเกษตรที่ต้องการองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้บริหารจัดการฟาร์มให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกลุ่มเกษตรกรมืออาชีพที่มีพื้นที่ทำเกษตรเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องการระบบการจัดการรวมถึงเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ไปช่วย

Farm & Machinery Management Platform ระบบบริหารจัดการฟาร์มและเครื่องจักร ด้วยแอปพลิเคชันที่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการฟาร์มและเครื่องจักรกลฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ K-iField Application ระบบบริหารจัดการฟาร์ม บันทึกข้อมูลสำคัญของฟาร์ม การเพาะปลูก การจัดการรายได้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันระหว่างเกษตรกร และการประเมินสุขภาพพืช

รวมทั้ง เกษตรอินโน มาร์เก็ต แพลตฟอร์มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในเครือข่าย ภายใต้ชื่อสินค้าแบรนด์เกษตรสุข (KasetSook) โดยเรามีความตั้งใจสนับสนุนเกษตรกรในการกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการต้นทุน และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ทำให้เกษตรกรมีโอกาสแข่งขันมากขึ้นในตลาดสินค้าเกษตรพรีเมียม

อีกส่วน คือ แพลตฟอร์ม KUBOTA Store จำหน่ายอะไหล่แท้คูโบต้าและอุปกรณ์การเกษตรอีกด้วย

“การเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าในที่รกล้างว่างเปล่า ทำให้เกษตรอินโน เปิดตัว ได้เร็วขึ้น โดยมีความพร้อมที่จะเข้าไปให้บริการ เกษตรกรรายใหม่ทุกคน และช่วยยกระดับเกษตรกรเดิมให้มีความเชี่ยวชาญ แม่นยำและลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด"

ทั้งนี้เกษตรอินโนให้ความสำคัญในเรื่องการบริการ และการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตร เน้นวางแผน และนำเครื่องมือมาใช้ในการบริหารธุรกิจการเกษตรด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจการเกษตร โดยมีแผนการตลาดที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการให้บริการที่มีคุณค่าและเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างครบวงจร รวมถึงเน้นการสื่อสารออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ จะให้บริการกลุ่มที่มองเห็นโอกาสใหม่ในโลกการเกษตร เพื่อขยายขีดความสามารถในการเป็นเกษตรกรมืออาชีพ และการมุ่งสู่การเป็น Smart Farming ภายใต้แนวคิดออกแบบโลกเกษตรเพื่อทุกความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นรูปแบบของแพลตฟอร์มให้บริการด้านนวัตกรรมการเกษตร สอดรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเกษตรยุคใหม่ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาส และรายได้ที่มั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สำหรับเป้าหมายปี 2565 คาดว่ามีรายได้ 50 ล้านบาท โดยในอีก 5 ข้างหน้า รายได้ต้องเพิ่มขึ้น 10 เท่า เนื่องจากความต้องการนวัตกรรม เทคโนโลยี เครื่องจักร ในตลาดโลก มีมากถึง 4.13 แสนล้านบาทในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเกษตรสนใจเข้ามาใช้บริการแล้วกว่า 50 ราย ส่วนใหญ่เป็นการดีไซน์พื้นที่ ซึ่งเกษตรอินโนจะคัดเลือกลูกค้า ที่มีพื้นที่ตั้งในเขตที่เหมาะสมเป็นหลัก จากนั้นจะวิเคราะห์ดินและน้ำ แนะนำปัจจัยการผลิตโดยรวม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการทำการเกษตรได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่รวมถึงการประกันความเสี่ยงของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้

รวมทั้งเกษตรกรที่เข้ามาใช้บริการนั้นจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นแน่นอนอย่างน้อย 20-30% ในครอปที่ 2 ด้านอัตราค่าจ้างจะอ้างอิงจากราคาในตลาดเป็นหลัก แต่เกษตรกรจะได้รับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ประมวลผลวางแผนการตัดสินใจ ในการเพาะปลูกครั้งต่อไป โดยการวิเคราะห์ธาตุอาหาร ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดี ใช้เครื่องจักรที่เหมาะสม จะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้

"ทั้งหมดจึงจำเป็นที่แผนธุรกิจต้องปรับตัวตาม โดยเกษตรอินโนจะผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าในด้านการเกษตร ตลอดจนประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ผลักดันให้เกษตรกรมีโอกาสในการแข่งขันมากขึ้น”