อย่างที่กล่าวไว้ในตอนก่อนว่า เอเชียกลางมีจุดร่วมสำคัญคือการเป็น land-locked countries ที่ไม่มีทางออกสู่มหาสมุทร และคาซัคสถานมีบทบาทโดดเด่นที่สุดในแถบนี้
หนึ่งในนั้นคือการที่คาซัคสถานเป็นผู้เล่นสำคัญในเส้นทาง Trans-Caspian International Transport Route หรือ Middle Corridor ซึ่งเชื่อมการขนส่งจากจีน ผ่านคาซัคสถาน ทะเลแคสเปียน อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย ก่อนเข้าสู่ยุโรป โดยเส้นทางดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกสำหรับการกระจายเส้นทางขนส่งและลดการพึ่งพาเส้นทางตอนเหนือที่ผ่านรัสเซียท่ามกลางข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตรของประเทศตะวันตก
บทบาทนี้จึงช่วยยกระดับศักยภาพของคาซัคสถานในการเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ของภูมิภาคยูเรเซีย พร้อมทั้งเชื่อมต่อไปยังประเทศเอเชียกลางอื่น ๆ และตลาดของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union: EAEU) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกันกว่า 190 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ความสำคัญของคาซัคสถานมิได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ แต่ยังรวมถึงศักยภาพในฐานะแหล่งลงทุน ฐานการผลิตและกระจายสินค้า ตลอดจนประตูเชื่อมไทยสู่ตลาดเอเชียกลาง ยูเรเชีย และภูมิภาคใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ไทยก็สามารถเป็นประตูให้คาซัคสถานเข้าถึงตลาดอาเซียนได้เช่นกัน ด้วยจุดแข็งที่เกื้อกูลกัน ทั้งสองประเทศจึงมีศักยภาพที่จะต่อยอดความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อาทิ การเกษตรและการแปรรูปอาหาร โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การแพทย์ การศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงาน ตลอดจนแร่สำคัญและแร่หายาก โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่ไทยมีความได้เปรียบ เช่น อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการทางการแพทย์ ซึ่งมีโอกาสขยายตัวทั้งในคาซัคสถานและตลาดรอบข้างได้อีกมาก
ในวันที่ธุรกิจไทยจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงและแสวงหาตลาดใหม่ คาซัคสถานจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นประเทศที่อยู่ห่างไกลจากไทย แต่ควรถูกมองในฐานะหุ้นส่วนที่สามารถเชื่อมโยงไทยกับโอกาสทางการค้า การลงทุน และเครือข่ายเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียกลางและยูเรเชีย โดยการดำเนิน “การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก” อย่างต่อเนื่องของไทยในคาซัคสถาน ทั้งการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจในสาขาที่มีศักยภาพ การลดอุปสรรคทางการค้าผ่านการเร่งจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับ EAEU และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงข้อมูลและหุ้นส่วนท้องถิ่นที่ไว้วางใจได้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน





