วันอังคาร ที่ 14 เมษายน 2569

Login
Login

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

เจาะลึก "สงกรานต์ 2569" ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1 เขียนโดย ดร. ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจอ้ายจง ผู้เชี่ยวชาญจีน

เมื่อพูดถึง “สงกรานต์” ภาพจำของคนทั่วโลกมักเป็นประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นถนนข้าวสาร สีลม หรือเชียงใหม่ จนกลายเป็นเทศกาลระดับโลกไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง “สงกรานต์” ไม่ได้มีเฉพาะในไทยเท่านั้น หากแต่เป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงบางพื้นที่ในประเทศจีนด้วย

ในประเทศจีน เทศกาลสงกรานต์ เป็นประเพณีสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ไท เช่น ชาวไต (傣族) และชนเผ่าเต๋ออ๋าง (德昂族) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 56 กลุ่มชาติพันธุ์ของจีน โดยอาศัยอยู่หลักๆ ในมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะใน 2 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ เขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนา (西双版纳 หรือเชียงรุ่ง) และเขตปกครองตนเองชนชาติไตและคะฉิ่น เต๋อหง (德宏)

สำหรับชาวไตในจีน “สงกรานต์” ไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุก แต่เป็น “วันขึ้นปีใหม่” และเป็นวันหยุดราชการในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

คำเรียก “สงกรานต์” ในภาษาจีน

เทศกาลสงกรานต์ ในจีนมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามกลุ่มชาติพันธุ์และพื้นที่ โดยทั่วไป คนจีนจะเรียกว่า “泼水节” (โพสุ่ยเจี๋ย) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “เทศกาลสาดน้ำ” ขณะที่ชาวไตในเต๋อหงจะเรียกว่า 摆栓南 (ป่ายซวนหนาน) หรือ 摆赏建 (ไป๋ส่างเจี้ยน) ส่วนชนเผ่าเต๋ออ๋างเรียกว่า “浇花节” (เจียวฮวาเจี๋ย) 

ขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดว่า ที่เมืองไทยก็มีชนกลุ่มน้อย เต๋ออ๋าง โดยเรียกว่า ชนกลุ่มน้อย “ปะหล่อง” ในขณะเดียวกัน “สงกรานต์แบบไทย” คนจีนจะเรียกว่า “宋干节” (ซ่งกานเจี๋ย) ซึ่งเป็นการถอดเสียงจากคำว่า Songkran สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเทศกาลไทยที่แพร่หลายไปในระดับนานาชาติ

สงกรานต์ในจีน: จุดหมายสำคัญระดับนานาชาติ

แม้นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากจะมาเที่ยวไทยช่วง สงกรานต์ โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ต แต่รู้หรือไม่ว่า เทศกาลสงกรานต์ ของชาวไตในจีน ก็ถือเป็นเทศกาลท่องเที่ยวระดับนานาชาติเช่นกัน โดยเทศกาลสงกรานต์ของชาวไตที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมีอยู่ 2 แห่งหลัก ได้แก่ เมืองจิ่งหง (เชียงรุ่ง) ในสิบสองปันนา และเมืองหมางในเต๋อหง โดยเฉพาะสิบสองปันนา ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของเทศกาลที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและความคึกคักแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

สงกรานต์สิบสองปันนา: คล้ายไทย แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพิธีกรรมของสงกรานต์ในสิบสองปันนามีความคล้ายคลึงกับไทยอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสรงน้ำพระ การรดน้ำผู้ใหญ่ หรือการทำบุญ แต่ก็มีองค์ประกอบเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป เช่น การแข่งเรือในแม่น้ำล้านช้าง และการปล่อยโคมข่งหมิง หรือโคมขงเบ้ง “孔明灯” ในช่วงกลางคืนของวันปีใหม่ สำหรับเมืองไทย เราจะเห็นการปล่อยโคมลอยในช่วงลอยกระทงเสียมากกว่า

จุดประสงค์ของการปล่อยโคมคือ การขอพรขอโชคขอชัย ไม่ว่าจะเป็นความสงบสุข ความปลอดภัย หรือความสมหวังในชีวิต เป็นช่วงเวลาที่ผสานทั้งความศรัทธาและความงดงามเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

สงกรานต์ในสายตาโลกออนไลน์จีน

คราวนี้เรามาลองวิเคราะห์ สงกรานต์ หรือเทศกาลสาดน้ำในสายตาโลกออนไลน์ ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นตัวกำหนดกระแสกันบ้าง บอกได้เลยว่า เทศกาลสงกรานต์ ได้ก้าวข้ามจากการเป็นประเพณีท้องถิ่น ไปสู่การเป็น “คอนเทนต์ระดับแมสช่วงเทศกาล” อย่างชัดเจน ยิ่งโดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu (小红书) แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของจีน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะใช้แอปฯ นี้ในการทั้งโพสต์และดูรีวิวท่องเที่ยว รวมถึงไทยเรา

  เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

จากการวิเคราะห์ จะเห็นว่าแฮชแท็กอย่าง #泼水节 (เทศกาลสาดน้ำ/สงกรานต์) มียอดเข้าชมสูงถึง 690 ล้านครั้ง และมีการพูดคุยหรือคอมเมนต์มากกว่า 1.55 ล้านครั้ง สะท้อนถึงความสนใจในวงกว้าง 

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

ขณะที่แฮชแท็ก #泰国泼水节 (เทศกาลสงกรานต์ไทย) มียอดเข้าชม 180 ล้านครั้ง และคอมเมนต์กว่า 396,000 ครั้ง แสดงให้เห็นว่า “สงกรานต์ไทย” ยังคงเป็นภาพจำหลักในสายตาผู้ใช้งานชาวจีน นอกจากนี้ แฮชแท็กอย่าง #曼谷泼水节 (สงกรานต์กรุงเทพ) ที่มียอดเข้าชมกว่า 22.539 ล้านครั้ง 

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1
 
และ #清迈泼水节 (สงกรานต์เชียงใหม่) ที่มียอดเข้าชม 3.907 ล้านครั้ง ยิ่งตอกย้ำว่าเมืองท่องเที่ยวในไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของประสบการณ์สงกรานต์

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1
 
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือแฮชแท็กอย่าง #没有人能拒绝泼水节的热情 (ไม่มีใครต้านความสนุกของสงกรานต์ได้) ซึ่งมียอดเข้าชมสูงถึง 62.199 ล้านครั้ง และคอมเมนต์กว่า 179,000 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกต่อเทศกาลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สถานที่ แต่เป็น “อารมณ์ร่วม” ที่ผู้คนอยากมีส่วนร่วม

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

ในขณะเดียวกัน คอนเทนต์เกี่ยวกับสิบสองปันนาเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างชัดเจน จากโพสต์ที่มีลักษณะ “รีวิวประสบการณ์จริง” เช่น การถ่ายภาพมุมสูงของฝูงชนจำนวนมหาศาล หรือการบอกเล่าความประทับใจว่า “ไม่เคยรู้ว่ายูนนานก็มีเทศกาลแบบนี้” แม้ยอดไลก์จะยังอยู่ในระดับหลักพันถึงหลักหมื่น แต่ก็สะท้อนถึงการเติบโตของกระแสอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมของคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมักเน้นความ “จริง” และ “สุด” ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของผู้คน ความเปียกชุ่มจากการสาดน้ำ หรือบรรยากาศที่ทั้งสนุกและโกลาหลในเวลาเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้ชม

จาก Xiaohongshu มาดูกันอีกแพลตฟอร์มที่ถือเป็นโซเชียลยอดนิยมของจีนเช่นกัน นั่นคือ โต่วอิน (Douyin 抖音) หรือ TikTok เวอร์ชั่นจีน

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1
   
ผู้เขียนได้เข้าไปวิเคราะห์บน โต่วอิน พบว่าแฮชแท็ก #泼水节 (เทศกาลสาดน้ำ) บนโต่วอิน มีผู้เข้าร่วมกว่า 700,000 คน และยอดการรับชมสูงถึง 1.475 แสนล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนระดับความนิยมที่ใหญ่กว่าการเป็นแค่เทรนด์ แต่คือ “กระแสระดับประเทศ”

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

 
ขณะเดียวกัน #泰国泼水节 (สงกรานต์ไทย) มียอดรับชม 940 ล้านครั้ง และ #泰国宋干节 (สงกรานต์ไทย) 170 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นว่า “ไทย” ยังคงครองพื้นที่หลักของคอนเทนต์ สมกับการที่สงกรานต์ไทยได้รับขึ้นทะเบียนยูเนสโก (UNESCO)

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1
สิ่งที่น่าสนใจคือ “ลักษณะคอนเทนต์” บน Douyin จะเน้นความเป็นไวรัล เช่น คลิปสั้นที่มีจังหวะเร็ว มุมกล้องใกล้ และเหตุการณ์จริงที่ดูสนุกหรือคาดไม่ถึง นอกจากนี้ ยังเห็นได้ว่าคอนเทนต์จำนวนมากผูกกับ “ไทย” ไม่ว่าจะเป็นภาพรถกระบะสาดน้ำ การเล่นน้ำกลางถนน หรือแม้แต่บรรยากาศยามค่ำคืน ซึ่งกลายเป็นภาพจำสำคัญในสายตาคนจีน

เจาะลึก 'สงกรานต์ 2569' ผ่านโซเชียลจีน ไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับ 1

จากที่เล่ามา ทำให้เห็นว่า “สงกรานต์” ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป แต่กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในภูมิภาค และกำลังพัฒนาไปสู่เทศกาลระดับโลกในยุคดิจิทัล

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด “สายน้ำ” ยังคงทำหน้าที่เดิม เชื่อมโยงผู้คน สร้างความสุข และส่งต่อความหวังในวันปีใหม่ โดยไม่มีพรมแดนเข้ามาขวางกั้น

เขียนโดย ดร. ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจอ้ายจง ผู้เชี่ยวชาญจีน