วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ กำลังทำให้สหรัฐสูญเสีย ความได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์

ทรัมป์ กำลังทำให้สหรัฐสูญเสีย ความได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์

เมื่อวันที่ 28 เมษายนนักวิเคราะห์ของ CNN นาย Fareed Zakaria แสดงความเห็นที่น่าสนใจว่า นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังทำให้สหรัฐสูญเสียความได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์

ผมขอนำมาสรุปให้อ่านกันในครั้งนี้ครับ

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้น ถือได้ว่าสหรัฐเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ในด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมนั้น สหรัฐยังล้าหลังอังกฤษและยุโรปอย่างมาก (ในช่วงศตวรรษที่ 19 นั้น บ่อยครั้งที่อังกฤษกล่าวหาอเมริกาว่า พยายามขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและละเมิดสิทธิบัตรของอังกฤษ)

เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ประเทศที่ได้รางวัลโนเบลมากที่สุดคือ ประเทศเยอรมนี ซึ่งกวาดรางวัลโนเบลไป 1/3 ของรางวัลทั้งหมด ตามด้วยอังกฤษที่ 20% ในขณะที่สหรัฐได้รางวัลโนเบลเพียง 6%

 แต่ในกลางศตวรรษที่ 20 มี 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สหรัฐกลายมาเป็นประเทศที่ก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์มากที่สุด ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.Adolf Hitler ผู้นำของเยอรมนีขับไล่นักวิทยาศาสตร์แนวหน้าของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยิวซึ่งมีจำนวนมากที่อพยพไปอยู่ที่อเมริกา (Fareed อ้างตัวเลขว่า จนกระทั่งถึงปี 2475 จากรางวัลโนเบลทางวิทยาศาสตร์ที่ประเทศเยอรมนีได้รับทั้งหมดนั้น ประมาณ 1/4 เป็นผลงานค้นคว้าวิจัยของชาวยิวในประเทศเยอรมนี

แม้ว่าชาวยิวจะมีสัดส่วนเพียง 1% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ) กล่าวคือนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศเยอรมนีที่เป็นคนยิวจำนวนมาก ได้แปลงสัญชาติเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ที่สร้างความได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์ให้กับสหรัฐ 

ต่อมาสหรัฐก็ยังเป็นประเทศที่เปิดกว้าง ทำให้คนที่มีความรู้และความสามารถสูงสุดจากประเทศจีน อินเดียและอื่นๆ ต้องการไปแสวงหาโอกาส ไปทำงานและตั้งถิ่นฐาน 

จนกระทั่งปัจจุบันที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีนโยบายที่ดูจะไม่ต้องการต้อนรับคนกลุ่มดังกล่าว ตรงกันข้าม รัฐบาลสหรัฐกำลังไล่จับและเนรเทศ คนต่างด้าวที่พยายามเข้ามาหาโอกาสทำมาหากินในประเทศสหรัฐอเมริกา 

2.สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง ที่ทำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับยุโรป แต่สหรัฐสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจ และสหรัฐก็ตอบรับสถานะดังกล่าวของตนโดยทุ่มเทงบประมาณไปสู่การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา

กล่าวคือการใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ของสหรัฐมีมูลค่าเกือบ 2.5% ของจีดีพีในช่วงทศวรรษ 1950 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายส่งเสริมการศึกษาและวิจัยในมหาวิทยาลัย 

แต่ปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์กับมีนโยบายที่ข่มขู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศให้อยู่ในอำนาจและการบงการของรัฐ จำกัด สิทธิเสรีภาพ ความหลากหลาย รวมถึงการสั่งตัดงบประมาณที่สนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยดังกล่าว 

ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนได้เร่งรัดและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี ทำให้ ณ วันนี้ประเทศจีนกำลังนำสหรัฐในตัวชี้วัดด้านนี้ เช่น จำนวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ 82 ฉบับมาจากประเทศจีนมากกว่าสหรัฐอเมริกา 

สำหรับการได้รับสิทธิบัตรปัจจุบันจีนก็รุดหน้าสหรัฐไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นจำนวนมหาวิทยาลัยของจีนที่ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 500 แห่งทั่วโลก ก็เพิ่มขึ้นจาก 27 แห่งในปี 2553 มาเป็น 76 แห่งในปี 2563

แต่ในช่วงเดียวกัน จำนวนมหาวิทยาลัยของสหรัฐในอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 500 แห่งดังกล่าว มีจำนวนลดลงจาก 154 แห่งเหลือ 133 แห่ง

3.การที่สหรัฐเคยเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะเปิดรับชาวต่างชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เช่นในช่วงปี 2543-2557 คนต่างชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐ (immigrant) มีสัดส่วนเพียง 14.3% ของประชากรสหรัฐทั้งหมด

แต่ปรากฏว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนรางวัลโนเบลที่สหรัฐได้รับในช่วงดังกล่าวเกิดจากผลงานของผู้อพยพดังกล่าว นอกจากนั้นในปี 2562 พบว่าเกินกว่า 40% ของคนที่พัฒนาซอฟต์แวร์ของสหรัฐคือ คนต่างชาติ 

ดังนั้น การที่ปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้จับตัวคนต่างชาติทั่วประเทศเพื่อเนรเทศออกไปจากสหรัฐ จึงได้ทำให้นักวิจัยของสหรัฐมากถึง 75% ที่ถูกสำรวจความเห็นโดยวารสาร Nature ตอบว่า กำลังพิจารณาว่าอาจต้องย้ายออกจากประเทศสหรัฐหรือไม่ (จำนวนนักวิจัยต่างด้าวที่ตอบคำถามรวมทั้งสิ้น 3,600 คน)

Fareed สรุปว่า “These…building blocks of America’s extraordinary strength, created over the last 100 years...are now being dismantled in 100 days”.

ผมได้แสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสถานะของสหรัฐในด้านนวัตกรรม โดยไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการขอสิทธิบัตรและการได้รับสิทธิบัตรขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO)

ซึ่งตารางประกอบยืนยันให้เห็นว่า สหรัฐกำลังสูญเสียการเป็นผู้นำในด้านนี้ให้กับประเทศจีนตั้งแต่ประมาณปี 2553 เป็นต้นมา อย่างน้อยที่สุดก็ในเชิงปริมาณ ส่วนในเชิงของคุณภาพนั้น ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่

ทรัมป์ กำลังทำให้สหรัฐสูญเสีย ความได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์