เกษียณอายุไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

เกษียณอายุไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

คนเรามีความสุขได้เสมอไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานหรือเกษียณอายุแล้วก็ตาม

การจากไปของราชินีเพลงร็อคระดับตำนาน “ทิน่า เทอร์เนอร์” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนทั่วไปสักเท่าไรนัก เพราะหลังจากแขวนไมค์เธอก็หันไปใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คนรุ่นใหม่จึงอาจไม่รู้จักและไม่คุ้นเคยกับชื่อของเธอสักเท่าไร

แต่คนในวัย 40 ปีขึ้นไปน่าจะคุ้นชื่อและผลงานของเธอเป็นอย่างดีด้วยรูปลักษณ์และพลังเสียงที่โดดเด่นจนสามารถพิชิตรางวัลแกรมมี่มาหลายครั้ง และแม้จะผ่านสถานการณ์เลวร้ายจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยอดีตสามี แต่ทิน่า เทอร์เนอร์ก็กลับมาทวงบัลลังก์ราชินีเพลงร็อคอย่างเต็มภาคภูมิในปี 1984 ด้วยคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมเฉียดสองแสนคนและยอดขายอัลบั้มกว่า 200 ล้านอัลบั้ม

ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จเพียงใด ทิน่าเลือกที่จะเกษียณตัวเองจากอาชีพนักร้องและโอนสัญชาติเป็นชาวสวิส โดยให้ข้อคิดในการตัดสินใจหันหลังให้กับชื่อเงินทองมากมายไว้หลายข้อ 

เริ่มจากข้อแรกคือ คนเรามีความสุขได้เสมอไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานหรือเกษียณอายุแล้วก็ตาม

ทิน่าแสวงหาความสุขโดยไม่ยึดติดว่าการเป็นศิลปินระดับโลกจะต้องมีคฤหาสน์ใหญ่โต เพราะในช่วงบั้นปลายเธออาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่สวิตเซอร์แลนด์ ที่ซึ่งสามารถใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามได้โดยไม่ต้องมีภาระผูกพันใด ๆ ให้ต้องกังวล

การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกช่วงของชีวิตจึงทำให้เธอไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไป และไม่เก็บเอาทุกเรื่องทุกอย่างมาคิดเล็กคิดน้อย เพราะเธอเชื่อว่าแต่ละคนก็มีความคิดและความชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบบ้านหลังใหญ่ บางคนชอบอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ตามแต่วิถีชีวิตของแต่ละคน

ข้อสองคือ การมีของสะสมควรต้องเกิดจากการชื่นชมของสิ่งนั้นอย่างแท้จริง คือเมื่อครอบครองแล้วก็ต้องได้สัมผัสและชื่นชมมันเสมอ ไม่ใช่การนำไปใส่ตู้เซฟแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งของสะสมของเธอเช่นรูปภาพ ภาพถ่าย ของที่ระลึก ล้วนอยู่ภายในบ้านให้เธอได้ชมและระลึกถึงความทรงจำที่เกิดขึ้นได้เสมอ

ยิ่งเราสะสมของตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อถึงวัยหนึ่งจะพบว่า มีของที่เราต้องการจริงๆ เพียง 30%-40% เท่านั้น ที่เหลืออาจเป็นของส่วนเกินที่ไม่ได้มีเรื่องราวหรือความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บเอาไว้ การส่งมอบคุณค่าของมันให้กับผู้อื่นจึงอาจเหมาะสมมากกว่า

เพราะการให้ย่อมสร้างความรู้สึกที่ดีในจิตใจ ตรงกันข้ามกับความอยากมีอยากได้ซึ่งมักจะเป็นกิเลส และเป็นความสุขเพียงประเดี๋ยวประด๋าว การมีของสะสมเยอะแยะมากมายจนต้องไปเก็บไว้ในโกดังโดยไม่เคยชื่นชมมันเลยจึงไม่ได้หมายถึงความสุขเสมอไป

ทิน่ามีของสะสมมากมายทั้งของที่เธอหาซื้อด้วยตัวเอง และของที่เหล่าแฟนเพลงทั่วโลกมอบให้ ซึ่งทั้งหมดนั้นเธอเลือกเก็บเฉพาะที่มีความทรงจำดีๆ และระลึกถึงมันอย่างอบอุ่นหัวใจ ซึ่งนั่นคือมูลค่าที่แท้จริงไม่ใช่ราคาของมันว่าจะแพงแค่ไหน 

…ติดตามข้อคิดอื่นๆได้ในตอนหน้าครับ ...