วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รถไฟฟ้าเปลี่ยนโลก

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จีรังและไม่มีใครรู้ว่าจะมาถึงเราเมื่อไร การเตรียมความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจึงเป็นหนทางที่ต้องตระเตรียมให้ดีที่สุดเสมอ

จากวิกฤติภาวะโลกร้อนได้เร่งให้ทุกประเทศต้องปรับแผนการใช้พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อปลายปีที่แล้วสภายุโรปได้ผลักดันให้ยกเลิกการใช้รถยนต์ใช้น้ำมันทั้งหมดภายในปี 2035 

สะท้อนให้เห็นความเอาจริงเอาจังที่จะรักษาสภาพแวดล้อมของโลกให้ดีที่สุดหลังจากที่เราใช้ทรัพยากรโลกโดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมานับร้อยปี

แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการตื่นตัวของอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า หากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศจีนก็จะเห็นรถไฟฟ้ายี่ห้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเต็มท้องถนน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาที่เทสลาเติบโตอย่างมาก

แม้แต่ในบ้านเราที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าแต่ก็จะเห็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ในท้องถนนมากขึ้นเรื่อยๆ การตัดสินใจซื้อรถใหม่ในทุกวันนี้จึงมีทางเลือกมากมาย 

หากเป็นรถยุโรปก็มีทั้งบีเอ็มดับเบิ้ลยู เบนซ์ ออดี้ ฯลฯ หรือจะเป็นเทสลาจากอเมริกา ที่เปิดราคามาได้อย่างหวือหวามาก หรือจะเป็นรถสัญชาติจีนทั้ง MG, GWM ฯลฯ รวมถึงยักษ์ใหญ่แห่งโลกยานยนต์คือญี่ปุ่นที่มีโตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน เป็นหัวหอก

แต่คำถามที่คนทั่วโลกสงสัยก็คือบทบาทของโตโยต้าในอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร เพราะในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ เราเห็นความพยายามที่จะ “ชะลอ”

การเกิดของรถไฟฟ้ามาหลายปี แม้จะเป็นผู้ให้กำเนิดรถไฮบริดที่เป็นลูกผสมระหว่างรถใช้น้ำมันกับมอเตอร์ไฟฟ้า แต่โตโยต้าก็ไม่ยอมกระโจนเข้าสู่การผลิตรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบเสียที

จวบจนกระทั่งปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา อากิโอะ โตโยดะ ประธานกรรมการบริหาร ซึ่งมีฐานะเป็นหลานของผู้ก่อตั้งโตโยต้าได้ประกาศลาออก โดยระบุว่าการแข่งขันในปัจจุบันต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็คือ โคจิ ซาโตะ ประธานของเล็กซัสซึ่งจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนตั้งแต่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป

การลาออกของอากิโอะ สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ของบริษัทยานยนต์ชั้นนำของโลก ที่มักติดอันดับบริษัทใหญ่ที่สุดในโลกเสมอมาควบคู่กับบริษัทน้ำมันกำลังถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ เพราะต้องหลีกทางให้กับอุตสาหกรรมไฮเทคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา

ย่างก้าวของโตโยต้านับจากนี้จึงน่าจับตายิ่งนัก และไม่ใช่แค่โตโยต้า แต่ยังหมายความถึงยักษ์ใหญ่ทุกรายทั้งนิสสัน จีเอ็ม เบนซ์​ ฯลฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะมียี่ห้อไหนล้มหายตายจากไปบ้างไหมถ้าอยู่รอดได้จะปรับตัวอย่างไร ฯลฯ

ทั้งๆ ที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” ที่คนทั่วโลกเคยมองข้ามมานับสิบนับร้อยปี แต่เพียงเมื่อเราตระหนักถึงพลังสีเขียว หรือการใส่ใจเรื่องภาวะโลกร้อนและเข้าใจถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการละเลยบริโภคพลังงานโดยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ธุรกิจที่เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในทุกวันนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสีเขียว หรือกระแสรักษ์โลก ทั้งการใช้พลังงานทางเลือก การนำวัสดุใช้ซ้ำ การลดอัตราบริโภคพลังงาน ฯลฯ เพราะรู้กันดีว่าเราต้องดูแลรักษาโลกใบนี้เพื่อคนรุ่นลูกรุ่นหลาน

แม้รถใช้น้ำมันจะยังคงอยู่บนโลกไปอีกราว 10-15 ปี แต่รถรุ่นใหม่ที่ทยอยออกสู่ตลาดจะกลายเป็นรถไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สถานะของโตโยต้าจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีทางรู้ด้วยว่าจะส่งผลดีหรือผลลบต่อยักษ์ใหญ่ในโลกยานยนต์รายนี้

การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่จีรังและไม่มีใครรู้ว่ามันจะมาถึงเราเมื่อไร การเตรียมความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจึงเป็นหนทางที่เราต้องตระเตรียมให้ดีที่สุดเสมอ...จะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามตอนต่อไปครับ