วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไฟใต้'โหมโรงต้นปีงบฯ70 สมช.นัดปรับเกมรุก-ตอบโต้

การแก้ไขปัญหา จชต. ต้องจับตาการประชุมวันที่ 22 ต.ค. รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงจะปรับทิศทางอย่างไร เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังคงเปลี่ยนแปลงและยากต่อการคาดการณ์

KEY POINTS

  • เหตุการณ์ความไม่สงบ จชต.เกิดต่อเนื่อง3วันในห้วง ผบ.ทบ.ลงพื้นที่มอบแนวทางแก้ปัญหา
  • ผบ.ทบ.กำชับให้หน่วยงานรัฐเน้นบูรณาการใกล้ชิดระหว่าง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ท่ามกลาง พ.ต.ท.ทวี เรียกร้องปรับการทำงาน2หน่วยงาน
  • เลขา สมช. เตรียมประชุม 22 ต.ค. ปรับทิศทางการทำงาน ในเรื่องการตอบโต้ ซึ่งได้ทำรวดเร็ว ทันเวลา

นับหนึ่งต้นปีงบประมาณ 2570 แต่ผู้ก่อความไม่สงบยังคงหาจังหวะก่อเหตุ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายการเมืองแก้เกมดับไฟใต้ใหม่ ด้วยการคุมเข้มพื้นที่ในช่วงรอยต่อ เว้นช่วงก่อเหตุได้เกือบครึ่งเดือน

จนมาเกิดเหตุ 3 วันต่อเนื่อง โดยวันที่ 15 ต.ค. คนร้ายไม่ทราบจำนวนขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 2 ลูก เข้าไปยังฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบันนังสตา หมู่ที่ 3 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 5 นาย 

ต่อด้วย 16 ต.ค. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิง เจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอไม้แก่น ขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปละหมาด เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย 

และ 17 ต.ค.ช่วงกลางวันเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยเป็นที่หลบซ่อนผู้ก่อความไม่สงบ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส  จนเกิดการปะทะ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย และ ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 3 ราย ยึดอาวุธปืน 2 กระบอกพร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิด

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตมี 2  รายมีหมายจับในคดีลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569 และเชื่อมโยงกับเหตุปะทะบริเวณเขาตะเว เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 ส่วนอีก 1รายให้ที่พักพิง

ขณะที่ช่วงกลางคืนคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนยาวขนาด 5.56 มิลลิเมตร ลอบยิงร้อยตำรวจโท อุสมา นิมายุ อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ เดินทางกลับจากการเตรียมงานพิธีการเข้าสุนัต (มาโซ๊ะยาวี) ณ บ้านของนายสาฟูวัน มะลี ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

เหตุการณ์ทั้ง3วันเกิดขึ้นในห้วง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานพร้อมมอบนโยบายแก้ไขปัญหา จชต. 

ภายหลังเปลี่ยนตัว แม่ทัพภาคที่4(มทภ.4) มาเป็น พลโท ชาคริต อุจะรัตน รวมถึงเปลี่ยนตัวผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.นราธิวาส) พื้นที่สถิติก่อเหตุมากที่สุด เป็น พล.ต. เทพพิทักษ์ นิมิตร 

ตลอดจนถึงการปรับแผนดับไฟใต้ใหม่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช ) ยกระดับ 14 อำเภอชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียเป็นพื้นที่นำร่องความปลอดภัย ท่ามกลางกระแสข่าว ผู้ก่อความไม่สงบเร่งก่อเหตุลองของการแก้เกมดับไฟใต้ใหม่ของรัฐบาล

โดย พล.อ. พนา ได้รับทราบปัญหาในพื้นที่ ที่ยังพบกลุ่มผู้ไม่หวังดี บิดเบือนข้อมูล ปล่อยข่าวลือ ปลุกระดมและสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดการต่อต้านภาครัฐ มีการบ่มเพาะความคิดในกลุ่มเยาวชน ที่ใช้กิจกรรมแอบแฝงทั้งในและนอกสถานศึกษา หวังปลูกฝังแนวคิดที่บิดเบือน โดยเฉพาะประเด็นทางศาสนาและประวัติศาสตร์ 

พร้อมกำชับให้หน่วยงานรัฐเน้นบูรณาการใกล้ชิดระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ทั้ง ทหาร ตำรวจ ปกครอง และกระทรวงต่าง ๆ นำข้อผิดพลาดมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งมิติงานความมั่นคงและการพัฒนา ต้องยึดมั่นตามวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์ชาติอย่างเคร่งครัด 

"การปฏิบัติงานต้องบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนควบคุมพื้นที่ชายแดน ดำเนินการเชิงรุก และวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ กำชับทุกหน่วยทบทวนภารกิจที่ต้องปฏิบัติให้ลึกและรอบคอบท่ามกลางการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ละเอียดอ่อน ต้องหาสิ่งที่ง่ายและสําคัญที่สุด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดทบทวนการปฏิบัติเสริมทักษะ พิทักษ์พล พิทักษ์พื้นที่ ลดการสูญเสียกำลังพล ควบคู่เสริมความเข้มแข็งให้ กองอาสารักษาดินแดนประจำชุดคุ้มครองตำบลดูแลบ้านเกิดได้อย่างรัดกุม" ผบ.ทบ.กล่าว

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาตั้งข้อสังเกตุถึงการทำหน้าที่แก้ปัญหา จชต.ควรปรับทิศทางของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.) เรื่องการพัฒนา และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)
ควรทำงานมวลชนมากกว่าทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 

ล่าสุด พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาสมช.) เปิดเผยว่า วันที่ 22 ต.ค.นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.) ร่วมประชุมปรับทิศทางการทำงาน ในเรื่องการตอบโต้ ซึ่งได้ทำรวดเร็วขึ้น ทันเวลามากขึ้น 

โดยที่ผ่านมามีการปรับแนวทางการทำงานอยู่ตลอด แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ก่อเหตุ ถ้ามีโอกาสและมีจังหวะเมื่อไหร่  เขาจะทำ ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เท่าที่ตนทราบจากข้อมูลและการรายงานมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ  อยู่ตลอดเวลา

พร้อมย้ำว่า พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำชับกับกำลังพลทุกคนว่าการป้องกันการก่อเหตุ หรือการปฏิบัติงานเชิงรุกเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่หน่วยต้องเร่งดำเนินการ 

ผมเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ต่างๆ เราสามารถเข้าควบคุมได้มากยิ่งขึ้น แต่คงต้องใช้เวลา เพราะเรื่องนี้ใช้เวลามาหลายปีแล้ว และตอนนี้เราก็เร่งที่จะทำให้แผนงานที่จัดเตรียมไว้เข้าถึงพื้นที่ได้มากขึ้น  ในส่วนของ สมช. นั้น เราพยายามทำให้ความไม่มั่นใจของประชาชนในพื้นที่เปลี่ยนเป็นความเชื่อถือและความมั่นใจ แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา สมช.กำลังพยายามปรับแผน และคิดแผนในเชิงรุกอย่างเร่งด่วน ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" เลขา สมช.กล่าว

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสกัดเหตุรุนแรงให้ได้เท่านั้น แต่คือการทำให้มาตรการใหม่เกิดผลในพื้นที่จริง ทั้งการป้องกันเหตุเชิงรุก การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน 

ขณะที่การประชุมวันที่ 22 ตุลาคมนี้ จะเป็นอีกจุดที่ต้องจับตาว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงจะปรับทิศทางอย่างไร เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังคงเปลี่ยนแปลงและยากต่อการคาดการณ์