ในยุทธจักรฟุตบอลอาชีพของเมืองไทย “เนวิน ชิดชอบ” ได้ชื่อว่าเป็น “พ่อมดลูกหนัง” ที่ร่ายมนต์ “การตลาด-การเมือง” สร้างทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ไทยลีก 11 สมัย
ก่อนเปิดฤดูกาลไทยลีก เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทีมปราสาทสายฟ้า“เนวิน” จะมีคิวเตะปรีซีซั่นที่ปักษ์ใต้ตอนล่าง เพราะคนปลายด้ามขวานคลั่งกีฬาฟุตบอล
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “ศึกมิตรภาพอีสาน-ใต้ ครั้งที่ 5” ระหว่าง “ปัตตานี เอฟซี” กับ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ณ สนามเรนโบว์ สเตเดียม(อบจ.ปัตตานี) จ.ปัตตานี ได้กลายเป็นศึกการเมืองลูกหนัง
ไล่ตั้งแต่ดราม่า “ลุงเน” ขาสั้นที่นครศรีธรรมราช ไปจนถึงการพบปะกันของครูใหญ่บุรีรัมย์กับแกนนำพรรคน้ำเงินปักษ์ใต้ที่สงขลา
นัยว่า ครูใหญ่ต้องเข้ามาเคลียร์ใจและหาตัวช่วย “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพใหญ่ ซึ่งตกเป็นเป้ากระสุนตกในยามนี้
ตัดภาพไปที่สนามเรนโบว์ สเตเดียม ในวันที่ 1 ส.ค.2569 มีแฟนบอลนับหมื่นเข้ามาชมการแข่งขันระหว่างทีมปัตตานี เอฟซีกับทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
การปรากฏตัวของ “พี่ใหญ่” สิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาสนามบอลในฐานะผู้ชม โดยไม่ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์โซน VVIP ร่วมกับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม สรรเพชร บุญญามณี รมช.คมนาคม นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย และเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี
ทำไมคนระดับ “พี่ใหญ่-สิรภพ” มือทำงานของครูใหญ่เนวิน จึงทำตัวโลว์โปรไฟล์ เรื่องนี้มีที่มาและเกี่ยวกับอาการขาลงของ “โกเกี๊ยะ”
ชื่อ “พี่ใหญ่” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในแวดวงการเมืองไทย เดิมชื่อ “สุรเชษฐ์ ดวงสอดศรี” ชาว อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งช่วง “ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน” สร้างอาณาจักรธุรกิจสื่อสาร พี่ใหญ่ทำงานอยู่ฝ่ายกฎหมายของไทยคม
ปี 2542 ทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย “คุณหญิงอ้อ” ส่งพี่ใหญ่-สุรเชษฐ์ มานั่งประจำการที่ฝ่ายกฎหมายของพรรค ภายใต้การดูแลของ ชานนท์ สุวสิน
คนวงในพรรคไทยรักไทยสมัยโน้นจะทราบดีว่า “พี่ใหญ่” ไม่ใช่เด็กทักษิณ แต่เป็นมือทำงานลึกๆ ลับๆ ให้กับคุณหญิงอ้อ
หลังรัฐประหาร 2549 สมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ มีการชุมนุมต้าน คมช. โดยมีเนวินเป็นกองหนุน ซึ่งเวลานั้น พี่ใหญ่เป็นตัวเชื่อมบ้านจันทร์ส่องหล้า-ทีมบุรีรัมย์ ทำให้เขาสนิทสนมกับเนวิน
ปี 2551 พี่ใหญ่ตัดสินใจมาช่วยงานด้านกฎหมายช่วง เนวิน ชิดชอบ ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น “สิรภพ ดวงสอดศรี” แต่ตัวเขายังให้ความเคารพ “นายหญิง” แห่งบ้านจันทร์ฯ
หลังจากนั้น เนวินถอยมาอยู่หลังฉาก และหันไปลุยปั้นสโมสรฟุตบอลอาชีพ เริ่มจาก “บุรีรัมย์ พีอีเอ” และเปลี่ยนเป็น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เมื่อปี 2555
ศึกมิตรภาพอีสาน-ใต้ ครั้งที่ 1 ปัตตานี เอฟซี-บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2556 จึงเกิดขึ้นโดยการประสานงานของ “พี่ใหญ่-สิรภพ” ชาว อ.ปานาเระ
แน่นอน เป้าหมายของเนวินในวันนั้นคือ ขยายฐานแฟนบอล และปูฐานการเมือง จึงมีครั้งที่ 2 ปี 2557 ครั้งที่ 3 ปี 2558 และครั้งที่ 4 ปี 2561
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับทีมลูกหนังอาชีพจากมาเลย์ 2 ครั้งที่ จ.ปัตตานีในปี 2565 และ 2568
ทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์ข้างต้น ผลงานของพี่ใหญ่-สิรภพ เพื่อตอกย้ำแบรนด์ “ลุงเน” ขวัญใจเจนใหม่ปลายด้ามขวาน และแบรนด์สีน้ำเงิน
ปีนี้ มีความพิเศษกว่าทุกครั้งที่ทีมปราสาทสายฟ้าลงมาเยือนชายแดนใต้คือ ปัตตานี เอฟซี เป็นทีมจากภาคใต้ทีมแรกในรอบ 12 ปี ที่เลื่อนชั้นมาสู่ไทยลีก
ปัจจุบัน วรวิทย์ บารู อดีต สส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ นั่งเก้าอี้ประธานสโมสรปัตตานี เอฟซี และเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี เป็นผู้สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2554
การเลือกตั้ง สส.ปัตตานี ปี 2569 “โกเกี๊ยะ” ในฐานะแม่ทัพปักษ์ใต้ ดึงทีมบ้านใหญ่-เศรษฐ์ อัลยุฟรี มาสังกัดค่ายสีน้ำเงิน พี่ใหญ่ไม่พอใจ แต่ก็ต้องถอย เพราะเนวินไฟเขียวให้โกเกี๊ยะดูแลทั้งใต้ตอนบน-ตอนล่าง
พี่ใหญ่-สิรภพ ที่ดูแล พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา มาตั้งแต่ปี 2562 ก็ต้องพาทายาท “ปู่เด่น” ไปฝากไว้ที่พรรคกล้าธรรม
อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์ และทีมนายกฯเศรษฐ์กวาดเก้าอี้ สส.ปัตตานี มาได้ 4 ที่นั่งจากทั้งหมด 5 ที่นั่ง
เขต 1 “กำนันบาฮา” บาฮารุดดีน ยูโซะ อดีตกำนันตำบลบาราเฮาะ และอดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปัตตานี
เขต 2 “นายกซี” คอซีย์ มามุ อดีตนายก อบต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ที่ย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ
เขต 3 บูรฮันธ์ สะเม๊าะ อดีตประธานส่งเสริมพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ชายแดนใต้ (YBIT)
เขต 5 สาเหะมูหามัด อัลอิดรุส อดีตนายกเทศบาลตันหยง อ.ยะหริ่ง และน้องเขยนายกฯเศรษฐ ที่ย้ายมาจากพรรคประชาชาติ
เมื่อ “โกเกี๊ยะ” โชว์ผลงานยึดปัตตานี “พี่ใหญ่” จำต้องหลบไปทำงานหลังม่าน และดูแลกิจการภายในพรรคสีน้ำเงินในฐานะ ผอ.พรรค
ก่อนหน้านั้น ครูใหญ่เนวินได้ส่งพี่ใหญ่-สิรภพไปนั่งเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยรัฐมนตรี ในทุกกระทรวงที่โกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรี
ยกเว้นรัฐบาลอนุทิน 1 พี่ใหญ่ไปนั่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีที่กระทรวงยุติธรรม และรัฐบาลอนุทิน 2 พี่ใหญ่ไร้หัวโขนการเมือง แต่มิได้หมายความว่า เนวินทิ้งพี่ใหญ่
สมัยไทยรักไทย คุณหญิงอ้อไว้ใจพี่ใหญ่อย่างไร วันนี้ เนวินก็ยังวางใจพี่ใหญ่ในการทำงานลึกๆลับๆ
ชั่วโมงนี้ ครูใหญ่บุรีรัมย์ จึงต้องจัดสมดุลระหว่าง “ทุนใหญ่ปักษ์ใต้” กับ “คนรู้ใจ” ให้พรรคสีน้ำเงินเดินหน้าต่อไป แตกต่างแต่ไม่แตกแยกนั่นเอง



