วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2569

Login
Login

น้ำเงินสกัดส้ม ปม‘กล่องดวงใจ’ รุกคดี ปิดปาก-ปิดฉาก ‘ภาวุธ’

ป้อม “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ที่กำลังฉายแสงเป็นดาวสภาฯ อีกดวง ของพรรคประชาชน แต่ชะตาการเมือง มีอันต้องพลิกผันกระทันหัน กลับกลายเป็นจุดอ่อนของพรรคส้ม ที่ถูกพรรคน้ำเงิน เล่นงานกลับ เมื่อบังอาจไปแตะกล่องดวงใจ "ลูกเทพ" ไชยชนก ชิดชอบ ซักฟอกโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 ภาวุธ จึงโดนสกัดด้วยคดี Forex-3D ที่เจ้าตัวแทบไปไม่เป็น เมื่อถูกปั่นกระแส เล่นใหญ่ สไตล์ค่ายน้ำเงิน เอาคืนด้วยการขุดคุ้ยธุรกิจ เพื่อให้เห็นความโยงใยกับเครือข่ายฟอกเงิน

 อย่างไรก็ตามในมิติการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีนี้สามารถสกัดการตรวจสอบรัฐบาล เรื่อง TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี อย่างได้ผล หลังจากป้อม ภาวุธ เป็นตัวหลักในการขุดคุ้ยโครงการของลูกเทพในสภาฯ ทำให้การตรวจสอบสะดุด เมื่อเจ้าตัวต้องเสียเวลา สาละวนกับการเคลียร์ปัญหาตัวเอง 

 ความมือใหม่ทางการเมือง จึงตั้งตัวไม่ติด ส่งผลให้พรรคส้มเองก็เสียกระบวน

 

น้ำเงินสกัดส้ม ปม‘กล่องดวงใจ’  รุกคดี ปิดปาก-ปิดฉาก ‘ภาวุธ’

 แกนนำพรรคประชาชน วิเคราะห์ตรงกัน สะท้อนจากที่ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรค ตั้งข้อสังเกตถึงความเร่งรีบของคดี มีการเสนอออกหมายจับลูกพรรค ทั้งที่หากเป็นหมายเรียก เจ้าตัวก็พร้อมให้ความร่วมมือ 

 เราก็คิดเหมือนกัน และพูดกันมาตลอดว่า จะมีเรื่องของการเมืองหรือไม่ และจะมีการพยายามใช้การเมืองมาเป็นเครื่องมือในการเล่นงานหรือไม่ ในกรณีที่ภาวุธออกมาเปิดโปงโครงการที่เป็นฝั่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ย้อนไปเมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา "ภาวุธ" เพิ่งจะรับบท “รัฐมนตรีเงา กระทรวงดีอี” เป็นหัวหอกในการตรวจสอบ “โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี ซึ่งเป็นโครงการจัดหา AI ให้ประชาชนใช้ฟรี 5 ล้านคน ด้วยงบประมาณ 1,621 ล้านบาท จากกองทุนดีอี

 โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ในวงการอีคอมเมิร์ซไทย ตั้งข้อสังเกตเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างราคา วิเคราะห์ตัวเลขความคุ้มค่า จนทำให้โครงการนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม มีการเปรียบเทียบกับระบบที่มีฟังก์ชันใกล้เคียงกัน แต่ใช้งบประมาณที่ถูกกว่า มีการคำนวณโควตาการใช้ Token และค่าระบบ รวมถึงทีโออาร์ที่มองว่ามีข้อพิรุธ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่มหรือไม่

 ทำเอา รมต.ลูกเทพ เสียรังวัด โยนเผือกร้อนให้ปลัดดีอี จนโครงการนี้ทำท่าจะไม่ได้ไปต่อ เพราะกระแสสังคมเริ่มไม่ไว้วางใจ

 

น้ำเงินสกัดส้ม ปม‘กล่องดวงใจ’  รุกคดี ปิดปาก-ปิดฉาก ‘ภาวุธ’

 

 ตัดกลับมาที่คดี Forex-3D ถูกอัปเกรดเป็นคดีพิเศษ ในมือดีเอสไอ ที่เจ้ากระทรวงยุติธรรม "พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์" ขึงขังเอาจริงเอาจังกับคดีนี้ เพื่อให้เห็นเป็นผลงาน 

ว่ากันว่า นอกจากความทุ่มเทของรัฐมนตรีสายตรงบุรีรัมย์แล้ว ทีมปฏิบัติการคดีนี้ ทั้งฝ่ายการเมือง และข้าราชการต่างทุ่มสุดตัว กล้าได้กล้าเสีย เพราะมีเงื่อนไขจูงใจ ในความก้าวหน้าของตัวเอง 

 จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อดีเอสไอเร่งรัดยื่นเรื่องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดี 30 ราย ทั้งนิติบุคคล และบุคคล รวม“ภาวุธ” ในจำนวนนี้ด้วย

 แต่ปรากฎว่าในวันเดียวกัน ศาลฯ มีคำสั่ง ยกคำร้องของดีเอสไอ พร้อมผู้ถูกกล่าวหารวม 22 ราย

 

น้ำเงินสกัดส้ม ปม‘กล่องดวงใจ’  รุกคดี ปิดปาก-ปิดฉาก ‘ภาวุธ’

 โดยศาลให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และอยู่ในวิสัยที่สามารถออกหมายเรียกตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนปกติได้ พร้อมกำชับตรวจพยานหลักฐานละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

 สำหรับหลักฐานที่ดีเอสไอ ใช้ประกอบการขอหมายจับ คือข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน และพฤติกรรมในการธุรกรรมการเงิน ผ่านการทำธุรกรรม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโบรกเกอร์ กลุ่มผู้ชักชวน และกลุ่มช่องทางการรับเงิน  ซึ่งภาวุธถูกรวมอยู่ในกลุ่มที่ 3 นี้ โดยปรากฏชื่อของกลุ่มนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งต่อกระแสเงินสดที่อ้างว่ามีความพัวพันกัน

เบื้องลึกเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ แม้บางส่วนในทีมดีเอสไอจะรู้ว่าข้อมูลในมือ เรื่องประเด็นความเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน เพื่อรวบตึงธุรกิจ“ภาวุธ”ให้ได้ หลักฐานยังค่อนข้างเบาบาง จึงต้องไปวัดดวงกันที่ชั้นอัยการว่า ที่สุดจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ และชั้นศาลจะตัดสินคดีนี้อย่างไร  

 ทว่า ด่านแรก การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลับวืด ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ค่ายน้ำเงิน เล่นงานค่ายส้ม ด้วยการใช้คดี “ปิดปาก- ปิดฉาก” การตรวจสอบของ ครม.เงา “ไม่ง่าย” นอกจากจะเล่นแร่แปรคดีเพื่อเลี้ยงกระแส ดิสเครดิตกันไปเรื่อยๆ 

 สถานการณ์ที่เริ่มพลิก พรรคส้มจะกลับมาตั้งหลักได้หรือไม่ โดยเฉพาะการผนึกกำลังของฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ในการเอาคืนรัฐบาลสีน้ำเงิน ด้วยศึกซักฟอกนอกสภาฯ ก่อนเปิดฉากใหญ่ในสภาฯ ส.ค.นี้