วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ศบค.ชด.’เหล้าเก่าขวดใหม่ ปะฉะดะ ‘ภัยคุกคาม’รอบทิศ

การประชุมนัดแรกของ “พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ผบ.ทหารสูงสุด ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ผอ.ศบค.ชด.) ที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายใต้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.​เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

หลัง สมช.ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทยรอบประเทศ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชน ทั้ง “อาชญากรรมข้ามชาติ”แม้ปัจจุบัน “รัฐบาลไทย” ยกระดับปราบปรามจริงจัง โดยเฉพาะปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และทุนสีเทา

ทว่า ฐานที่ตั้งอาชญากรรมเหล่านี้กระจายอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แม้รัฐบาลไทยจะใช้กลไกต่างประเทศ ดึงนานาชาติเข้ามามีส่วนร่วมกดดันให้กวาดล้าง แต่เครือข่ายเหล่านี้ใช้วิธีการย้ายฐานจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง มุดลงดินรอวันหวนคืนกลับมาใหม่

ขณะที่ “ยาเสพติด” ทะลักเข้าไทยต่อเนื่องผ่านชายแดนภาคเหนือติดกับเมียนมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำโขงยาวหลาย 100 กิโลเมตรกั้น สปป.ลาวกับไทย ส่วนเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ควบคุมได้ไม่ทั่วถึง ทำให้เล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน นำไปพักคอย กทม.และปริมณฑล ก่อนลำเลียงสู่ภาคใต้ ส่งต่อไปประเทศที่สาม แต่บางส่วนกระจายขายภายในประเทศ

ส่วนด้านความขัดแย้งตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ “ไทย-กัมพูชา” ยังต้องประเมินช็อตต่อช็อตจะเปิดรอบสามหลังหมดหน้าฝนหรือไม่ ท่ามกลางการกระแสข่าว“เติมของ”กันเป็นระยะ สอดรับสมรภูมิการทูตและข่าวสารที่ทั้ง 2 ประเทศต่างชิงไหวชิงพริบคงความได้เปรียบ

เช่นเดียวกับการ “สู้รบทหารเมียนมา-ชนกลุ่มน้อย” จะกลับมาปะทุหลังหมดหน้าฝน ส่งผลกระทบประชาชนตามแนวชายแดนได้รับผลกระทบกระสุนตก สร้างความเสียหายบ้านเรือนและความปลอดภัย รวมถึงคลื่นอพยพ

ขณะที่ความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รอยต่อไทย-มาเลเซีย เกิดเหตุรายวันซ้อนทับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ สร้างความเดือดร้อนให้ความประชาชนเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ศบค.ชด จะทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับศักยภาพและประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหา ส่งเสริมความมั่นคงชายแดน ให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในภูมิภาค สร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย

โดยที่ประชุม ศบค.ชด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนในทุกมิติ โดยเฉพาะการบูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานพลเรือน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามตามแนวชายแดนของประเทศ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 

1.) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ปฏิบัติหลัก  

2.) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อรองรับการปฎิบัติตามนโยบายความมั่นคงและนโยบายความมั่นคงชายแดน  

3.) เชิญผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะผู้บริหาร (รอง ผอ.ศบค.ชด. (8)) เพื่อให้สามารถบูรณาการ และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ

“การประชุมในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เป็นเอกภาพ และยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามตามแนวชายแดนในทุกมิติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

ทั้งนี้แม้ ศบค.ชด จะถูกมองว่า เป็นการรื้อฟื้น “ศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” (ศอ.ปชด.)ยุค“นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ” แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประเทศเมียนมา โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น ผอ.ศอ.ปชด. และ พล.อ.อุกฤษฎ์ รองผบ.ทหารสูงสุด รับหน้าที่หลัก

และภายหลังเกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ศอ.ปชด. พลิกบทบาทเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อขออนุมัติต่อ สมช. ในการเตรียมความพร้อมรบ และออกมาตรการต่างๆ ในการคุมเข้มชายแดน

แต่ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง “ศบค.ชด.”แปลงสภาพ มาจาก ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) รับมือผลกระทบการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่าน ที่ “นายกฯอนุทิน”ตั้งขึ้นมา

ศบค.ชด ภายใต้กำกับ“พลเอก อุกฤษฎ์ ” ต้องประสานข้ามผ่านกระทรวง เช่น สมช.ปลัดมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผบ.เหล่าทัพ ตลอดจนถึงระดับกองกำลังป้องกันชายแดน ถูกคาดหวังจากรัฐบาลแก้ปัญหาความมั่นคงรอบประเทศ

ขณะที่ การประชุม สภากลาโหมล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรม รมว.กลาโหม ได้รับทราบการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยที่ประชุมย้ำให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมเน้นย้ำ หน่วยขึ้นตรงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมบูรณาการการปฏิบัติงานผ่านศบค.ชด. ซึ่งมี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น ผู้อำนวยการฯ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้กำลังเป็นที่จับตาว่า ศบค.ชด. ของ “รัฐบาลอนุทิน” จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้ความมั่นคงชายแดนรอบประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จยั่งยืนหรือไม่