ปรากฏการณ์ทะลุ 3 แสน “ติ่ง มัลลิกา” คว้าอันดับ 2 ทิ้งห่าง “ดร.โจ ชัยวัฒน์” นับแสนแต้ม โชว์อิทธิฤทธิ์เจ้าแม่ออนไลน์ตัวจริง
คนชัดเจน “ติ่ง มัลลิกา” จบภารกิจสนามผู้ว่าฯกทม. กลับไลฟ์ขายของ ตบปากกูรูหน้าจอที่คาดว่า เธอจะเอา 3 แสนไปต่อยอดการเมือง
ภาพรวมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,428,644 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,338,098 คน คิดเป็น ร้อยละ 52.79
ผลการรวมคะแนนครบ 100% อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 1,537,784 คะแนน
ตามมาด้วยอันดับ 2 “มัลลิกา บุญมี มหาสุข” 304,494 คะแนน
อันดับ 3 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 188,144 คะแนน พรรคประชาชน
และอันดับ 4 อนุชา บูรพชัยศรี 106,739 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์
ไม่น่าเชื่อว่า ผู้สมัครจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ได้คะแนนรวมกันยังไม่เท่ากับ “ติ่ง มัลลิกา” ผู้สมัครอิสระ
หลังทราบผลเลือกตั้งในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “มัลลิกา” ตอบคำถามนักข่าวในประเด็นจะเดินต่อไปบนเส้นทางการเมืองหรือไม่
“ดิฉันได้ประกาศตั้งแต่ต้นว่า ถ้าใครจะใช้มัลลิกาต้องใช้ในวันนี้ ไม่ใช่รออนาคตหรือชาติหน้า และดิฉันมีธุรกิจที่ต้องไปรันต่อ..”
ดังนั้น เช้าวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่หน้าเพจ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ก็จะพบข้อความว่า “หายไปนาน กลับมาทั้งทีไม่มีคำว่าธรรมดาโปรลดแรงกลางปี ซื้อ 1 ได้ถึง 4 คุ้มเว่อร์”
หลังจากนั้น “ติ่ง มัลลิกา” ก็ไลฟ์ขายสินค้าเหมือนที่เคยทำมาก่อนหน้าการลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
เอฟซีติ่งจะทราบดีว่า เธอมีธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม ภายใต้แบรนด์ Dr.Mallika Skincare & Cosmetic
ย้อนไปเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2566 มัลลิกาได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และประกาศเว้นวรรคทางการเมือง โดยให้เหตุผลว่าต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัว และทำงานที่ตนเองรักอย่างอิสระ
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของมัลลิกา ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ขายผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ Dr.Mallika Skincare & Cosmetic ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok
กำเนิดดาวติ๊กต็อก
ก่อนตัดสินใจลงสนามการเมืองท้องถิ่น “ติ่ง มัลลิกา” มีต้นทุนฐานเสียงจากฐานลูกค้าผลิตภัณฑ์ความงามของเธอ
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มัลลิกากลายเป็นดาว Tik Tok หรือเจ้าแม่ออนไลน์เพราะเธอใช้เวลาไลฟ์อยู่บนแฟลตฟอร์มออนไลน์ วันละไม่ต่ำกว่า 5-7 ชั่วโมง
นอกจากนี้ มัลลิกาจับคู่ไลฟ์ขายสินค้าในนาม TikTok Affiliate ร่วม “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” และ “แทค” ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม โดยมีการนำเสนอด้วยลีลาบ้านๆ เคยเรียกยอดขายกระจายมาแล้ว เมื่อครั้งที่ไลฟ์ขายผักกระเฉด แคปหมู ไส้อั่ว ฯลฯ
ปัจจุบัน มัลลิกายังมีรายการ The Mallika Show ออกอากาศทางแนวหน้าออนไลน์ เน้นการวิเคราะห์การเมือง กฎหมาย และประเด็นสังคม
สำหรับงานภาคสังคม “ติ่ง” ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน ได้ทำการช่วยเหลือด้านสวัสดิการและรับเรื่องราวร้องเรียนของประชาชนมานานแล้ว
ทำไมติ่งทิ้งห่างส้ม
ช่วงแรกของการหาเสียงผู้ว่าฯกทม. สื่อหลายสำนักมองว่า มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ เป็นม้านอกสายตาและประเมินว่าเป็นเพียงไม้ประดับ
กระทั่งนิด้าโพลเปิดผลสำรวจพบว่า “ติ่ง” มัลลิกา มีคะแนนนิยมแซง “ดร.โจ” ขึ้นเป็นอันดับ 2 เกจิการเมืองหลายคนยังไม่เชื่อนิด้าโพล
สุดท้าย “ติ่ง มัลลิกา” ก็เข้าป้ายที่ 2 ตามที่นิด้าโพลคาดหมาย จึงมีการตั้งวงวิเคราะห์กันมากมาย ทำไมเธอจึงชนะใจคนกรุงเทพ ทั้งที่ไม่มีพรรคการเมืองหนุน และไม่ติดป้ายหาเสียง
ปัจจัยแรก “มัลลิกา” มีคาแรกเตอร์นักการเมืองสายลุย มีลีลาการสื่อสารที่ฉับไว และเป็นตัวของตัวเองสูง
ปัจจัยที่สอง ในอดีตเธอเป็นผู้ประกาศข่าวช่องไอทีวี ทำให้มีทักษะการพูดที่ฉะฉาน และเข้าถึงอารมณ์ผู้ฟังได้ดี
ปัจจัยที่สาม การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือดาว Tiktok ขายสินค้า ทำให้มีฐานแฟนคลับติดตามจำนวนมาก
ปัจจัยที่สี่ มัลลิกาอยู่บนถนนการเมืองมายาวนาน และเคยเป็น สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ จึงช่ำชองในกลยุทธ์การหาเสียงทุกรูปแบบ
ที่สำคัญ เธอมีจุดยืนทางการเมืองอยู่ตรงข้ามกับพรรคส้ม และอุดมการณ์เยาวชนสามนิ้ว ทำให้โหวตเตอร์อนุรักษนิยมเมืองหลวงเลือก “ติ่ง” ที่มีความชัดเจนมากกว่า “อนุชา บูรพชัยศรี” พรรคสีฟ้า
หากเปรียบเทียบสินค้าในตลาดการเมือง “โจ ชัยวัฒน์” และ “เจมส์ อนุชา” จัดอยู่กลุ่มสินค้ารสปรุงจืด ต่างจาก “มัลลิกา” ที่รสแซบเว่อร์ ถูกปากถูกคอชาวบ้านร้านตลาด
พฤติกรรมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ของคนเมืองหลวง แยกการเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นออกจากกัน โดยเน้นตัวบุคคลมากกว่าพรรค ฉะนั้น “ชัชชาติ” และ “มัลลิกา” จึงโกยคะแนนเหนือผู้สมัครจากพรรคการเมือง
นิยามแห่งชัยชนะของแต่ละคนต่างกัน “มัลลิกา” ไม่ได้คาดหวังจะชนะชัชชาติ แค่เธอเอาชนะ “ดร.โจ” พรรคส้มได้ก็สร้างปรากฏการณ์สะท้านเมืองหลวง และผู้คนจะพูดถึงกลยุทธ์หาเสียงแบบดาวติ๊กต็อกไปอีกนาน


