วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

40 ปี วิถีอำนาจ 'เนวิน' ต้นแบบ 'ยียาธิปไตย พลัส'

กว่าจะถึงวันนี้ “เนวิน” จาก สจ.วัย 27 สู่สภาฯ ในมาดผู้แทนบ้านนอก ลูก “กำนันชัย” ทะลุกระแสยี้นั่งเก้าอี้ “รมช.คลัง” สุดเหลือเชื่อ

วาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” พ.ศ.นี้ มีต้นทางจาก “ระบอบยียาธิปไตย” ศัพท์การเมืองที่เรียกนักเลือกตั้งเผ่าพันธุ์ยี้หลัง 14 ตุลา 16

ชั่วโมงนี้ ไม่มีนักการเมืองหลังม่านคนไหนที่ร้อนแรงไปกว่า “เนวิน ชิดชอบ” กับวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” หรือระบอบอำมาตย์ใหม่แห่งอีสานใต้

จะว่าไปแล้ว “เนวิน” โลดแล่นอยู่ในยุทธจักรการเมืองมานานกว่า 40 ปีแล้ว นับแต่เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) บุรีรัมย์ เมื่อปี 2528 ซึ่งตอนนั้นเขาวัย 27 ปี 

40 ปี วิถีอำนาจ 'เนวิน' ต้นแบบ 'ยียาธิปไตย พลัส'

พลิกแฟ้มนิตยสารผู้จัดการรายเดือน (กันยายน 2538) จะพบกับบทวิเคราะห์ชื่อ “เนวิน ชิดชอบ เขาจะเป็นนายกรัฐมนตรี!?” ซึ่งเวลานั้น เนวินมีตำแหน่งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา

ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลบรรหาร เนวินมีชื่อติดโผ ครม. ท่ามกลางกระแส “ยี้” เพราะชีวิตส่วนตัว และการเมืองของเนวินนั้นดูโชกโชนแบบนักเลงบ้านนอก (สมัยวัยรุ่นตั้งกลุ่มสิงห์ทอง) และมีความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นสูง

นักข่าวผู้จัดการที่เขียนบทวิเคราะห์นี้ จึงตั้งคำถามในตอนท้ายว่า “...รมช.คลัง ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญมีผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร้องว่า ‘ยี้’ ณ วินาทีนี้ เนวินยิ่งต้องสร้างผลงานที่เป็นที่ยอมรับ..”

ช่วงเลือกตั้งปี 2538 คอลัมนิสต์ นสพ.สมัยโน้น บัญญัติคำว่า “ยี้” ขึ้นมา หลังเหตุการณ์ตำรวจกองปราบจับกุมหัวคะแนนผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ อันเป็นที่มาของฉายา “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ”  

 

ที่มาของระบอบยียาธิปไตย


“กลุ่มพลังยียาธิปไตย” หรือ “ระบอบยียาธิปไตย” นั้น อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ได้บัญญัติศัพท์การเมืองนี้ไว้เป็นครั้งแรกในบทความเรื่องอาชีพนักการเมือง เมื่อปี 2538

40 ปี วิถีอำนาจ 'เนวิน' ต้นแบบ 'ยียาธิปไตย พลัส'

คำว่า “ยียาธิปไตย” เกิดจากการสมาสคำสแลงยอดฮิต "ยี้" เข้ากับคำว่า "อธิปไตย" เพื่ออธิบายกลุ่มนักเลือกตั้งที่สร้างฐานอำนาจผ่านระบบอุปถัมภ์ และผลประโยชน์

ต้นเดือนก.พ.2544 รังสรรค์เขียนบทความเรื่อง “จากอํามาตยาธิปไตยถึงยียาธิปไตย” ในคอลัมน์จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง นสพ.ผู้จัดการรายวัน 

“กลุ่มพลังยียาธิปไตยเติบใหญ่ขึ้นมาก หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเดือนตุลาคม 2516 นักเลือกตั้งเผ่ายี้ จากส่วนภูมิภาคตบเท้าเข้ามายึดสภาผู้แทนราษฎร ไม่แตกต่างจากคนเถื่อนบุกเข้ายึดกรุงโรมในยุคอนธกาลแห่งยุโรป...”

หลังการเลือกตั้ง สส.ปี 2544 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 อาจารย์รังสรรค์ มองว่า “ตลาดการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก อันเป็นเหตุให้โครงสร้างรัฐสภา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ นักเลือกตั้งเผ่ายี้ยังคงยึดกุมพื้นที่ในรัฐสภาในสัดส่วนสําคัญ”

ถ้าวันนี้ อาจารย์รังสรรค์ยังเขียนหนังสืออยู่ ก็น่าจะยืนยันคำว่า ระบอบยียาธิปไตย หรือนักเลือกตั้งเผ่ายี้ยังยึดครองรัฐสภาเหมือนในอดีต

สส.บ้านนอกสู่ดาวสภา

เนวิน ชิดชอบ เป็น สส.บุรีรัมย์สมัยแรก ปี 2531 สังกัดพรรคสหประชาธิปไตย สมัยที่ 2 (22 มี.ค.35) สังกัดพรรคสามัคคีธรรม และสมัยที่ 3 (13 ก.ย.35) สังกัดพรรคชาติไทย

สส.บุรีรัมย์ เริ่มโดดเด่นขึ้นในยุคตลาดหุ้นบูมในปี 2536-2537 ระยะนั้นเรื่องหุ้นยังเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับนักการเมืองบ้านนอก

40 ปี วิถีอำนาจ 'เนวิน' ต้นแบบ 'ยียาธิปไตย พลัส'

เนวินในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน สามารถหยิบยกเรื่องการซื้อขายหุ้นเข้ามาพูดในสภา ด้วยการตรวจสอบการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ยุครัฐบาลชวน หลีกภัย กรณีเสี่ยสอง 

เวลานั้น เนวินและเพื่อน สส.พรรคชาติไทย-พรรคชาติพัฒนาได้ก่อตั้งกลุ่ม 16 ขึ้นมา พวกเขาได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง จากลีลา และประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภา

ผลงานที่โดดเด่นคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชวน หลีกภัย ในกรณี ส.ป.ก.4-01 จนเป็นเหตุให้มีการยุบสภา 

ช่วงเป็นฝ่ายค้าน “เนวิน” ได้รับการยอมรับว่า เป็นคนที่ทำการบ้านมากที่สุดคนหนึ่ง เขามีการจัดการข้อมูลของตนเองอย่างเป็นระบบ เขาจึงเป็นคนที่เล่นกับกระแสเป็น 

ทายาทกำนันชัยเป็น สส.ดาวรุ่งอยู่เพียง 2 ปี ก็เข้าสู่สภาวะ “ดาวร่วง” หลังโชคดีมีตำแหน่งเสนาบดีเป็นครั้งแรกในชีวิต

 

จาก รมต.ดาวรุ่งสู่ดาวร่วง

หลัง ชวน หลีกภัย ยุบสภาฯ จึงมีการเลือกตั้ง สส.เมื่อ 2 ก.ค.2538 ผลปรากฏว่าพรรคชาติไทย ภายใต้การนำของ บรรหาร ศิลปอาชา ได้รับชัยชนะ และมีที่นั่งในสภามากที่สุด “บรรหาร” ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย

เนื่องจากตระกูล “ชิดชอบ” พร้อม สส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย สายกลุ่มเทิดไท (กลุ่ม สส.สายพ่อเลี้ยงณรงค์) และ “เนวิน” เองก็อยู่กลุ่ม 16 จึงมีอำนาจต่อรองช่วงจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี เนวินจึงได้รับตำแหน่ง รมช.คลังไปอย่างพลิกความคาดหมาย

การสวมหัวโขนรัฐมนตรีของเนวิน และผองเพื่อนกลุ่ม 16 นำไปสู่การครหาหลายเรื่องหลายครา และถูกพรรคฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ บรรหาร เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2539 เป็นเวลา 3 วัน

40 ปี วิถีอำนาจ 'เนวิน' ต้นแบบ 'ยียาธิปไตย พลัส'

นอกจาก “บรรหาร” ก็มีเนวิน ชิดชอบ และสุชาติ ตันเจริญ ตกเป็นเป้าของฝ่ายค้าน ได้นำข้อมูลจากพ่อมดการเงินราเกซ สักเสนา มาซักฟอก 

ผลพวงของการซักฟอกของฝ่ายค้าน บรรหารเลือกยุบสภาฯเมื่อ 28 ก.ย.2539 และกลุ่ม “ยี้” ทางการเมืองอย่าง สส.สายตระกูลชิดชอบ และสุชาติ ตันเจริญ ถูกขึ้นบัญชีจากพรรคชาติไทยไม่ส่งรายชื่อลงสมัคร สส.ในการเลือกตั้งครั้งใหม่

เนวินและกำนันชัย ตระเวนหาพรรคสังกัด เริ่มจากพรรคความหวังใหม่ พรรคกิจสังคม และพรรคมวลชน ก็ถูกปฏิเสธหมด 

กระทั่งก่อนวันรับสมัคร สส.เพียง 1 วัน ไชยยศ สะสมทรัพย์ หัวหน้าพรรคเอกภาพจึงอ้าแขนรับ ส่วนสุชาติต้องซื้อหัวพรรคเล็กชื่อ พรรคไท ลงสมัคร สส.กันตายทางการ 

บทเรียนของนักเลือกตั้งเผ่ายี้ พ.ศ.โน้น ทำให้รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ทวนกระแส สรุปความเป็นนักเลือกตั้งว่า 

“เราจักต้องมองนักการเมืองในฐานะปุถุชนที่มีกิเลส มีตัณหา และมีความเห็นแก่ตัว นักการเมืองมิใช่อรหันต์ ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น”

ดังนั้น ระบอบยียาธิปไตยจึงไม่มีวันตาย จาก 2-3 ทศวรรษที่แล้ว เพียงแต่เรียกแตกต่างกันไปตามบริบทการเมือง จากระบอบทักษิณ จนมาถึงระบอบสีน้ำเงิน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์