วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ปรับโฉม'ทีมความมั่นคง' เซตขุนพล จัดระบบการข่าว

ปรับโฉม'ทีมความมั่นคง'  เซตขุนพล จัดระบบการข่าว

ด้วยสถานการณ์โลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนไป ซึ่งมาพร้อมกับภัยคุกคามหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เปรียบเสมือนตัวทดสอบแผนป้องกันประเทศของไทย 

อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จึงต้องการจัดระบบงานด้านการข่าว และปรับเปลี่ยนบุคลากรด้านความมั่นคงใหม่ เพื่อรองรับปัญหาชายแดนรอบด้าน 

อีกทั้งให้สอดรับแผนการป้องกันประเทศแบบองค์รวมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เสาหลักความมั่นคง ได้แก่ การทหาร พลเรือน เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา 

โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Digital Defence) ให้ครอบคลุมระดับบุคคล องค์กร ความมั่นคงระดับประเทศ เพื่อรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์ การจารกรรมข้อมูล การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน

บทบาท “พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว” รองเสนาธิการทหาร จึงเริ่มเด่นชัดขึ้น เมื่อเข้าร่วมคณะ “นายกฯอนุทิน” ในการประชุม 3 ฝ่ายแก้ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพงษ์ ทำงานสอดผสานกับ“เหล่าทัพ”ในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ชี้วัดได้จาก ตำแหน่ง “รมว.กลาโหม” ที่ฝ่ายการเมืองได้สอบถามความเห็นผู้นำเหล่าทัพ ระหว่าง“รุ่นพี่”กับ“เพื่อน” อยากได้ใครมาดำรงตำแหน่งนี้ จนเป็นที่มาของชื่อ “พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” ด้วยเหตุผล “คุยกันง่ายกว่า”

สำหรับ พล.ท.อดุลย์ เป็นเพื่อน ร่วมรุ่น ตท.26 ของ พล.อ.พนา แคล้ว ปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.และยังครอบคลุมไปถึงเพื่อนๆ อีกหลายคน ที่แยกย้ายกันไปเติบโตในตำแหน่งสำคัญเหล่าทัพอื่นๆ เช่นเดียว “พล.อ.ณัฐพงษ์” ที่เติบโตในกองทัพไทย

ปัจจุบัน “พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว” ได้รับการแต่งตั้งจาก“นายกฯอนุทิน” ให้เป็น “กรรมการและเลขานุการ” คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน พล.ท.อดุลย์ เป็นรองประธานคนที่ 1 และพล.ท.นรธิป โพยนอก มทภ.4 เพื่อน ตท.26 เป็นกรรมการ

นอกจากนี้ นายกฯอนุทินยัง“สลับตัว” หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” เป็น “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ทำหน้าที่แทน หวังสแกนหัวโจกที่มีอำนาจคุมการปฏิบัติการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นตัวจริง เสียงจริง มาพูดคุย

จึงต้องจับตาการปรับนโยบายดับไฟใต้ของนายกฯอนุทิน ว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่มากน้อยเพียงใด ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กองทัพบกประกาศไว้ว่า จะยุติปัญหาให้ได้ภายในปี 2570 แต่อย่างน้อยให้คุมสภาพ ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงเหมือนที่เป็นอยู่

พล.อ.ณัฐพงษ์ เป็นแกนนำหลักเจรจาทำข้อตกลงหยุดยิงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ทั้ง 2 รอบ จนบรรลุข้อตกลง ในหัวข้อที่ 2 ที่กำหนดให้ ใครอยู่พื้นที่ไหนให้อยู่พื้นที่นั้น จนกว่าจะมีการจัดทำเขตแดน ภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำงานสอดผสานของ“เหล่าทัพ” ทำให้ฝ่ายไทยคงความได้เปรียบในข้อตกลงหยุดยิง แม้ส่วนหนึ่งมาจากความเป็นหนึ่งเดียวของ“ผบ.เหล่าทัพ” แต่ปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือ การมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน จึงทำให้อะไรๆ ดูง่ายขึ้น

เช่นเดียวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการปรับโหมดหัวหน้าทีมจากเดิม เป็นทูต “ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” มาเป็น “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” อดีตนายทหารสายยุทธการ ที่กองทัพให้รับการยอมรับฝีมือ และเป็นอดีตทหารคนแรกซึ่งนั่งประธาน JBC

มารับไม้ต่อ แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ทางบก ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการใช้ MOU43 เป็นเครื่องมือในการจัดทำเขตแดน หลังการปะทะ 2 รอบ ซึ่งยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่ในพื้นที่นั้น จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องเขตแดน

โดยขณะนี้ สีหศักดิ์ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ เป็นประธาน JBC หากเสร็จสิ้นกระบวนการภายใน และเตรียมข้อมูลเสร็จเรียบร้อย การประชุม JBC ครั้งต่อไป ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ อาจเกิดขึ้นภายในปีนี้

“เตรียมเสนอ ครม.แต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นประธาน JBC ส่วนเหตุผลที่เลือก เพราะเป็นความเกี่ยวเนื่องกับการทำงานระหว่างการจัดทำเขตแดน ที่อยู่ในความดูแลของ JBC และในส่วนของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(GBC) จะประสานงานกับฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิด ต้องการให้การทำงานเดินหน้าไปด้วยกัน​ การเลือกตัวบุคคลในการนั่งประธาน JBC​ ได้พิจารณาจากลักษณะงาน ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว” สีหศักดิ์ ระบุ

ส่วนพื้นที่ทางทะเลหลังรัฐบาลไทย ยกเลิก MOU44 และกลับไปใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS เป็นขั้นตอนของ รมว.ต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายจะหาข้อยุติ โดยใช้การเจรจารูปแบบใด ระหว่างกลไกการประนีประนอมโดยสมัครใจ หรือโดยบังคับ

เป็นที่น่าสังเกตว่า การแก้ไขปัญหาชายแดน พล.อ.ณัฐพงษ์ เปรียบเป็นตัวแทนกองทัพ ประสานฝ่ายการเมือง ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องปัญหาชายแดนใต้ และชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น

ให้จับตาในการปรับย้ายใหญ่ปลายปี คาดว่าจะมีการปรับ พล.อ.ณัฐพงษ์ ขึ้นไปเป็นเลขาธิการ สมช. เพื่อให้การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง เป็นไปตามแผนการป้องกันประเทศแบบองค์รวม ให้ครอบคลุมทุกมิติ