ส่องสังเวียนผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” เป็นต่อพรรคส้ม “ดร.โจ ชัยวัฒน์” อิงกระแสเปลี่ยน “เจมส์ อนุชา” ลุ้นพลังอนุรักษ์เมืองหลวง
ไปต่อสมัยที่ 2 ท้าทายแบรนด์ “ชัชชาติ” ขายได้หรือไม่ พิสูจน์พลังส้ม “ดร.โจ” ขายแบรนด์พรรค ยึดสนาม สส.เมืองกรุง 2 สมัยซ้อน
นับจากวันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 ซึ่งจะเป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สมาชิกสภา กทม. ข่าวสารการเลือกตั้งของมหานครใหญ่คงยึดพื้นที่สื่อในทุกแพลตฟอร์ม
พูดกันตรงๆ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ถูกจัดให้เป็น “ตัวเต็ง” มีอยู่แค่ 3 คนคือ
- “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่าฯกทม.สมัยที่แล้ว
- “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
- “เจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี พรรคประชาธิปัตย์
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ก่อนครบวาระเพื่อไปหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนปี 2565 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็ลาออกก่อนครบวาระเช่นกัน
ย้อนไปดูผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 ไม่มีพลิกโผ ชัชชาตินำโด่งตั้งแต่โค้งแรกจนถึงเส้นชัย
- อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อิสระ 1,386,215 คะแนน
- อันดับ 2 สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรค ปชป. 254,647 คะแนน
- อันดับ 3 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล 253,851 คะแนน
- อันดับ 4 สกลธี ภัททิยกุล อิสระ 230,455 คะแนน
- อันดับ 5 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 214,692 คะแนน
- อันดับ 6 รสนา โตสิตระกูล อิสระ 78,993 คะแนน
- อันดับ 7 น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย 73,720 คะแนน
จากปี 2565 จนถึงปี 2569 มีการเลือกตั้ง สส. 2 ครั้ง เฉพาะสนามกรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน กวาด สส.กทม.ยกจังหวัด 33 ที่นั่ง (ยกเว้นปี 2566 เหลือ 1 ที่นั่งตกเป็นของเพื่อไทย)
ดังนั้น การต่อสู้ในสังเวียนผู้ว่าฯ กทม.รอบนี้ จะเป็นรายการท้าพิสูจน์ “แบรนด์ตัวบุคคล” (Personal Branding) กับ “แบรนด์พรรค” (Political Branding) ใครจะเป็นผู้ชนะ
แบรนด์ชัชชาติยังแกร่ง
พลันที่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยื่นไปลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ปรากฏว่า เพจ “ทีมชัชชาติ” ได้รีบแจ้งไปถึงว่าที่ผู้สมัคร สก. ห้ามใช้ใบหน้า ชื่อและโลโก้ของชัชชาติไปขึ้นป้ายหาเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต
เนื่องจากอดีตผู้ว่าฯชัชชาติ ประกาศจะลงสนามครั้งที่ 2 ในนามอิสระ ไร้สังกัดพรรคการเมืองเหมือนปี 2565
แคมเปญการหาเสียงคือ “เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง” ภายใต้ธีม Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน ยังเน้นชูแบรนด์ตัวบุคคล และผลงานการเป็นผู้ว่าฯกทม.ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
จากผลการสำรวจของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2568 ในหัวข้อความพึงพอใจของคนกรุงเทพฯ ต่อการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่ง ของผู้ว่าฯชัชชาติพบว่า ร้อยละ 46.55 ค่อนข้างพอใจ ร้อยละ 31.85 พอใจมาก ร้อยละ 14.70 ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 6.70 ไม่พอใจเลย
รวมความพึงพอใจ(ร้อยละ 46.55+37.85)จากนิด้าโพล ปรากฏว่า มีคนกรุงกว่าร้อยละ 77 พอใจการทำงานของชัชชาติใน 17 ด้าน มี 2 ด้านที่ชัชชาติสอบตกคือ การแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นใน กทม. และปัญหาค่าครองชีพปากท้อง
ดังนั้น อดีตผู้ว่าฯชัชชาติ จึงถูกยกให้เป็น “เต็งหนึ่ง” ถ้าเปรียบเหมือนสนามแข่งม้า ก็เป็น “ม้าเต็ง” ที่วิ่งนำผู้ท้าชิงทั้งหมด
ดร.โจไม่เด่นพึ่งแบรนด์พรรค
สำหรับ “ม้าเต็ง” ที่จัดว่าเป็นเต็งสอง ยังมีโอกาสเบียดแซงแชมป์เก่าคือ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชน
หากเปรียบเทียบในเชิงแบรนด์ตัวบุคคล “ดร.โจ” ตกเป็นรอง “ชัชชาติ” อยู่เยอะ แต่ พ.ศ.นี้ แบรนด์พรรคประชาชนแข็งแกร่งที่สุด เพราะการเลือกตั้ง สส.กทม.ต้นปี 2569 พรรคส้มกวาดเก้าอี้ สส.ยกจังหวัด 33 ที่นั่ง
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.บัญชีรายชื่อในแง่ชื่อเสียงทางโซเชียลไม่โดดเด่นเท่าวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จึงต้องพึ่งพาแบรนด์พรรคเป็นหลัก
บังเอิญการเมืองท้องถิ่นระดับมหานครกรุงเทพฯ มีลักษณะแตกต่างจากการเมืองระดับชาติ ในรอบ 30 กว่าปีมานี้ คนกรุงเทพฯนิยมเลือกผู้ว่าฯกทม.ที่ลงสมัครอิสระ มากกว่าคนที่สังกัดพรรค
เที่ยวที่แล้ว พรรคก้าวไกลมีเรตติ้งสูงในเมืองหลวงยังพ่ายกระแสชัชชาติ เที่ยวนี้ก็คงไม่ต่างกัน โอกาสที่ผู้สมัครพรรคส้มจะได้คะแนนจากฐานสส.คงมีไม่มาก
สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลวิเคราะห์ว่า “ดร.โจ ไม่มีใครรู้จัก เพราะเป็น สส.ปาตี้ลิสต์ ไม่เคยลงเขตพื้นที่..” แบรนด์ตัวบุคคลเป็นรองชัชชาติชัดเจน
ผอ.นิด้าโพล ยังประเมินว่า สมัยวิโรจน์ที่ลงชิงกับชัชชาติ ตอนนั้นก้าวไกลกำลังมาแรง แต่ก็แพ้ชัชชาติ มันทำให้เห็นว่าคนไปลงคะแนน เขาแยกการเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นออกจากกัน
ขายความเก๋าชูเมืองฟ้าอมร
มาช้าแต่ก็มานะ..สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งเปิดตัว “เจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี ผู้มีประสบการณ์การทางการเมืองสูงกว่า “ชัชชาติ” และ “ดร.โจ” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมแคมเปญ “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร สะดวก สะอาด สบาย”
“เจมส์ อนุชา” เคยเป็น สส.กทม. 2 สมัยในสีเสื้อพรรค ปชป. จึงมีความคุ้นเคยกับสนามเมืองกรุงระดับหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปช่วยปั้นรวมไทยสร้างชาติ และย้ายมาอยู่ภูมิใจไทย
ช่วงต้นปี 2569 “เจมส์ อนุชา” ยังสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แต่อันดับไม่ถึงพอจะได้เป็น สส.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ไปชวนอนุชาให้กลับบ้านเก่าหลังสีฟ้า และสนับสนุนให้ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.
แกนนำ ปชป.เชื่อว่า อนุชาเคยเป็นทั้ง สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ โฆษกรัฐบาล ฯลฯ มีความหลากหลายในประสบการณ์การทำงาน จึงเหมาะสมกับโจทย์กรุงเทพฯในวันนี้
กูรูการเมืองต่างยกให้ “เจมส์ อนุชา” เป็นม้ามืดหรือตัวสอดแทรก เพราะฐานเสียงอนุรักษนิยมในเมืองหลวง น่าเทคะแนนให้เจมส์ในฐานะคนทำงานช่วย “ลุงตู่” มาก่อน
สุดท้ายใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ย่อมอยู่ที่คนกรุงเทพฯ 4.5 ล้านคน จะเป็นผู้ตัดสินในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้

