ยุคฟื้นศรัทธา “เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” สินค้าใหม่เพื่อไทย แบรนด์“ทักษิณ” ตกยุค แบรนด์ “แพทองธาร” เสียหายกู้คืนยาก
"เชน” ประเดิมลุยแดนอุดรฯ “พ่อใหญ่ทักษิณ” ครองใจคนอีสานนานเกือบ 20 ปี เลือกตั้ง 69 แดงแพ้น้ำเงิน พ่ายทั้งกระดาน
คนเสื้อแดงหรือเอฟซีเพื่อไทยใจจดจ่อรอคอย วันจันทร์ที่ 11 พ.ค.2569 เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป
ด่านแรก คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ได้มีมติให้ทักษิณ มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว ด่านสุดท้ายคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม จะได้ประชุมพิจารณาในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม ทักษิณจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องเป็นเวลาอีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ และได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ ในวันที่ 9 ก.ย.2569
ในทางการเมือง “ทักษิณ” ยังเป็นผู้มีบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของค่ายเพื่อไทย ในรัฐบาลอนุทิน 2 ก็จบลงที่ “มาดามอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ผู้เป็นตัวแทนนายใหญ่
สำหรับตลาดการเมือง แบรนด์ทักษิณได้พิสูจน์แล้วจากการเลือกตั้ง สส.ปี 2569 ว่าเป็นสินค้าไม่ติดตลาด ขายยากเพราะตกยุค
แม้จะดัน “เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯในการเลือกตั้ง แต่ก็ยังเป็นสินค้าใหม่ในตลาด จึงไม่มีเสียงตอบรับระดับลุงทักษิณในอดีต
หลังการประชุมใหญ่จัดทัพพรรคเพื่อไทยปี 2569 “เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.กระทรวงแรงงาน ควงคู่ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.2569
“เสี่ยก้อ” วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ สส.อุดรธานี ในฐานะเจ้าบ้านได้ต้อนรับ “เชน-เสี่ยหนิม” พาไปตรวจราชการในหลายพื้นที่
ภาคอีสานเป็นสมรภูมิใหญ่ มี สส. 133 ที่นั่ง และพรรคของทักษิณ ไม่ว่าจะชื่อไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ครองแชมป์อีสานมาโดยตลอด
ยกเว้นปี 2569 ภูมิใจไทย กวาดที่นั่ง สส.มาเป็นอันดับ 1 เพื่อไทย อันดับ 2 และกล้าธรรม อันดับ 3
ความปราชัยในสังเวียนอีสาน ส่งผลให้จำนวน สส.ทั้งประเทศของเพื่อไทยลดลงเหลือ 74 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคอันดับ 3
ดังนั้น “นายหญิงน้อย” จึงจัดสรร 3 เก้าอี้รัฐมนตรีในโควตา สส.อีสานคือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์
มินับ “เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ที่มี สส.อีสานอยู่ในซุ้มจำนวนหนึ่ง ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีโจทย์ใหญ่คือ การกอบกู้ภาคอีสานให้กลับมาเป็นสีแดงทั้งภาคอีกครั้ง
หัวใจฟื้นฟูแบรนด์แดง
เมื่อแบรนด์ทักษิณสิ้นมนต์ และแบรนด์อุ๊งอิ๊งเสียหายเพราะ “คลิปอังเคิล” จึงกลายแบรนด์ขายไม่ได้ในตลาดการเมือง
“อาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว.จึงเป็นหัวใจสำคัญของแผนการฟื้นแบรนด์แดง แบรนด์เพื่อไทย
การที่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ไม่วางตัว “ยศชนัน” เป็นหัวหน้าพรรคนับว่าเป็นเรื่องดีที่จะไม่ติดกับดักงานรูทีน มีเวลาทุ่มเทกับงานการเมืองและการเป็น “รมว.อว.” ทำให้เขาได้โชว์ของเต็มที่
เมื่อ “อาจารย์เชน” มีภาพลักษณ์ไม่ขัดแย้งกับใคร จึงได้ประโยชน์ทั้งการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าถึงทรัพยากร และปั้นผลงานสร้างกระแสความนิยม
ใครก็รู้ว่าเพื่อไทยเป็นพรรคของตระกูลชินวัตร และรอพึ่งบารมีนายใหญ่คนเดียว แต่ “อาจารย์เชน” หลานชายทักษิณกำลังสร้างสะสมคะแนนนิยม และต่อยอดการสั่งสมบารมี
ปั้นเชนชนเสาเข็มน้ำเงิน
ในจำนวน สส.เพื่อไทยทั้งหมด 74 คน แยกเป็น สส.เขต 58 คน ซึ่งในนี้เป็น สส.อีสาน 43 คน ถือว่าเป็น สส.เสียงข้างมากในพรรค
คนเสื้อแดงพันธุ์แท้คงไม่คาดคิดว่า สส.ภาคอีสาน 20 จังหวัด เพื่อไทยจะมี สส.แค่ 13 จังหวัด และหลายสนามก็แพ้ยกจังหวัดแบบเหลือเชื่อ
1.จ.เลย มี สส. 3 คนเท่าเดิม เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ศรัณย์ ทิมสุวรรณ และ สมเจตน์ แสงเจริญรัตน์
2.จ.หนองบัวลำภู จากยกจังหวัด 3 คนเหลือแค่ รุ่งเพชร ศรีกาญจนา
3.จ.ชัยภูมิ ลดลงเหลือ 3 คน โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เชิงชาย ชาลีรินทร์ และศิวะ พงศ์ธีระดุลย์
4.จ.นครราชสีมา จาก 12 คนลดเหลือ 10 คน วัชรพล โตมรศักดิ์ ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล พัชราวรรณ ภิญโญ
ปิยะนุช ยินดีสุข นิกร โสมกลาง อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล พชร จันทรรวงทอง และรชตะ ด่านกุล
5.จ.ศรีสะเกษ จาก 7 คนเหลือ 2 คน วีระพล จิตสัมฤทธิ์ และวิลดา อินฉัตร
6.จ.อุบลราชธานี จาก 7 คน เหลือ 3 คน วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ กิตติ์ธัญญา วาจาดี และธัญธารีย์ สันตพันธุ์
7.ร้อยเอ็ด จาก 8 คน เหลือ 4 คน ศุภศิษย์ กอเจริญยศ จิราพร สินธุไพร ทองลี มีหินกอง และชญาภา สินธุไพร
8.จ.มหาสารคาม จาก 6 คน เหลือ 1 คน จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์
9.จ.ขอนแก่น จาก 6 คน เหลือ 3 คน รุ่งโรจน์ เย็นสบาย สุรพจน์ เตาะเจริญสุข และณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง
10.จ.กาฬสินธุ์ มี สส.เท่าเดิม 4 คน วิรัช พิมพะนิตย์ พลากร พิมพะนิตย์ ณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ และชนะวุธ อุทโท
11.จ.นครพนม มี สส.เท่าเดิม 2 คน มนพร เจริญศรี ชาญชัย คำจำปา
12.จ.สกลนคร จาก 7 คน เหลือ 3 คน จิรัชยา สัพโส พัฒนา สัพโส และอิสรพงษ์ อุประ
13.จ.อุดรธานี จาก 7 คน เหลือ 4 คน หทัยรัตน์ เพชรพนมพร ไตรภพ คำเพชร วัชระพล ขาวขำ และเทียบจุฑา ขาวขำ
จากข้อมูล สส.อีสานข้างต้น น่าจะเป็นโจทย์ยากของรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 3 คนคือ “เดือน” มนพร เจริญศรี ประธานภาคอีสานบน “น้ำ” จิราพร สินธุไพร ประธานภาคอีสานกลาง และ “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ประธานภาคอีสานล่าง
ที่สำคัญ แผนปั้น “ยศชนัน” เป็นแบรนด์ติดตลาดอีสาน หากทำไม่สำเร็จ ก็ยากที่จะเอาชนะยุทธศาสตร์นีโอบ้านใหญ่ค่ายน้ำเงินได้


