ยุคทองบ้านใหญ่ชาละวันรุ่น 3 “กำนันนอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ นั่ง รมช.คมนาคม “กฤษฎ์ เพ็ญสุภา” นั่งนายก อบจ.พิจิตร
“ภัทรประสิทธิ์” คัมแบ็ก แยกเป็น “บ้านใหญ่หัวดง” ที่มั่นเดิม และ “บ้านสีเขียว” ซุ้มใหม่เสี่ยประดิษฐ์ ตลาดไท
สมรภูมิเลือกตั้ง สส.พิจิตร ทั้ง 3 เขต ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้ชัยชนะยกจังหวัด 2 สมัยติดต่อกัน
ไม่น่าแปลกที่ “กำนันนอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 2 จะได้รับโบนัสตำแหน่ง รมช.คมนาคม
“กำนันนอร์ท” ลูกชายของประวัติ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นพี่ชาย “วินัย ภัทรประสิทธิ์” สส.พิจิตร เขต 2
เสี่ยประวัติมีศักดิ์เป็นพี่ชายของ “ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” อดีต รมช.คลัง และอดีต สส. พิจิตร 4 สมัย
ปัจจุบัน ประวัติและวินัย ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหัวดง ต.หัวดง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร ซึ่งเป็นที่มั่นการเมืองของ “บ้านใหญ่หัวดง”
ส่วนเสี่ยอ๊อด-ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้สร้างบ้านพักอยู่ที่ ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร หรือที่หัวคะแนนเรียกว่า “บ้านสีเขียว”
หัวดง-บ้านเกิดภัทรประสิทธิ์
ตำบลหัวดง คือถิ่นฐานบ้านเกิดของคนในตระกูล “ภัทรประสิทธิ์” โดยมี ย่งคุน แซ่เล้า กำนัน ต.หัวดง และประกอบธุรกิจค้ายาเส้นและค้าเหล้า
ปี 2517 ย่งคุน แซ่เล้า หรือ “วิศาล ภัทรประสิทธิ์” ที่ชาวบ้านเรียกว่า “กำนันย่งคุน” ได้ก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พัฒนาจังหวัด” มอบหมายให้ สฤษดิ์ เพ็ญสุภา เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนรองหัวหน้าพรรคคือ วิศาล ภัทรประสิทธิ์ และน้องชาย-วิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์
“กำนันย่งคุน” เป็น สส.พิจิตร 2 สมัย แต่ไม่ได้ไปต่อเพราะรัฐธรรมนูญห้ามลูกจีนที่ไม่ได้เรียนหนังสือลงสมัคร สส.
เจ้าสัวย่งคุนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค.2530 ภรรยาและลูกๆ ได้นำร่างของเขาไปบรรจุไว้ที่สุสาน ณ เขาโรงครัว ต.หัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร
สิ้นบุญวิศาล คู่ชีวิตนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้มอบให้ ทายาท ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ลูกชายคนโตให้ดูแลกิจการทั้งหมด
ปี 2538 ประดิษฐ์ตัดสินใจลงสมัคร สส. ตามคำชักชวนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น
เสี่ยอ๊อด-ประดิษฐ์ เป็น สส.พิจิตร ตามรอยเท้าของเจ้าสัววิศาล ทั้งเป็นรัฐมนตรี และเป็นเลขาธิการพรรค ปชป. ก่อนจะย้ายไปตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และเข้าสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา
สำหรับ “เสี่ยเอียง” วิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ น้องเจ้าสัววิศาล ก็เป็นกำนัน ต.หัวดงต่อจากพี่ชาย และคนในตระกูลภัทรประสิทธิ์ สืบต่อเป็นกำนันตำบลนี้มาจนถึงรุ่น “กำนันนอร์ท”
เสี่ยเอียงมีลูกชาย 2 คนคือ ประวัติ บิดาของกำนันนอร์ท และวินัย ที่เป็น สส.พิจิตรมาแล้ว 5 สมัย
กำนันนอร์ท-หัวดงรุ่น 3
“กำนันนอร์ท” ลูกชายประวัติ ก้าวขึ้นเป็นกำนันตำบลหัวดง ก่อนจะลาออกมาสมัคร สส.เมื่อปี 2566
เนื่องจาก “กำนันนอร์ท” เป็นหลานเขยครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ จึงพา “อาประดิษฐ์” ไปพูดคุยกับแกนนำภูมิใจไทย จนได้ข้อสรุปว่า บ้านใหญ่หัวดงจะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนาม
ต้นปี 2566 มีการเปิดตัวผู้สมัคร สส.พิจิตร พรรคภูมิใจไทย โดยการนำของเสี่ยประดิษฐ์ ซึ่งครั้งหนึ่ง เขาเคยประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว
“ผมทำงานการเมืองมา 20 กว่าปี ครั้งนี้ขอช่วยเหลือน้องกับหลาน และตอบแทนบุญคุณ พล.ต.สนั่น ส่วนตำแหน่งทางการเมืองหลังจากนี้ ผมพอแล้ว”
“เสี่ยอ๊อด” หมายถึงวินัย ที่มีศักดิ์เป็นน้องชาย และภัทรพงศ์ หลานชาย พร้อมกับ “ยอด” ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลูกชาย พล.ต.สนั่น
ผลการเลือกตั้งปีนั้น เสี่ยอ๊อดนำทัพน้ำเงินคว้าชัยทั้ง 3 เขตคือ เขต 1 ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เขต 2 วินัย ภัทรประสิทธิ์ เขต 3 ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
มีข้อน่าสังเกตว่า การเลือกตั้ง สส.เมืองชาละวันปี 2569 เสี่ยประดิษฐ์ไม่ได้ลงพื้นที่ช่วยน้องและหลานชายหาเสียงเหมือนเก่า
บ้านหัวดง VS บ้านสีเขียว
ปลายปี 2563 ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ร่วมกับพี่น้องตระกูลภัทรประสิทธิ์ ตั้งกลุ่มพัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร หนุน “ผู้กำกับกบ” พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ น้องชายวินัย ยึดเก้าอี้ นายก อบจ.พิจิตร ได้สำเร็จ
สังเวียนเลือกตั้งนายก อบจ.พิจิตร ต้นปี 2569 เสี่ยอ๊อดแยกทางกับญาติผู้น้อง “ผู้กำกับกบ” โดยตั้งกลุ่มบ้านสีเขียว เปิดตัว “เอม” กฤษฏ์ เพ็ญสุภา ชิงเก้าอี้นายก อบจ.พิจิตร
“กฤษฏ์” เป็นลูกชายของพี่สาวเสี่ยอ๊อด โดยทายาทตระกูลเพ็ญสุภา เป็นผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง รังสิต
ศึกสายเลือด “ภัทรประสิทธิ์” ระหว่าง “บ้านหัวดง-บ้านสีเขียว” จบลงด้วยชัยชนะของ กฤษฎ์ เพ็ญสุภา ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.พิจิตร
หลังประกาศผลรับรองนายก อบจ.เมืองชาละวันอย่างเป็นทางการ “กำนันนอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้นำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความยินดีกับ “เอม” กฤษฏ์ เพ็ญสุภา
ระยะหลัง เสี่ยประดิษฐ์มักจะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงนายกฯกฤษฏ์ มากกว่าที่จะไปดูแล 3 สส.พิจิตร ค่ายน้ำเงิน
แม้ไม่ได้มีปัญหาแตกแยก แต่ศึกนายก อบจ.พิจิตร ทำให้ฝั่งบ้านใหญ่หัวดงและฝั่งบ้านสีเขียว รับรู้ได้ถึงแนวคิดการเมืองที่ต่างกัน
ดังนั้น “กำนันนอร์ท” ได้เก้าอี้ รมช.คมนาคม ในรัฐบาลอนุทิน 2 ก็น่าจะมาจากการเป็น “หลานเขยเนวิน” มากกว่าเป็นหลานชายเสี่ยอ๊อด





