วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

‘เนวินโมเดล’ ในกรุงเก่า สูตรสำเร็จ 'ลูกหนังการเมือง'

‘เนวินโมเดล’ ในกรุงเก่า สูตรสำเร็จ 'ลูกหนังการเมือง'

ต้นสัปดาห์นี้ นักข่าวสายกีฬาพากันขานรับ “รัฐมนตรีกีฬา” คนใหม่ที่มาจากบ้านใหญ่วังน้อย คือ “เสี่ยเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล อดีต สส.อยุธยา 4 สมัย (โซน อ.วังน้อย อ.อุทัย อ.ภาชี อ.บางปะอิน)

สืบเนื่องจาก “เสี่ยเอ” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลอยุธยา ยูไนเต็ด ฉายา “นักรบอโยธยา” ที่กำลังโลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดของเมืองไทย

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นทายาท “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา 4 สมัย โดยเสี่ยเอเป็น สส.อยุธยา ในนามพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย 2 สมัย ก่อนย้ายพรรค

ปี 2562 “ซ้อสมทรง” พาลูกหลาน “บ้านใหญ่วังน้อย” มาสังกัดภูมิใจไทย ซึ่ง “เนวิน” มอบให้ซ้อสมทรงดูแล จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี

ปี 2569 ภูมิใจไทยกวาดยกจังหวัดอยุธยา สส.เขต 5 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง แถมได้ สส.ปทุมธานี เพิ่มอีก 2 ที่นั่ง รวมทั้งหมด 8 ที่นั่ง

นอกจากการยึดครอง อบจ.กรุงเก่ามายาวนาน กลยุทธ์สร้างคะแนนนิยมในกลุ่มเจนใหม่ของ “ซ้อสมทรง” ก็คือ การลงทุนสร้างสโมสรฟุตบอลอาชีพ

“เนวินโมเดล” ที่ประสบความสำเร็จในการปั้น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เป็นทีมลูกหนังแถวหน้าและมีแฟนคลับนับล้าน คือต้นแบบที่ส่งต่อให้ “บ้านใหญ่” ที่มีศักยภาพได้ลงทุนทำทีมบอลอาชีพ

“เสี่ยอี๊ด” อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ลูกชายของ “ซ้อสมทรง” อาสาเข้ามารับภารกิจปั้นสโมสรฟุตบอลอยุธยา ยูไนเต็ด ฉายา “นักรบอโยธยา” โดยเริ่มต้นจากไทยลีก 3 ขยับขึ้นไทยลีก 2 และก้าวสู่ลีกสูงสุดเมื่อปี 2568

กว่าจะถึงวันที่ “นักรบอโยธยา” ขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 บ้านใหญ่วังน้อยใช้เวลาหลายปี พร้อมทุ่มเททรัพยากรเยอะมาก หากไม่มี “เนวิน” เป็นพี่เลี้ยง “เสี่ยอี๊ด” และ “ซ้อสมทรง” คงถอดใจไปแล้ว

“เสี่ยเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ในฐานะ สส.อยุธยา ก็เป็นกำลังหลักในช่วงที่ทีมนักรบอโยธยา ยังเล่นอยู่ในไทยลีก 3 และไทยลีก 2

สูตรสำเร็จ “ลูกหนังการเมือง”นำร่องโดยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้นักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ลงทุนทำทีมฟุตบอลอาชีพ ซึ่งมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว

สำหรับไทยลีก ฤดูกาล 2568–69 หรือ บีวายดี ซีไลออนซิกซ์ ลีกวัน ฤดูกาล 2568–69 ตามชื่อผู้สนับสนุนคือ รถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี เป็นการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลที่ 29 โดยมีสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 สโมสร

ในจำนวน 16 สโมสรฟุตบอลอาชีพ มีมากถึง 11 สโมสรที่เป็นของ “นักการเมือง” ทั้งสายภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และประชาธิปัตย์

1.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฉายา “ปราสาทสายฟ้า”

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร และกรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสร ฤดูกาลนี้ยังยึดหัวตารางไทยลีก และมีโอกาสคว้าแชมป์อีกสมัย

2.ราชบุรี เอฟซี ฉายา “ราชันมังกร”

“ฟลุค” ธนวัชร นิติกาญจนา ประธานสโมสร ลูกชาย “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม

3.พีที ประจวบ เอฟซี ฉายา “ต่อพิฆาต”

“นายกเกียร์” ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสร และอดีตนายก อบจ.ประจวบฯ 3 สมัย โดยมี เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ก่อตั้งสโมสร

ทีมต่อพิฆาต มีบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ของตระกูลรัชกิจประการ เป็นสปอนเซอร์ และทีมลูกหนังเมืองสามอ่าวก็เป็นพันธมิตรกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

4.อุทัยธานี เอฟซี ฉายา “ช้างป่าห้วยขาแข้ง”

ผู้ก่อตั้งคือ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และ ธนาชัย ปั้นงาม ประธานสโมสร ซึ่งมีแฟนคลับชาวลุ่มน้ำสะแกกรังไม่น้อยหน้าทีมอื่น

5.สุโขทัย เอฟซี ฉายา “ค้างคาวไฟ”

อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสร และสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานที่ปรึกษาสโมสร ซึ่งสมศักดิ์ทุ่มทุนปั้นค้างคาวไฟ แต่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

6.สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ฉายา “กว่างโซ้งมหาภัย”

“ฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร เป็นลูกชายยงยุทธ-สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช โดยระยะหลังทีมกว่างโซ้งไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า เพราะปัญหาเรื่องทุนรอน

7.ระยอง เอฟซี ฉายา “ม้านิลมังกร”

สาธิต ปิตุเตชะ ประธานสโมสร และ ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นผู้ก่อตั้งสโมสร ทีมม้านิลมังกรกำลังมาแรงอยู่ในอันดับ 7

8.นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ฉายา “สวาทแคท”

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสร วัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา ประธานสโมสร ทีมสวาทแคทของคนโคราช ส่อแววตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 เพราะเวลานี้อยู่ในอันดับที่ 16

9.ชลบุรี เอฟซี ฉายา “ฉลามชล”

วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ประธานสโมสร สนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษาสโมสร ซึ่งเล่นในไทยลีกมานาน แต่ผลงานไม่คงเส้นคงวา

10.พลังกาญจน์ เอฟซี ฉายา “ม้าเหล็ก”

“หมอหวัด” นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายก อบจ.กาญจนบุรี เป็นประธานสโมสร และ “หมอหนุ่ย” สุรพงษ์ ปิยะโชติ ที่ปรึกษาสโมสร

ทีมม้าเหล็กเติบโตก้าวกระโดด ในช่วงที่ “หมอหนุ่ย” หัวหน้า “กลุ่มพลังกาญจน์” เป็น รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลเพื่อไทย

11.อยุธยา ยูไนเต็ด ฉายา “นักรบอโยธยา”

ทีมนักรบอโยธยา ของบ้านใหญ่วังน้อย เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาไทยลีกฤดูกาลนี้ และผลงานดีต่อเนื่องอยู่ในอันดับ 8

จริงๆมีเรื่องเล่าที่ชาวกรุงเก่าบางคนยังไม่ลืม ปี 2551 “สโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” ย้ายมาใช้สนาม อบจ.อยุธยา เป็นรังเหย้า จึงมีฉายา “ไฟฟ้า อยุธยา”

ปลายปี 2552 เนวิน ชิดชอบ ซื้อกิจการทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเปลี่ยนชื่อเป็น “บุรีรัมย์ พีอีเอ” พร้อมกับย้ายรังเหย้าไปอยู่สนามไอโมบาย จ.บุรีรัมย์ (ภายหลัง มีการใช้ชื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

แฟนบอลชาวอยุธยาไม่พอใจ ได้ก่อหวอดประท้วงนักการเมืองบุรีรัมย์ที่มาซื้อทีมลูกหนังของคนกรุงเก่าเอาไปไว้ที่เขากระโดง

พ.ศ.ปัจจุบัน คนกรุงเก่าลืมทีม “ไฟฟ้า อยุธยา” ไปแล้ว เพราะเป็นยุคเฟื่องฟูของบ้านใหญ่วังน้อย และทีม “นักรบอโยธยา”