วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘ทีมโดรนพิฆาต’ พร้อมรบ ‘กัมพูชา’ ตีโอบ ปราสาทตาควาย

‘ทีมโดรนพิฆาต’ พร้อมรบ  ‘กัมพูชา’ ตีโอบ ปราสาทตาควาย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังจากทหารไทยมีการเปลี่ยนแปลงกำลัง 3 ส่วน คือ 1.ถอนกำลังกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 3 ที่ส่งไปสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในเหตุปะทะกัมพูชาทั้งสองรอบ ออกจากพื้นที่กลับที่ตั้งปกติ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้อย ไม่ใช่พื้นที่หน้าแนว 2.ปรับกำลัง สลับหน่วยหมุนเวียนกันภายในพื้นที่ และ 3.ให้กำลังบางส่วนออกไปพักตามวงรอบ

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา หลังเสียพื้นที่ควบคุมทั้งหมดให้กับฝ่ายไทย ได้ถอนร่นออกไปตั้งฐานที่ตั้งใหม่ ไม่ให้อยู่ในพิกัดการโจมตีฝ่ายไทย เพื่อความปลอดภัย แต่ล่าสุด พบความเคลื่อนไหว มีการขยับเข้ามาวางกำลังพื้นที่ด้านล่างใกล้ปราสาทตาควาย และเนิน 350 จังหวัดสุรินทร์

ส่วนกำลังทหารไทย ได้ตรึงกำลังเบ็ดเสร็จจนถึงบริเวณบันไดทางขึ้นทั้งหมด ทำให้ทหารกัมพูชาไม่สามารถรุกคืบขึ้นมาบนเนินเขาได้ 
ท่ามกลางการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และการเผชิญหน้าทางทหารที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย

สอดรับกับ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก กล่าวว่า มีคนกล่าวไว้ “No mission too difficult, no sacrifice too great, duty first.” (ไม่มีภารกิจใดที่ยากเกินไป ไม่มีการเสียสละใดที่ยิ่งใหญ่เกินไป เพราะหน้าที่ของเรานั้นเหนือสิ่งอื่นใด)

วันนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ดูจะมีทิศทางที่จะใช้กำลังทหารเข้าสู้รบลดลง แต่ไปเพิ่มในการเดินเกมที่ใช้ กฏหมายระหว่างประเทศ และใช้โลกล้อมไทย แต่โดนกระแสความขัดแย้ง สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน บดบัง แต่ก็ยังคงวางใจไม่ได้ว่า จะไม่มีการสู้รบโดยใช้กำลังทหารอีก

  •  2 ปัจจัยบอกเหตุกัมพูชาขยับ

ปัจจัยที่ควรคำนึง 2 ประการใหญ่ๆ คือ 1.การที่กัมพูชาสั่งซื้ออาวุธจำนวนมากจากหลายประเทศในยุโรปตะวันออก 2.กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งในปี 2570 นี้คือสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การใช้กำลังสู้รบบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 เพียงแต่ยังไม่เกิดแบบเร่งด่วนปัจจุบันทันด่วน

“4-5 เดือนจากนี้ไป หลังหน้าฝน คือเวลาที่ต้องจับตามอง เพราะฉะนั้นเราจึงประมาทไม่ได้ ทหารเราต้องกลับไปทำ 2 สิ่งนี้ คือ ฝึกเพิ่มเติม โดยใช้บทเรียนจากการรบทั้ง 2 ครั้งมาปรับปรุงแนวคิดในการใช้กำลังครั้งต่อไป และฟื้นฟูทหาร สะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมในการสู้รบครั้งต่อไป” พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวและว่า

ขอให้พวกเราอย่าประมาท มัวแต่ชื่นชม ดีใจกับการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา การเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ คือสิ่งที่ทหารเราทุกนายต้องกลับมาเตรียมตัว

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในความรับผิดชอบของ ทภ.2 ยังมีการวางกำลังประชิดชายแดน แต่ไม่ได้ประชิดมาก เหมือนช่วงเวลาก่อนเหตุปะทะ เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแนว โดยทหารกัมพูชาต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจากต้องถอยร่นออกจากพื้นที่เดิม ที่ถูกยึดคืนและอยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย

พร้อมทั้งยอมรับว่า มีบางพื้นที่กัมพูชาขยับเข้ามาวางกำลังใกล้ชายแดนไทย แต่ไม่ได้เลยแนวเส้นสมมุติฐาน หรือเส้นปฏิบัติการที่ฝ่ายไทยยึดถืออยู่ โดยมองว่ายังไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก แต่ไม่ควรประมาท ต้องเข้มข้นในการทำหน้าที่เช่นเดิม 

เช่น การเฝ้าระวัง ลาดตระเวน ตรวจพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นที่ กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดสามารถที่จะปฏิบัติงานได้ รวมถึงการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด

  • กัมพูชาเคลื่อนไหว-ไทยเตรียมพร้อม

พล.ต.วินธัย ย้ำว่า ทั้ง 2 ประเทศจะต้องยึดถือข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปหลังหยุดยิง ในส่วนของฝ่ายไทยนั้นมีความเคร่งครัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุ การขยับเข้าใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย การประทะด้วยวาจา หรือเรื่องวินัย ส่งผลให้อาวุธบางอย่างตกมายังฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยในพื้นที่มีมาตรการ และวิธีในการดำเนินการ

"ข้อมูลทางด้านการข่าว ทหารฝั่งกัมพูชายังคงมีการเคลื่อนไหว ก็จะเห็นสัญญาณบางอย่าง แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล แต่ข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลง และเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ต้องมีการประเมินเป็นห้วงๆ แม้จะพบข้อมูลฝ่ายทหารกัมพูชามีการสะสมอาวุธ แต่ฝ่ายไทยมีการเตรียมการเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคง มีหลักเกณฑ์ในการประเมินสถานการณ์ การสะสมอาวุธของฝั่งกัมพูชาก็ถือว่า เป็นข้อมูลหนึ่งที่เชื่อถือได้ รวมถึง กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งปี 2570 ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่อาจต้องใช้องค์ประกอบอื่นเป็นตัวชี้วัดด้วย ส่วนการถอนกำลัง หรือการปรับกำลังของฝ่ายไทย ไม่ได้มีผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

  • พัฒนาขีดความสามารถโดรนพิฆาต

ทั้งนี้ พล.ต.วินธัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กองร้อยอากาศยานไร้คนชับ (อรข.) หรือ “ทีมโดรนพิฆาต” ของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดตาก วันที่ 24 มี.ค.

โดยมีการสาธิต การบินโดรน FPV แบบพลีชีพ และโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งเป็นโดรนที่ใช้ในการปฏิบัติการจริงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นำโดย พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ เสนาธิการกองพลกรมทหารราบที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยฟีนิกซ์

พ.อ.ณัฐกร เปิดเผยว่า ภารกิจแรก โดรน FPV แบบพลีชีพทำลายฐานที่ตั้งหน่วยทหารกัมพูชาช่องอานม้า แม้จะถูกฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงทำลายโดนตัวโดรน 4 นัด แต่โดรน FPV แบบพลีชีพสามารถทำภารกิจได้บรรลุเป้าหมาย 

ขณะเดียวกันทางหน่วยมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ในอนาคต ทั้งการเพิ่มการผลิตโดรน การฝึกผู้บังคับโดรน การเพิ่มประสิทธิภาพในการอยู่รอดในพื้นที่ที่จะต้องไปเจอกับภัยคุกคาม ซึ่งจะมีการตัดสัญญาณรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ 

ดังนั้นจึงต้องสร้างเครื่องมือ ให้มีการเตรียมพร้อมในการปฏิบัติการภารกิจเหล่านั้น เพื่อไม่ให้ถูกรบกวน หรือถูกต่อต้าน และต้องมีการพัฒนาโดรน ให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ Ai เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นในยุคใหม่ ที่จะช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพ และการตัดการรบกวนของสัญญาณ

  • ผลิตนักบินโดรนกว่า 400 นาย

พ.อ.ณัฐกร ระบุว่า กองทัพบกได้สนับสนุนงบงบประมาณในการดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งเฉพาะชิ้นส่วนในการประกอบ ใช้งบประมาณ 500,000 กว่าบาท ซึ่งการปฏิบัติงานถือว่ามีความคุ้มค่ากับเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นยานเกราะ ที่ตั้งหน่วยของข้าศึก หรือตัวรบกวนสัญญาณ และต้องมีการสร้างเพิ่ม เนื่องจากมีความต้องการในภารกิจต่าง ๆ จำนวนมาก เพื่อที่จะกระจายไปในแต่ละหน่วยต่าง ๆ รวมถึงนักบินให้เพียงพอกับพื้นที่ที่รับผิดชอบ 

ตามนโยบายของกองทัพบก ได้ให้ความสำคัญในทุกพื้นที่ หากสถานการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ของกองทัพภาคใด ก็สามารถโยกกำลังส่วนนี้ไปช่วยเหลือได้ 

เช่นเดียวกับกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ตอบสนองภัยคุกคามที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันได้ ซึ่งอยู่ในแผนของกองทัพบกที่จะตั้งเป็นศูนย์บัญชาการโดรน

“ในทีมฟีนิกซ์ ได้ผลิตนักบินโดรนมาแล้ว 11 รุ่น ประมาณ 400 กว่านาย และมีการอบรมอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งร่วมบูรณาการฝึกทั้งกองทัพบก นาวิกโยธินของกองทัพเรือ และตำรวจ โดยดำรงเป้าหมายภารกิจต้องสำเร็จ ทั้งเรื่องการทำลาย การปรับเปลี่ยนทางยุทธวิธี หรือเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งจะออกปฏิบัติ เมื่อมีคำสั่ง”

ทางหน่วยมีความพร้อม หากชายแดนไทย-กัมพูชามีการปะทะรอบที่ 3 เพราะในส่วนของนักบินโดรนเดิม ก็มีการพัฒนาขีดความสามารถเพิ่มเติม และมีการผลิตรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อยๆ 

  •  ภารกิจรบ-ปราบสแกมเมอร์

การพัฒนาโดรน จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งผ่านไปวันเดียวโดรนก็ตกรุ่นแล้ว ซึ่งหน่วยของตน เป็นหน่วยยุทธวิธีที่ต้องการความอ่อนตัว ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอด เพื่อให้เกิดความเสถียรในการปฏิบัติการ ซึ่งในห้วง 20 วัน ที่ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เราก็สามารถดำรงความสามารถอยู่ได้ แม้โดรนบางตัวจะเสีย หรือชำรุด เราก็สามารถซ่อมแซมได้ ถือเป็นจุดแข็งของเรา

 นอกจากนี้ โดรนดังกล่าว ก็ยังใช้ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งไม่ได้เจาะจงไปที่การรบเพียงอย่างเดียว ยังใช้เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์ ยังมีปัญหา เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ก็จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน

ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง ฝ่ายกัมพูชาเริ่มรุกคืบรอจังหวะทวงคืนพื้นที่ ส่วนฝ่ายไทยตรึงกำลังเข้มป้องกัน ท่ามกลางสัญญาณนกหวีดอาจดังขึ้นหลังหมดหน้าฝน