วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

สงครามยืดเยื้อ... ยาเบื่อ ‘หนู’

สงครามยืดเยื้อ... ยาเบื่อ ‘หนู’

เมื่อสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อ ก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ระยะแรกคนอาจพอเข้าใจสถานการณ์ แต่ระยะยาวจะมีแต่เสียงบ่น และทำให้รัฐบาลโดนตำหนิ จึงมีโอกาสเป็น “ยาเบื่อหนู” ได้เหมือนกัน

นักวิเคราะห์หลากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ ประเมินตรงกันว่า สงครามอิหร่านไม่น่าจะจบง่าย และสหรัฐฯ กำลังติดกับดักในสมรภูมินี้

เท่าที่ประมวลดู มี 5 เหตุผลที่ทำให้สหรัฐฯเสี่ยงติดหล่ม รบอิหร่านยืดเยื้อ

1.ปฏิบัติการเด็ดหัวผู้นำสูงสุดของอิหร่าน คือ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ไม่ได้ทำให้ระบอบอิหร่านล่มสลาย หรือพังครืนลง เหตุผลเป็นเพราะ...

 - รัฐธรรมนูญและโครงสร้างการปกครองของอิหร่าน วางแผนรองรับเอาไว้อย่างรัดกุม

 - อิหร่านเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมายาวนาน ทั้งยังอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและสงคราม จึงเตรียมการรองรับฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ตลอด

 2.แม้ผู้นำกองทัพ ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC จะสูญเสียจำนวนมากพร้อมกับ “คาเมเนอี” แต่ก็ไม่ได้ทำให้กองทัพทั้งกองทัพหยุดชะงัก หรือสะดุดไปด้วย เหตุผลเป็นเพราะ...

 - โครงสร้างของกองทัพมีความซับซ้อน และไม่ใช่ผู้นำเดี่ยว แต่บังคับบัญชาเป็นหมู่คณะ

 - ระบบราชการของอิหร่านเข้มแข็งมาก เตรียมความพร้อมรองรับวิกฤติ และการถูกคว่ำบาตรตลอดเวลา

 3.จังหวะเวลาเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่มั่นคงภายในอิหร่าน ยังไม่สุกงอม การปลุกม็อบล้มคณะผู้ปกครอง ยังไม่ขยายวงกว้างหรือมีความรุนแรงถึงขีดสุด

เมื่อเกิดกรณีผู้นำสูงสุดถูกสังหารเสียก่อน และผู้นำของอิหร่าน ยังมีความทับซ้อนทางจิตวิญญาณ เพราะเป็นผู้นำศาสนาด้วย ทำให้ความสูญเสียลักษณะนี้ร้ายแรงเกินกว่าที่ชาวอิหร่านจะยอมรับได้ แม้จะไม่พอใจรูปแบบการปกครอง หรือภาวะเศรษฐกิจก็ตาม

ฉะนั้นการเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯ เพื่อเปลี่ยนระบอบ จึงไม่สามารถทำได้ง่ายๆ หรือในเวลาอันรวดเร็ว 

4.อิหร่านพัฒนาอาวุธใหม่ๆ โดยเฉพาะที่ใช้ในสงครามสมัยใหม่ อย่าง โดรน รุดหน้าไปมาก และยังซุ่มสะสมอาวุธนานาชนิดไว้อีกไม่น้อย ทั้งของตัวเอง และของกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตร

 หากคิดย้อนถึง Surprise attack ที่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา โจมตีอิสราเอลอย่างเหนือความคาดหมาย ทั้งยิงจรวด ทั้งบุกข้ามแดน จับตัวประกัน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 จะทำให้เข้าใจสถานการณ์ได้ว่า อิหร่านลงทุนกับการต่อสู้และการทำสงครามขนาดไหน เพราะขนาด“ฮามาส” ซึ่งเป็นมุสลิมสุหนี่ คนละนิกาย อิหร่านยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ และอดทนอย่างมาก แล้วทำไมกับประเทศอิหร่านเอง จะลงทุนและมีเซอร์ไพรส์แบบนี้ไม่ได้

เบื้องต้นจึงเชื่อว่า อิหร่านยังอุบไม้เด็ดเอาไว้อีก ทำให้สหรัฐฯไม่กล้าบุ่มบ่าม เพราะต้องระวังการโต้กลับด้วยเช่นกัน

5.สงครามการก่อการร้าย และ “โลนวูล์ฟ” หรือการโจมตีที่ปฏิบัติการเพียงลำพัง ยังมีความเสี่ยงที่น่ากลัว

สหรัฐฯ ต้องการเร่งเกมเร็ว แต่เมื่อทำไม่ได้ จึงเกิดความเสี่ยงในพื้นที่ส่วนหลัง หรือ “หลังบ้านของตัวเอง” ไม่ว่าจะเป็นในดินแดนสหรัฐอเมริกา และผลประโยชน์ของสหรัฐฯทั่วโลก ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น

ฉะนั้นเมื่อสงครามยืดเยื้อมากเท่าใด ยิ่งทำให้สหรัฐฯ เร่งเกมเร็วแบบวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม ยากขึ้นเท่านั้น เพราะเท่ากับเปิดหน้า เปิดหลังบ้านให้มีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากการตอบโต้ลักษณะนี้ก็เป็นแผนที่ฝ่ายอิหร่านเตรียมไว้ล่วงหน้าด้วยเช่นกัน

บทสรุป ณ ห้วงเวลาครบ 1 สัปดาห์ของการโจมตีอิหร่านเที่ยวล่าสุด มีการประเมินว่า สหรัฐฯกำลังติดกับดักในสมรภูมินี้ แม้โอกาสจบเร็วจะยังมีเหมือนกัน แต่ “ทรัมป์” จะเสียหน้ามาก

“ทรัมป์” มีเดิมพันเรื่องการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอม จึงจำเป็นต้องเดินหน้าสงครามต่อไป

เมื่อสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อ ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ที่ปั่นป่วน ผันผวน ไม่แน่นอน ลุกลามถึงประเทศไทย

ไทยกำลังมีรัฐบาลใหม่ แม้จะเป็นชุดเดิมที่รับไม้ต่อจากรัฐบาลระยะสั้น 2 เดือนกว่าๆ ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ประชาชนก็คาดหวัง นักธุรกิจก็เชื่อมั่น เพราะพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้น คุมเสียงทั้งสภาล่าง สภาบน องค์กรอิสระ และรู้ๆ กันอยู่ว่ามี “มือที่มองไม่เห็น” คอบโอบอุ้ม จึงเรียกความเชื่อมั่นได้รอบทิศ แม้จะมีข้อครหาหลายเรื่อง แต่หลายฝ่ายพากันมองข้าม

หุ้นขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกหลังเลือกตั้ง กระแสปั่นให้เลือกตั้งโมฆะก็จุดไม่ติด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 68 ดีกว่าที่คาดการณ์ ทำให้มั่นใจว่าปี 69 เศรษฐกิจจะโตถึง 3% เกินกว่าเป้าหมายเดิมเช่นกัน

ตัวเลขอื่นๆ ดูดีหมด นักท่องเที่ยวเพิ่ม ส่งออกพุ่ง ภาษีทรัมป์ก็ถูกศาลสูงสหรัฐฯคว่ำ ส่งผลบวกกับไทย แต่สุดท้ายมาเกิดสงครามอิหร่าน ตอนแรกคิดว่าจะปิดฉากเร็ว เพราะโจมตีระลอกแรกก็สังหารผู้นำสูงสุดของศัตรูได้ แต่ไปๆ มาๆ ทำท่าจะยืดเยื้อยาวนาน

รัฐบาลอ่วม เพราะกำลังจะได้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ฉลองชัยชนะ ได้อยู่สงบๆ สักระยะ แต่ปรากฏว่าไม่มีห้วงเวลานั้นเลย เพราะประชาชนต่างคาดหวัง และตื่นตระหนักจากสถานการณ์สงคราม

เมื่อมีสงคราม พลังงานย่อมแพง ราคาน้ำมันพุ่งแรง ราคาแก๊สจะกระทบทุกครัวเรือน กองทุนน้ำมันก็ช่วยไม่ใช่ยาวิเศษ แถมเป็นเงินคนใช้น้ำมันเองนั่นแหละ 

ฉะนั้นระยะแรกคนอาจพอเข้าใจสถานการณ์ แต่ระยะยาวจะมีแต่เสียงบ่น และทำให้รัฐบาลโดนตำหนิ ส่งผลให้ “คนเบื่อเร็ว”

เมื่อประชาชนเบื่อ เศรษฐกิจก็แย่ ก็จะมีแต่คนด่า ทำอะไรก็ผิด โอกาสที่การเมืองจะพลิกผันก็มีสูง เพราะแผลเก่า สนิมเนื้อใน ก็มีอยู่ไม่น้อย

รัฐบาลอนุทิน 2.0 มีแนวโน้มตั้งขึ้นจากเสียงสนับสนุนไม่ถึง 300 เสียง และยังสร้างบาดแผลไว้กับพรรคที่ไม่ถูกเลือก โดยเฉพาะกล้าธรรม กับประชาธิปัตย์ ทำให้เสี่ยงตกอยู่ในภาวะ “เสือลำบาก” หากขัดแย้งกับเพื่อไทย จะดึงใครเข้าไปเสียบก็ยาก สงครามยืดเยื้อ จึงมีโอกาสเป็น “ยาเบื่อหนู” ได้เหมือนกัน