วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

เจาะซุ้มเล็กซุ้มใหญ่ “ยศชนัน” เอาค่ายแดงอยู่มั้ย “สุริยะ-สมศักดิ์” ไล่กวาด สส.อีสาน “แป้งมันโคราช” ซุ่มเงียบสะสมกำลัง

อิทธิฤทธิ์เขียว-น้ำเงิน แดงสายเหนือทรุดหนัก “จุลพันธ์” อำนาจต่อรองลด ซุ้มบ้านใหญ่อีสานตีปีกขอแบ่งเค้ก รมต.

มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” น่าจะปิดดีล “น้ำเงิน-แดง-พรรคเล็ก” ด้วยตัวเลขเฉียด 300 เสียง โดยมี “ส้ม-ฟ้า-เขียว” เป็นฝ่ายค้าน

วันที่ 23 ก.พ.2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงปฏิเสธข่าวเพื่อไทยนัดคุยภูมิใจไทย เพื่อแบ่งโควตารัฐมนตรีในวันที่ 24 ก.พ.69 นี้ คงต้องรอ กกต.รับรองผล สส.อย่างเป็นทางการ

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเก้าอี้ 8 ตำแหน่งคือ รมว. 4 และ รมช. 4 คาดว่าน่าจะได้ดูแล 4 กระทรวงคือ เกษตรฯ ศึกษาฯ แรงงาน และ อว.
 

เบื้องต้น พรรคเพื่อไทย มี สส.ทั้ง 2 ระบบ แยกเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 16 คน และ สส.เขต 58 คน

สส.บัญชีรายชื่อที่เข้าข่ายจะได้เป็นรัฐมนตรี ได้แก่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ , สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

รวมอีก 2 คนไม่ได้เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน และพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจที่น่าสนใจ สส.เขต 58 คน ซึ่งในนี้มี สส.อีสาน 44 คน ต่างก็เป็น สส.สายซุ้มบ้านใหญ่บ้านรอง ที่หวังขอแบ่งเค้กเก้าอี้ รมช.

ซุ้มเหนือขาลง

ดังที่ทราบกัน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายเจ๊แดง และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อดีต สส.เชียงใหม่ ไม่สามารถนำทัพแดงสายเหนือ เข้าสภาฯ ได้ตามเป้าหมาย

แทบไม่น่าเชื่อ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อไทย จะได้ สส.แค่ 2 ที่นั่งจาก จ.เชียงราย คือ เขต 1 ธนรัช จงสุทธานามณี และเขต 2 ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช

ภาคเหนือตอนล่าง รับผิดชอบโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน และ วราเทพ รัตนากร ได้ สส. 7 ที่นั่ง จากสุโขทัย 3 ที่นั่ง กำแพงเพชร 2 ที่นั่ง พิษณุโลก 1 ที่นั่ง และอุตรดิตถ์ 1 ที่นั่ง

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

ที่เหลือสนามตาก นครสวรรค์ พิจิตร และเพชรบูรณ์ แดงสูญพันธุ์ จึงทำให้ “สมศักดิ์” ต้องระดม สส.จากภาคอีสานมาเติมซุ้ม “ 2 ส.” หรือกลุ่มสามมิตรเดิม

บ้านใหญ่อุดรฯ - สกลนคร

สังเวียนอีสานทั้งอีสานเหนือ อีสานกลาง และอีสานใต้ หากเทียบผลเลือกตั้งปี 2566 จะพบว่า พื้นที่สีแดงกลายเป็นสีน้ำเงิน และสีเขียวในหลายสิบจังหวัด

สมัยที่แล้ว ค่ายแดงเป็นแชมป์อีสาน ได้ 73 ที่นั่ง กลับเหลืออยู่ 43 ที่นั่ง เฉพาะอีสานเหนือ ได้ สส. 18 ที่นั่ง กระจายตัวอยู่ในหลายซุ้มบ้านใหญ่

ซุ้มแดงอุดร นำโดย วิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรฯ และศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรฯ ยอด สส.ลดฮวบเหลือ 5 ที่นั่ง จากที่เคยชนะยกจังหวัด 10 ที่นั่ง 

“วิเชียร” ยังโชคดีที่มี “เทียบจุฑา” ภรรยา และ “วัชรพล” ลูกชายได้เข้าสภาอีกสมัย ก็มีลุ้นเก้าอี้ รมช.

ซุ้มบ้านใหญ่เมืองน้ำดำ โดย “บอล” พลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ ยังปักธง สส. 4 ที่นั่ง จากทั้ง 6 ที่นั่ง 

ซุ้มบ้านใหญ่เมืองเลย ตระกูล “ทิมสุวรรณ” ได้ สส. 3 ที่นั่งเท่าเดิม น่าจับตา ศรัณย์ ทิมสุวรรณ จะได้คั่ว รมช. หรือไม่

ซุ้มบ้านใหญ่พังโคน พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร 5 สมัย ได้ สส.เมืองสกล 3 คน ก็มีข่าวขอลุ้นหวยเก้าอี้ รมช.

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

ซุ้มเจ๊เดือน มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม พลาดเป้าเยอะได้ สส.นครพนม 2 ที่นั่ง และ สส.หนองบัวลำภู 1 ที่นั่ง ส่วนบึงกาฬ หนองคาย และมุกดาหาร แดงสูญพันธุ์

ร้อยเอ็ดรอลุ้นรัฐมนตรี

โซนอีสานกลาง แดงยกจังหวัดมาหลายสมัย แต่หนนี้ เพื่อไทยประสบความพ่ายแพ้เหลือเชื่อได้ สส. 8 ที่นั่ง อย่างเช่น มหาสารคาม เหลือลูกชายหัวเขียงอย่าง จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เพียงคนเดียว

ซุ้มสินธุไพร สองพี่น้องจิราพร-ชญาภา สินธุไพร ยังได้ สส.ร้อยเอ็ด 4 ที่นั่ง เป็นหน้าใหม่ 2 ที่นั่ง ส่วนฉลาด ขามช่วง อดีต สส.รุ่นเก๋าสอบตก

ซุ้มเมืองหมอแคน มี สส.ขอนแก่น 3 ที่นั่ง แยกเป็นซุ้มสุริยะ-สมศักดิ์ 2 ที่นั่ง และซุ้มเสริมศักดิ์ 1 ที่นั่ง

แป้งมันโคราชผงาด

เพื่อไทยยังได้ สส.อีสานใต้ 18 ที่นั่ง เฉพาะนครราชสีมา 10 ที่นั่ง ซึ่งหากค่ายแดงขาดซุ้มแป้งมันโคราช ก็น่าจะได้ สส.อีสานใต้ต่ำสิบ

ผ่าร้อยซุ้ม 'แดง' ขาลง! 'อีสาน' พรึ่บ 'เหนือ' สิ้นสภาพ

ซุ้มแป้งมันโคราช โดยการนำของ “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ได้ สส.นครราชสีมา 8 ที่นั่ง รวมแล้วซุ้มแป้งมัน มี สส. 9 คน

ส่วนที่ไม่สังกัดซุ้มแป้งมันคือ พชร จันทรรวงทอง สส.เขต 13 ลูกชายประเสริฐ จันทรรวงทอง และวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.เขต 2 สายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ

ซุ้มเมืองดอกบัว เสี่ยเกรียง กัลป์ตินันท์ สู้ไม่เต็มร้อยมาแต่ต้น จึงได้ สส. 3 ที่นั่ง โดยพรรคภูมิใจไทยแบ่งไป 3 ที่นั่ง และพรรคไทรวมพลัง 4 ที่นั่ง

ซุ้มศรีสะเกษ เป็นครั้งแรกที่ค่ายแดงแพ้ยับเยิน เหลือ สส.ศรีสะเกษ 2 ที่นั่งคือ วีรพล จิตสัมฤทธิ์ และวิลดา อินฉัตร

ซุ้มเมืองเจ้าพ่อพญาแล มี สส.ชัยภูมิ 3 ที่นั่ง เป็นสายตรง “สุริยะ-สมศักดิ์” 

ภาพรวมของ สส.อีสาน น่าจะเป็นการวัดพลังของ “ซุ้มสุริยะ-สมศักดิ์” กับ “ซุ้มแป้งมันโคราช” โดยมีซุ้มบ้านใหญ่บางจังหวัดขอเอี่ยวเก้าอี้ รมช.


สำหรับภาคกลาง (ตะวันตก-ตะวันออก) เป็นสนามที่ค่ายแดงตกต่ำกว่าทุกครั้ง ได้ สส. 6 ที่นั่งคือ กาญจนบุรี  2 ที่นั่ง ฉะเชิงเทรา 1 ที่นั่งชัยนาท 1 ที่นั่ง ปทุมธานี 1 ที่นั่ง และลพบุรี 1 ที่นั่ง

คาดหมายว่า ไม่น่าจะมีโควตาสำหรับซุ้มบ้านใหญ่ภาคกลาง เหมือนปี 2566 กรณี “หมอหนุ่ย” สุรพงษ์ ปิยะโชติ ตัวแทนซุ้มเมืองกาญจน์ 

ด้วยจำนวน สส.ที่ต่ำร้อย เพื่อไทยจึงอยู่ในสถานะต่อรองอะไรไม่ได้มากนัก เก้าอี้ รมต.มีจำกัด อาจจะต้องถึงมือ “ผู้นำหลังม่าน” เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์