วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

การทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะของจริง ในความรู้สึกของประชาชน เพราะเลือกไปก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ พวกท่านสบช่องต่อรองผลประโยชน์กันมากกว่าเก่า!

ปัญหาของการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับกระบวนการนับคะแนน มีการร้อง “นับใหม่ทั้งประเทศ” หรือการกล่าวอ้างเรื่อง “เลือกตั้งไม่ลับ” เพราะ “บาร์โค้ดมรณะ” ทำให้การเลือกตั้งน่าจะเป็นโมฆะ เสียเปล่า แถม กกต.ต้องโดนเอาผิดด้วยนั้น

ปัญหาใหญ่ๆ ที่ว่านี้ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ต้องเสียงบประมาณและประชาชนเสียเวลาไปหย่อนบัตรกันอีกรอบหรือเปล่า เพราะมีกระบวนการทางกฎหมายที่จะต้องพิสูจน์กัน และก็มีหลายฝ่ายไปฟ้องสารพัดศาลเอาไว้แล้ว

ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ และเป็นเงื่อนแง่กัน โดยกล่าวอย่างกลางๆ ไม่ปั่นกระแสก็คือ

1.คำว่า “เลือกตั้งโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญ หมายถึงเฉพาะกระบวนการเข้าไปกาบัตรลงคะแนนแล้วนำบัตรไปหย่อนเท่านั้น หรือต้อง “ลับ” ไปจนชั่วกัลปาวสาน ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้เลย แม้จะเป็นการตรวจสอบเพื่อยืนยันว่ามีการใช้ “ผี” ไปใช้สิทธิ์แทนเราหรือไม่

2.ระบบที่ กกต.เซตมา ชัดเจนว่าทำให้การเลือกตั้ง “ไม่ลับจริง” คือ “ไม่ลับ” ไปจนชั่วกัลปาวสาน แต่มีโอกาสถูกเปิดได้อย่างจำกัด ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายและคำสั่งศาล แบบนี้ถือเป็นหลักการที่ยอมรับกันได้หรือไม่

3.ระบบที่ กกต.วางเอาไว้ เจตนาที่แท้จริงคืออะไร คือ เพื่อล้วงตับ ทำบิ๊กดาต้า เอื้อประโยชน์ให้ขบวนการซื้อเสียง หรือมีเจตนาเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ การยัด “ไพ่ไฟ” หรือการสกัดพวก “พลร่ม” ยุคดิจิทัล

“ไพ่ไฟ” คือ นำบัตรเลือกตั้งปลอม หรือบัตรจริงแต่นอกหน่วย หรือหน่วยเดียวกันแต่เป็นบัตรเหลือ นำมากาเอง แล้วยัดลงไปในหีบจำนวนมาก

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

“พลร่ม” คือ การนำคนจากที่อื่น หรือ “ผี” มาสวมสิทธิ์ลงคะแนนแทนคนที่มีสิทธิ์จริงๆ แต่อาจจะไม่มา ป่วยติดเตียง หรือเหตุอื่นใดก็ตาม

ผมคิดว่าถ้า กกต.วางระบบ และใช้งบมหาศาลขนาดนี้ เพื่อล้วงตับ ทำบิ๊กดาต้า เอื้อประโยชน์ครูใหญ่ หรือคนที่ใหญ่กว่าครูใหญ่ ประเทศนี้ก็คงไปต่อไม่ได้แล้วล่ะครับ

แต่หากเป็นข้อสันนิษฐานหลัง คือเป็นการป้องกันการทุจริตที่ปรับเปลี่ยนพัฒนาไปตามเทคโนโลยี ก็ต้องย้อนกลับไปข้อ 2 คือ เรื่องหลักการ ว่ายอมรับกันได้หรือไม่

4.การจะโกง หรือตรวจสอบการโกงว่าประสบผลหรือไม่ ด้วยการย้อนกลับไปดูบัตรเลือกตั้งแต่ละใบว่ากาให้ตามที่จ่ายซื้อเสียงไปหรือเปล่า

วิธีการทำลายระบบป้องกันความลับของกกต. แล้วไปสแกนหาบัตรเลือกตั้งทีละใบ มันยากเกินไปไหม เพราะน่าจะมีวิธีอื่นใดที่ง่ายกว่ามากๆ

ผมคุยกับ “นักบริหารจัดการเขตเลือกตั้ง” ซึ่งเป็น “อดีตคนมีสี” คุยกันแบบเปิดอก

ถาม : ถามจริง...มีมั้ยครับพี่ที่จะโกงกันขนาดนั้น แล้วเช็คย้อนกลับโดยใช้คิวอาร์โค้ด

ตอบ : ไม่มีหรอกน้อง การจะเอาชนะเลือกตั้งมันคือการบริหารจัดการตัวเลข เป็นเรื่องคณิตศาสตร์ เรามีเครือข่าย และเราเช็คย้อนกลับได้ ถ้ากระแสไม่มากพอ คนออกมาเลือกตั้งน้อย โอกาสของเราที่จะทำสำเร็จก็มีสูงมากตามไปด้วย...

ที่สำคัญถ้าเรามีเครือข่ายผู้สมัคร เราทำโพลรอบสุดท้ายรู้ว่าคนไหนมา เราก็หลบให้อีกคนที่เป็นพวกเดียวกัน เพื่อสกัดคู่แข่งคนละฝ่าย เราเอาชนะกันแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรยุ่งยาก เสี่ยงผิดกฎหมายขนาดนั้น

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

5.ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ที่ให้ตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส โดยเฉพาะการตอบหลักการข้อ 2 ว่าสังคมเราจะยอมรับกันแบบไหน เพื่อไปกำหนดกติกาในการเลือกตั้งรอบหน้าต่อไป

เพราะคดีที่ฟ้องร้องกันสารพัดศาล ผมคาดเดาได้ล่วงหน้าเลยว่า กกต.ไม่น่าจะมีความผิด และการเลือกตั้งก็จะ “ไม่โมฆะ”

มันเปรียบเสมือนเราต้องการนั่งอยู่ในบ้านของเรา ไม่ออกไปไหน แล้วเราจ้าง รปภ.มาดูแลความปลอดภัย เราต้องการให้ รปภ.ล็อกกุญแจบ้านเราจากด้านนอก แล้วทำลายกุญแจทิ้งเสีย และเราก็ออกไปไหนไม่ได้ตลอดกาล คนอื่นจะเข้ามาดูว่าเราอยู่ในบ้านจริงหรือไม่ ก็ดูไม่ได้ตลอดไปจนชั่วกัลปาวสาน

หรือเราจะให้ รปภ.วางมาตรการป้องกันประตูบ้านเราอย่างแน่นหนา หากมีใครใช้วิธีการแยบยลหรือรุนแรงทำลายกุญแจเข้ามา คนคนนั้นก็จะมีความผิดร้ายแรง แต่ไม่ใช่ความผิดของ รปภ. ยกเว้น รปภ.ไปรู้เห็นเป็นใจเสียเอง

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

หลักการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมของไทย น่าจะให้น้ำหนัก รปภ.ที่ไม่รู้เห็นเป็นใจมากกว่า เพราะถือว่าเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

อีกหนึ่งตัวอย่างที่เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกัน ก็คือ กระบวนการเข้าคูหาไปกาบัตรลงคะแนน คูหาแค่นั้น ด้านหลังมีฉากกั้นทึบ เข้าไปทีละคน ย่อมถือว่า “ลับ” แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่หรือใครอุตริเดินเข้าไปชะโงกดูว่าเรากาเบอร์อะไรอยู่ แบบนี้ กกต.ผิด หรือคนที่ไปชะโงกดูมีความผิด แล้วเราจะบอกได้หรือไม่ว่า การจัดคูหาแบบที่เป็นอยู่ “ไม่ลับ”

ฉะนั้นผมเชื่อว่า การเลือกตั้งจะไม่เป็นโมฆะ ส่วนจะคาใจใครหรือไม่ และจะปรับเปลี่ยนอนาคตกันอย่างไร ก็ควรไปตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ไต่สวน เมื่อได้ผลอย่างไรก็ไปช่วยกันปรับแก้กฎหมายให้เป็นไปตามนั้น

แต่สิ่งที่ผมคิดว่าทำให้การเลือกตั้ง “โมฆะ” ไปจริงๆ ในสายตาของผมเอง และความรู้สึกของใครหลายๆ คนก็คือ พฤติกรรมของบรรดาพรรคการเมือง โดยเฉพาะขณะนี้คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย

พวกท่านกำลังทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ คือไม่รู้จะเลือกกันไปทำไม เลือกไปแล้วท่านก็กลืนน้ำลาย จับมือกันเข้าสู่อำนาจเหมือนเดิม (หากใช้ศัพท์ของ นายประชา ช้ำชอก แห่งไทยโพสต์ คอลัมนิสต์ชื่อดังในอดีต ต้องบอกว่า “เข้ามาเสวยสุขเสพอำนาจกันเหมือนเดิม”) โดยประชาชนตาดำๆ ก็ได้แต่มองตาปริบๆ

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

ภูมิใจไทยหาเสียงด้วยกระแสชาตินิยม ผลงานปราบกัมพูชา และก่นด่า “คลิปอังเคิล” แถมยังเคยออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ด้วยถ้อยคำรุนแรง แสดงอาการรับไม่ได้ที่จะทำงานร่วมกันต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว

คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกท่านเข้ามา และให้โอกาสท่านด้วยเรื่องนี้ แต่แล้วท่านก็กลับไปจับมือกับพรรคการเมืองและคนการเมืองที่ท่านเคยแสดงจุดยืนว่าไม่สามารถทำงานร่วมงานได้ด้วยประการทั้งปวง

ข้างฝ่ายเพื่อไทย ท่านเคยเอาจริงเอาจังกับเรื่องที่ดินเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. โดยในส่วนของที่ดินเขากระโดงนั้น ทันทีที่ท่านเข้าไปยึดกระทรวงมหาดไทยคืนจากพรรคภูมิใจไทย ท่านเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมที่ดินเป็นภารกิจแรกๆ และประกาศจะนำที่ดินเขากระโดงกลับมาเป็นของรัฐ ของการรถไฟฯ ขึงขังจริงจังกระทั่งได้เสียงเชียร์ดังทั้งประเทศ

เช่นเดียวกับคดีฮั้ว สว. ท่านนั่งเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ รับคดีฮั้ว สว. ในส่วนของ “อั้งยี่ ฟอกเงิน” เป็นคดีพิเศษ ให้ข่าวโจมตีเช้า สาย บ่าย เย็น ประโคมข่าวส่งหมายเรียกกันเป็นมหกรรม ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเขาทำกัน แถมต้องไปสู้คดีกันในศาลรัฐธรรมนูญว่าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือไม่

แต่สุดท้ายทุกอย่างก็อันตรธานหายไป เมื่อท่านเตรียมแต่งตัวเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ท่านกล่าวหาอย่างร้ายแรงนั่นเอง

แล้วสิ่งที่ท่านขึงขัง ฟาดงวงฟาดงา ประกาศกร้าวกันมา คือจบแค่นี้ใช่หรือไม่

พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้... การเลือกตั้งเป็นโมฆะ!

ท่านแถลงข่าว ท่านโพสต์เฟซบุ๊กกันว่า ท่านก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวข้ามสงครามวาทกรรมหาเสียง เพราะต้องการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน บางท่านถึงกับตั้งคำถามว่า ต้องคิดว่าประชาชนได้อะไร มากกว่าจะคิดเรื่องศักดิ์ศรีของพรรค

ผมก็เลยอยากจะถามท่านกลับเหมือนกันว่า เอาแค่ 3-4 เรื่องที่ท่านเคยลั่นวาจากันมา วันนี้ที่ท่านไปจับมือกัน... ประชาชนได้อะไร นอกจากคำหลอกลวง

นี่แหละครับคือการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะของจริง ในความรู้สึกของประชาชน เพราะเลือกไปก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพวกท่านสบช่องต่อรองผลประโยชน์กันมากกว่าเก่า!