เบื้องหลัง “รองอุ๊” กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ คว้าชัยศึกนายก อบจ.ปราจีนบุรีบ้านใหญ่ “โกทร” คัมแบ็กท้องถิ่น หลัง “สจ.จอย” หลุดเก้าอี้ปริศนา
ศึกนายก อบจ.ปราจีนฯ เปรียบมวยอุ่นเครื่องก่อนเลือกตั้งผู้แทนฯ จับตา “น้ำเงิน” จะล้างตา “ส้ม” กวาดยกจังหวัดหรือไม่
การเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 ท่ามกลางสมรภูมิเลือกตั้ง สส. ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ “รองอุ๊” กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ ตัวเต็งคว้าชัยตามคาด ได้ 118,543 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 จำรูญ สวยดี ที่ได้ 51,344 คะแนน
ดูแล้วคะแนนของ “รองอุ๊” ก็ไม่ต่างสมัยที่ “สจ.จอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน ในนามเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนฯ เมื่อ 1 ก.พ.2568 ที่ได้ 121,304 คะแนน
จะว่าไปแล้ว “รองอุ๊” กฤษฎ์ กษมพันธุ์ ก็เป็นรุ่นพี่ในยุทธจักรของ “สจ.โต้ง” ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ผู้ล่วงลับ และรู้จักมักคุ้นกับ “สจ.จอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน สมัยที่ยังอยู่ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์”
เดือน มี.ค.2568 “รองอุ๊” ได้ออกมาเจอกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเกิดเหตุคดียิง สจ.โต้ง ให้สัมภาษณ์สนับสนับสนุนการทำงานของ “สจ.จอย” ในฐานะนายก อบจ.ปราจีนฯ
หลังทราบผลการเลือกตั้งนายก อบจ.อย่างไม่เป็นทางการ
“รองอุ๊” แถลงข่าวว่า “วันนี้ไม่ใช่ชัยชนะของผม แต่คือชัยชนะของพี่น้องชาวปราจีนบุรีนับจากนาทีนี้ ไม่มีเบอร์ ไม่มีสีเสื้อ มีแต่เราชาวปราจีนบุรี”
อย่างไรก็ตาม คนทั้งเมืองปราจีนฯ ก็ทราบดีว่า “รองอุ๊” เติบโตมาในร่มเงาของ “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ ประมุขบ้านใหญ่
ดังนั้น ชัยชนะของ “รองอุ๊” ในวันนี้ จึงมีคนทำนายผลการเลือกตั้ง สส.ปราจีนฯล่วงหน้าว่า พรรคภูมิใจไทย จะกวาดที่นั่ง สส.ทั้ง 3 เขต
หลุดเก้าอี้แบบมีปริศนา
การเมืองปราจีนฯ หลัง สจ.โต้งถูกยิงดับ “โกทร” เข้าเรือนจำ เหมือนช่วงสุญญากาศ กระทั่ง “สจ.จอย” ถูกสอยหลุดเก้าอี้แบบงงๆไปทั้งลุ่มน้ำบางปะกง
“สจ.จอย” หรือ “นายกจอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน นายก อบจ.ปราจีนบุรี ต้องพ้นจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลถือ “หุ้นสื่อ” สมัยที่เธอยังเป็น ส.อบจ.ปราจีนบุรี อ.เมือง เขต 2
เมื่อ วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้แจ้งผลการการวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ณภาภัช อัญชสาณิชมน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2567 ซึ่งเป็นวันที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน
ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ. ย่อมต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนฯ ที่กำลังดำรงอยู่ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2568 กกต.จึงจัดให้การเลือกตั้งใหม่
อนึ่ง วีระพันธ์ ดีอ่อน เพิ่งออกจากกรุผู้ตรวจราชการมหาดไทย กลับดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นครั้งที่ 2 เมื่อกลางเดือน ต.ค.2568
“ผู้กองอุ๊” คนในยุทธจักร
แม้ตอนเปิดลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนฯ “รองอุ๊” กฤษฎ์ กษมพันธุ์ จะประกาศว่า ตัวเขาลงสมัครในนามอิสระ แต่ภาพจำของคนปราจีนฯ เขาเป็นคนของบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์”
คำเรียกขาน “รองอุ๊” มาจากสมัยที่ สุนทร วิลาวัลย์ สมัยนั่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ได้แต่งตั้งเขาเป็นรองนายก อบจ.ปราจีนฯ คนที่ 1 ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์อันสนิทแน่นได้เป็นอย่างดี
มิตรสหายใกล้ชิดจะเรียกเขาว่า “ผู้กองอุ๊” เพราะเขาจบเตรียมทหารรุ่นที่ 35 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 51
“รองอุ๊” เคยเป็น สจ.ปราจีนฯ เขต อ.ประจันตคาม และในยุทธจักรเมืองปราจีนฯ “รองอุ๊” เป็นรุ่นพี่ “สจ.โต้ง” แต่ตอนหลังโกทรยกให้ สจ.โต้ง เป็นลูกบุญธรรม
นัยว่า นับแต่ สจ.โต้ง ไปโลดโผนในวงการมวยอยู่ที่เมืองหลวง “รองอุ๊” ในฐานะรองนายก อบจ. พยายามจัดทัพจัดแถวเครือข่ายบ้านใหญ่
ตอนที่ “สจ.จอย” ลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนฯ “รองอุ๊” ทำตัวโลว์โปรไฟล์ แต่เขาก็เคลื่อนไหวเงียบๆ หนุนหลังเพื่อน สจ.บางกลุ่ม และได้รับเลือกเป็น สจ.นับสิบคน
เมื่อ “รองอุ๊” เปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.รอบใหม่ จึงมีเสียงตอบรับจากเครือข่ายโกทร ตั้งแต่ระดับ อบจ. ,เทศบาล ,อบต. และกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
บ้านใหญ่กลับมาแล้ว
ปลายปี 2568 “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ลูกสาว “โกทร” เริ่มปรากฏตัวในงานสังคมมากขึ้น หลังเก็บตัวเงียบนับแต่เกิดคดีสังหาร สจ.โต้ง ภายในบ้านพักของโกทร
ช่วงต้นเดือน ตค.2568 “ครูโอ๊ะ” ได้นำทีม สส.ปราจีนฯ ไปอวยพรวันเกิดครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ เพื่อยืนยันว่า บ้านใหญ่ตระกูลวิลาวัลย์ยังภักดีค่ายสีน้ำเงิน
ภาพวันเปิดรับสมัครนายก อบจ.ปราจีนฯ กนกวรรณ ได้นำทีมบ้านใหญ่ไปให้กำลังใจ และคล้องมาลัยดอกดาวเรืองให้แก่ “รองอุ๊” เหมือนส่งสัญญาณให้รู้ว่า “บ้านใหญ่กลับมาแล้ว”
เมื่อ “รองอุ๊” ได้รับชัยชนะและก้าวขึ้นนายก อบจ.คนใหม่ ย่อมทำให้บ้านใหญ่โกทร และค่ายน้ำเงินลุ่มน้ำบางปะกง มีความฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ย้อนไปเมื่อเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 บ้านใหญ่วิลาวัลย์ในสีเสื้อภูมิใจไทย ได้รับผลกระทบจากพายุสีส้ม จากเคยยึดครอง 3 ที่นั่ง สส.ปราจีนฯก็เหลือเพียง 2 ที่นั่ง
เขต 1 “กบ” อำนาจ วิลาวัลย์ สส. 4 สมัย หลานชายโกทร เฉือนชนะผู้สมัคร สส.พรรคส้มแค่หลักพัน
เขต 2 ชยุต ภุมมะกาญจนะ อดีต สส. 3 สมัย พ่ายพรรคส้ม หัวคะแนนบ้านใหญ่ช็อกกันเป็นแถว
เขต 3 สฤษดิ์ บุตรเนียร บ้านใหญ่กบินทร์บุรี เอาชนะพรรคส้ม และได้เป็น สส.สมัยที่ 2
สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปราจีนฯ พรรคภูมิใจไทย ยังคงเป็นผู้สมัครชุดเดิมทั้ง 3 เขตคือ อำนาจ ,ชยุต และสฤษดิ์
ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ ไม่ได้เปิดหน้าเป็นผู้ช่วยหาเสียง แต่ก็ได้ออกพบปะประชาชนตามงานสังคมถี่ขึ้น เหมือนสโลแกนโกทรที่ว่า “แทนทุกข์ แทนสุข สุขก็เห็นหน้า ทุกข์ก็เห็นหน้า”
อีกด้านหนึ่ง คนจำนวนไม่น้อยก็กังวลเรื่องระบอบบ้านใหญ่ คงต้องพิสูจน์กันในวันที่ 8 ก.พ.2569 เสียงประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของปราจีนบุรี





