วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เพื่อไทย...กับนโยบาย สร้างชาติด้วย ‘สล็อตแมชชีน’

เพื่อไทย...กับนโยบาย  สร้างชาติด้วย ‘สล็อตแมชชีน’

ออกหมัดกันแล้ว สำหรับแคมเปญโค้งสุดท้ายของบรรดาพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งกันอย่างดุเดือด

นาทีนี้ไม่มีนโยบายไหนร้อนแรงเท่า “นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน แจกวันละ 9 ล้าน” ของพรรคเพื่อไทย

ถ้าพูดถึงในแง่ “การสื่อสารทางการเมือง” ต้องบอกว่าเพื่อไทยชนะขาด เนื่องจากประกาศนโยบายออกมาก็โด่งดังและถูกพูดถึงในวงกว้างทันที

แต่ถ้าจะให้คาดการณ์ “ผลลัพธ์” หากหวังผลเลิศจากการเลือกตั้ง ก็ต้องบอกว่า “ยังไม่แน่” เนื่องจากกระแสวิจารณ์มีทั้งบวกและลบ และดูเหมือนแง่ลบจะเยอะกว่าบวก ในกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และคนมีความรู้แทบทุกวงการ

ฉะนั้นต้องย้อนถามว่า พรรคเพื่อไทยเปิดตัวนโยบายนี้เร็วเกินไปหรือไม่ เพราะยังมีเวลาอีกถึง 14 วันก่อนเลือกตั้ง นโยบายนี้อาจถูกตีจนน่วม สุดท้ายอาจไม่แปรเป็นคะแนนอย่างที่วาดหวังเอาไว้ก็เป็นได้

ความน่าตกใจของนโยบายที่ผลิตโดยพรรคเพื่อไทยก็คือ มุ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจแบบไม่มีกั๊ก

อย่างเช่น เลือกตั้งปี 66 พรรคได้ยกระดับ “ยอดเงินแจก” จากหลักร้อย หลักพันในอดีต (ซึ่งตัวเองก็เป็นเจ้าพ่อแจกอยู่เดิม) เพิ่มเป็น “หลักหมื่น” หลายคนคงยังมีเสียงคำรามของคุณเศรษฐา ทวีสิน ที่ประกาศบนเวทีหาเสียงเวทีหนึ่งดังลั่น หนักแน่นว่า “หนึ่งหมื่นบาท!” ก้องอยู่ในหู (แต่รัฐบาลเพื่อไทยผ่านไป 2 ชุด ยังแจกไม่ครบ)

ครั้งนั้นก็ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พรรคเพื่อไทยคือ “เจ้าพ่อประชานิยมแจกเงิน” ใจถึง ใจกล้า ดันตัวเลขเงินแจกจากหลักพันเป็นหลักหมื่นแบบที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำ

ประเด็นน่าวิเคราะห์ของนโยบายนี้ก็คือ พรรคเพื่อไทยอ้างว่าไม่ใช่นโยบายแจกเงิน หรือกระตุ้นเศรษฐกิจทางตรง แต่เป็นการจูงใจบุคคลและร้านค้าให้เข้าระบบ “ฐานภาษี”

การแจกวันละ 9 ล้าน 9 คน ทุกวันไม่เวันวันหยุด จะลงทุนปีหนึ่ง 3,285 ล้านบาท แต่ได้รีเทิร์นกลับมาเป็นภาษีสูงถึงหลักแสนล้าน ฟังดูตัวเลขก็รู้สึกว่าเย้ายวนใจ และทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง

เพื่อไทย...กับนโยบาย  สร้างชาติด้วย ‘สล็อตแมชชีน’

แต่สิ่งที่ต้องนำมาขบคิดเชิงเปรียบเทียบก็คือ นโยบายที่ว่านี้ อ้างอิงมาจากความสำเร็จของไต้หวัน ที่จ่ายรางวัลจูงใจจากใบเสร็จ ซึ่งจะเรียกว่า “หวยใบเสร็จ” ก็ได้ และนโยบายแนวๆ นี้ ก็มีพรรคประชาชนนำเสนอด้วย

คำถามคือ นโยบายลักษณะเดียวกัน จาก 3 แหล่งที่มา มีความต่างกันในสาระสำคัญหรือไม่อย่างไร

คำตอบคือ “ต่าง” และ “ต่างมาก” ด้วย!  

ความต่างที่ 1 วัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายร้านค้า

 - เพื่อไทย เน้นความ “แมส” และความถี่ คือแจกทุกวัน จับรางวัลทุกวัน เหมือนการสร้างบรรยากาศให้ประเทศไทยเป็น “ประเทศที่มีหวยออกทุกวัน” โดยอ้างเป้าหมายสร้างความตื่นตัวให้คนเรียกใบเสร็จทางการที่เชื่อมกับระบบภาษีของสรรพากร จากทุกๆ การใช้จ่าย เพราะไม่มีการกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ เพื่อให้รัฐได้ Big Data ของการบริโภคทั้งประเทศ

- พรรคประชาชน ออกแบบมาเพื่อ "ช่วยรายย่อย” หรือ SMEs โดยเฉพาะ โดยจะให้สิทธิ์ลุ้นรางวัลเฉพาะใบเสร็จที่ซื้อจากร้าน SMEs เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเดินเข้าร้านเล็กแทนร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่

ความต่างที่ 2 กลไกการ “ลุ้น”

 - พรรคเพื่อไทยใช้วิธี “สุ่มจับผู้โชคดี” จากฐานข้อมูลใบเสร็จในแต่ละวัน โดยคัดมา 5 รายให้เป็น “เศรษฐีใหม่ - เศรษฐีเงินล้าน” ทันที

- พรรคประชาชน ใช้โมเดล Uniform Invoice Lottery แบบไต้หวัน คือใบเสร็จแต่ละใบจะมีเลขชุดหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อถึงวันหวยออก ถ้าเลขตรงกับที่ประกาศ ก็ได้รางวัลไปเลย โดยกรณีของไต้หวัน ให้ประชาชนตรวจใบเสร็จกันเอง แล้วนำใบเสร็จมาขึ้นเงิน ซึ่งอาจจะมีผู้ถูกรางวัลจำนวนมากในรอบนั้นๆ

ความต่างที่ 3 ความถี่ของการลุ้นหรือการออกรางวัล

 - พรรคเพื่อไทย ออกรางวัลทุกวัน เฉพาะกลุุ่มที่จะได้โชคจากใบเสร็จ จะมี 5 บิล หรือ 5 คนต่อวัน จ่ายคนละ 1 ล้านบาท ส่วนอีก 4 คน 4 ล้านบาท เป็นคนกลุ่มอื่น

 - พรรคประชาชน ออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง คล้ายๆ กับการออกหวยปกติ ตามความคุ้นชินของคนไทยอยู่แล้ว

 - ไต้หวัน ออกรางวัลทุก 2 เดือน คือวันที่ 25 ของเดือนเลขคี่ (เดือน 1 เดือน 3 เดือน 5 / ม.ค. มี.ค. พ.ค. ฯลฯ) ไม่ได้ออกทุกวันหรือทุกเดือน

ความต่างที่ 4 งบประมาณที่ใช้

 - พรรคเพื่อไทยตั้งงบเฉพาะรางวัล เอาไว้ 3,285 ล้านบาทต่อปี โดยคำนวณง่ายๆ จากวันละ 9 ล้านบาท เป็นเวลา 365 วัน

 - พรรคประชาชนตั้งวงเงินรางวัลรวม 1,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าเพื่อไทยเกือบ 4 เท่า เพราะเน้นจำนวนผู้ถูกรางวัลรายย่อยจำนวนมากเพื่อจูงใจให้คนเดินเข้าร้าน SMEs

วิธีการที่ตั้งรางวัลใหญ่และรางวัลย่อยๆ หลายรางวัลนี้ เป็นโมเดลไต้หวัน เพื่อสร้างนิสัย “ขอใบเสร็จและเก็บรวบรวมใบเสร็จ” เตรียมไว้ลุ้นทีเดียวเมื่อถึงงวดออกรางวัล ส่วนของพรรคเพื่อไทยเน้น “ลุ้นสดๆ ทุกวัน” เพื่อสร้างความตื่นเต้น

เพื่อไทย...กับนโยบาย  สร้างชาติด้วย ‘สล็อตแมชชีน’

 ความต่างที่ 5 ความเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่นๆ

 - พรรคเพื่อไทยจะมีการ “เฉลี่ย” รางวัลไปให้กลุ่มเฉพาะอีก 4 กลุ่ม คิอ เกษตรกร ผู้สูงอายุ อาสาสมัคร (อสม./กู้ภัย) และผู้ยื่นแบบภาษี โดยสุ่มจากเลขบัตรประชาชน

 - พรรคประชาชน เน้นไปที่สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง โดยร้านค้าที่ออกใบเสร็จจะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล “หวยผู้ประกอบการ” เมื่อมียอดขายถึงเกณฑ์ที่กำหนดด้วย

นี่คือ 5 ความต่างเท่าที่ประมวลได้จากข้อมูลที่มี ณ เวลานี้ ยังไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยอุบรายละเอียดอะไรไว้อีกหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

แต่ถ้าพิจารณาจากข้อมูลเท่าที่มี จะพบช่องโหว่ช่องว่างและ “คำถามมากมาย” จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศ ไม่ต่างจากยุค “แจกเงินหมื่น” แต่ครั้งนี้ดูจะหนักกว่ามาก เพราะโดนตั้งคำถามตั้งแต่สิ้นเสียงประกาศบนเวทีกันเลย

1.มีการตั้งคำถามว่าเป็นการใช้ “กลไกการพนัน” มาขับเคลื่อนนโยบายรัฐหรือไม่ และการเปิดให้ประชาชนทุกคน ย้ำว่า “ทุกคน” ลุ้นโชคหรือลาภลอยกันทุกวัน เข้าข่ายมอมเมาหรือไม่

 2.กลไกรองรับการดำเนินนโยบายในภาคปฏิบัติจริง หากออกแบบไม่ดี อาจทำให้คนหันไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ ครั้งเพื่อแยกใบเสร็จ เช่น ซื้อน้ำ 10 ขวด แยก 10 ใบเสร็จ หรือไม่ซื้อยกลัง แต่ซื้อแยกขวด เพื่อหวังเพิ่มสิทธิ์ ซึ่งอาจสร้างภาระให้ร้านค้าและสิ้นเปลืองทรัพยากร

 3.มีความเสี่ยงเรื่องการปลอมใบเสร็จ ไม่ว่าจะใช้ใบเสร็จที่เป็นกระดาษ หรือ ระบบดิจิทัล คือ ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ เพราะทุกระบบมีช่องโหว่เสมอ

 4.ต่อเนื่องจากข้อ 2 และข้อ 3 คือปัญหา “สงครามบิลฝอย” เพราะนโยบายของเพื่อไทยไม่มีกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ เช่น ซื้อลูกอม 1 เม็ด ก็ขอ 1 ใบเสร็จได้ เพื่อเพิ่มโอกาสถูกรางวัล สิ่งที่จะตามมาคือ เป็นภาระร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าต้องเสียเวลาออกใบเสร็จทีละใบ หรือนำคำสั่งซื้อเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์รายครั้ง เพื่อให้ลูกค้าคนเดิมที่ต้องการแยกบิล 10 ครั้ง

หากเป็นบิลกระดาษ จะสร้างขยะมหาศาล หากเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ก็อาจมีปัญหาเรื่องการจราจรในระบบข้อมูล โดยเฉพาะ Server ที่จะถูกถล่มด้วยธุรกรรมจิ๋วๆ จำนวนนับพันล้านรายการในแต่ละวัน

 5.ข้อนี้สำคัญที่สุด และยังพูดถึงกันไม่มากนัก คือ ความเสียเปรียบของ “ร้านเล็ก” กับ “ทุนใหญ่”

ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือ การใช้ “หวย” เป็นนโยบายรัฐ มีข้อเสียที่มองไม่เห็น นั่นก็คือ “การกัดเซาะวินัยทางการเงิน” เพราะเมื่อรัฐบาลทำให้การเสี่ยงโชคกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ประชาชนอาจจะเสพติดความตื่นเต้นและละเลยการวางแผนชีวิตที่เป็นจริงเป็นจัง

เพื่อไทย...กับนโยบาย  สร้างชาติด้วย ‘สล็อตแมชชีน’