ชายแดน ‘อุบล’ไม่เดือด เกมปรองดอง ‘น้ำเงิน-แดง-แป้งมัน’

ตรวจแนวรบเมืองอุบลฯ “แดง-น้ำเงิน” เปิดเกมปรองดอง “ไทรวมพลัง-กล้าธรรม” ร่วมแบ่งเค้ก สส. ยกเว้นเขต 7 ศึกศักดิ์ศรี 2 บ้านใหญ่
KEY
POINTS
- ตรวจแนวรบเมืองอุบลฯ “แดง-น้ำเงิน” เปิดเกมปรองดอง “ไทรวมพลัง-กล้าธรรม” ร่วมแบ่งเค้ก สส. ยกเว้นเขต 7 ศึกศักดิ์ศรี 2 บ้านใหญ่
- เพื่อนเก่าไม่ทิ้งกัน “เกรียง-กุ่ย-อิสสระ-วิฑูรย์” ต่างพรรคพวกเดียวกันดับฝันค่ายส้ม เลี่ยงปะทะ “มาดามกบ” ค่ายแป้งมันอุบลฯ
- แนวรบชายแดนเมืองดอกบัว “น้ำเงิน-แดง” จะสู้กันเดือดแค่ 1 เขตคือ “สุดารัตน์” ปะทะ “ตี๋เล็ก” ส่วนอีก 10 เขตที่เหลือ “4 พรรค” ก็แบ่งๆเก้าอี้ สส.กันไป
สมรภูมิเลือกตั้ง สส.อุบลราชธานี ปี 2569 ทั้ง 11 เขต อาจไม่ดุเดือดเหมือนปี 2566 เนื่องจากพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย จัดตัวผู้สมัคร สส.เหมือนฮั้วกัน
ยกเว้นเขตเลือกตั้งที่ 7 “เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์” เพื่อไทย ท้าชนแชมป์เก่า “สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ” ภูมิใจไทย ซึ่งเป็นศึกศักดิ์ศรี 2 บ้านใหญ่แห่ง อ.ตระการพืชผล
พรรคเพื่อไทยเมืองอุบลฯ ไม่ได้มีผู้นำทัพแค่ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ซึ่งผู้นำหลังม่านค่ายแดง ได้ส่ง “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ลูกสาวเสี่ยแป้งมันโคราชไปร่วมจัดทัพด้วย
ไม่ต่างจากภูมิใจไทยเมืองดอกบัว ก็มีทั้งปีก “อิสสระ สมชัย” และปีกบ้านใหญ่ตระกูล “โภคกุลกานนท์” และ “จินตะเวช”
เที่ยวนี้ “ตี๋เล็ก” เชิดศักดิ์ไปสังกัดค่ายแดง แต่ “สุทธิชัย จรูญเนตร” เขยบ้านใหญ่โภคกุลกานนท์ ก็ยังอยู่ค่ายน้ำเงิน
ค่ายแดงเมืองดอกบัว ส่งผู้สมัคร สส.ครบ 11 เขต แต่ที่เป็นตัวจริงและน่าจะได้ สส.เพียง 4 เขต
เขต 1 “บอมบ์” วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อดีต สส. 3 สมัย ลูกชายเสี่ยเกรียง ต้องวัดดวงกับค่ายส้ม เพราะค่ายน้ำเงินส่งทนายจเร ลงสนามแบบไม่หวังผล
เขต 4 “เปิ้ล” กิตติ์ธัญญา วาจาดี อดีต สส. 2 สมัย น่าจะลอยลำเข้าป้าย ค่ายน้ำเงินไม่ส่งผู้สมัคร สส.เขตนี้
เขต 6 ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อดีต สส. 1 สมัย ลูกหลานบ้านใหญ่ ส.เขมราฐ มีแต้มต่ออดีตดีเจเสื้อแดง ที่ค่ายน้ำเงินส่งลงสนามแบบกระทันหัน
เขต 7 “ตี๋เล็ก” เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ สนับสนุนโดย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ซึ่งตระกูล “โภคกุลกานนท์” เป็นพันธมิตรกับ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ค่ายแป้งมันอุบลฯ
ส่วนค่ายน้ำเงินส่งตัวผู้สมัคร สส.ไม่ครบ 11 เขต(เว้นเขต 4) และน่าจะได้ สส.ไม่เกิน 4 คน
เขต 5 สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต สส. 2 สมัย ลูกเขยอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ คาดว่าได้เป็นผู้แทนฯอีกสมัย ค่ายแดงส่งผู้สมัครโนเนมลงประกบ
เขต 7 “กานต์” สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส. 1 สมัย ลูกสาว ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ย้ายมาค่ายน้ำเงิน ตามคำชวนของอิสสระ สมชัย และลูกสาว “สส.แนน”
เขต 8 แนน บุณย์ธิดา สมชัย อดีต สส. 3 สมัย ลูกสาวอิสสระ ที่มีฐานเสียงแข็งแกร่ง แม้ค่ายแดง จะส่งจิตภินันท์ วงษ์ขันธ์ คนหน้าใหม่ ที่ได้แรงหนุนจาก “เสี่ยมังกร” เมืองร้อยเอ็ด ก็ยากจะเอาชนะได้
เขต 11 ตวงทิพย์ จินตะเวช อดีต สส. 1 สมัย ลูกสาว ตุ่น จินตะเวช อดีต สส.หลายสมัย คงลอยลำ เพราะค่ายแดงส่งผู้สมัครหญิงโนเนม
สำหรับพรรคไทรวมพลัง ที่สร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” เมื่อปี 2566 ได้ส่งผู้สมัคร สส.อุบลฯ 5 เขต แต่หวังเข้าป้าย 3 เขต
เขต 3 “สส.หน่อย” พิมพกาญจน์ พลสมัคร อดีต สส. 1 สมัย ยังเป็นต่อคู่แข่งทุกค่าย แม้ค่ายแดงจะส่ง ณัฐนันท์ รัตโน ลูกสาว สมบัติ รัตโน อดีต สส. 1 สมัย
เขต 9 “มาดามกบ” จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ลงสมัคร สส.สมัยแรก เจอคู่แข่งอดีต สส.ทั้งคู่คือ รำพูล ตันติวณิชชานนท์ พรรคกล้าธรรม และประภูศักดิ์ จินตะเวช พรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่น่ามีปัญหา
“กังฟู” วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง สร้างผลงานหนุนช่วยกองทัพปกป้องอธิปไตย ทั้งด้านช่องบก และช่องอานม้า
เขต 10 “เสี่ยเซียง” สมศักดิ์ บุญประชม อดีต สส. 1 สมัย พร้อมหัวหน้ากังฟู ลุยชายแดนกันเต็มที่ ตุนคะแนนไว้เยอะ วัชรพล เชื้อคง ลูกชายสมคิด เชื้อคง อดีต สส. 2 สมัย น่าจะสู้ลำบาก
ด้านพรรคกล้าธรรม ส่งอดีต สส.อุบลฯ 3 คนลงสนามคือ วุฒิพงษ์ นามบุตร รัฐกิตต์ ผาลีพัฒน์ และสุพล ฟองงาม แต่ที่คาดหวังจะเข้าป้ายคือ เขต 3 “วุฒิพงษ์” อดีต สส. 2 สมัย หลานชาย วิฑูรย์ นามบุตร
ประเมินจากการจัดตัวผู้สมัคร สส.อุบลฯ เพื่อไทยและภูมิใจไทย มีแนวโน้มจะแบ่งกันไป พรรคละ 3-4 ที่นั่ง โดย “มาดามกบ” ได้ 2-3 ที่นั่ง และกล้าธรรม 1 ที่นั่ง
สาเหตุที่สนามเมืองอุบลฯ มีลักษณะ “ฮั้ว” ก่อนลงสนาม มีอยู่ 2 ปัจจัยคือ ประการแรก เกรียง กัลป์ตินันท์ กานต์ กัลป์ตินันท์ อิสสระ สมชัย และวิฑูรย์ นามบุตร เป็นพวกเดียวกัน
ประการที่สอง สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แม่ทัพค่ายแดงเป็นหลานสาว “มาดามกบ” จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ปรึกษาพรรคไทรวมพลัง
สรุปแล้ว แนวรบชายแดนเมืองดอกบัว “น้ำเงิน-แดง” จะสู้กันเดือดแค่ 1 เขตคือ “สุดารัตน์” ปะทะ “ตี๋เล็ก” ส่วนอีก 10 เขตที่เหลือ “4 พรรค” ก็แบ่งๆเก้าอี้ สส.กันไป







