อ่านทาง 'นายใหญ่' ผ่านอีเวนต์ใหญ่.. อังคารนี้

วันอังคาร 27 พ.ค.68 มารอฟังว่าคุณทักษิณจะสร้างสีสันอะไรในทางการเมือง และจะส่งสัญญาณถึงอนาคตของตัวเอง น้องสาว กับรัฐบาลของลูกสาว อย่างไร
KEY
POINTS
- ในช่วงจังหวะ “เข้าไต้เข้าไฟ” ใกล้จุด “ไคลแมกซ์” อดีตนายกฯทักษิณ เตรียมขึ้นเวทีของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน”
- เมื่อข่าวลบๆ ไปไกล จู่ๆ ก็มี “เวทีใหญ่” หรือ “งานใหญ่” เพื่อให้ “นายใหญ่” ได้ปล่อยของ ถือเป็นการปรากฏตัวของอดีตนายกฯทักษิณ หลังจากหายหน้าไปตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเทศบาล ท่ามกลางข่าวฮอต และสถานการณ์ร้อนทางการเมือง
- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน ป.ป.ส. และตามกำหนดการจะเป็นผู้กล่าวต้อนรับ และกล่าวนำปาฐกถาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้รับคำยืนยันว่า อดีตนายกฯ ตอบรับมาร่วมงานแน่นอน
กำหนดการ “ออกงาน” ของอดีตนายกฯ ทักษิณ วันอังคารที่ 27 พ.ค.68 นี้ ถือว่าน่าสนใจ
เพราะในช่วงจังหวะ “เข้าไต้เข้าไฟ” ใกล้จุด “ไคลแมกซ์” อดีตนายกฯทักษิณ เตรียมขึ้นเวทีของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน”
ดูจากหนังสือเชิญที่ออกเมื่อวันที่ 22 พ.ค.68 เป็นการเชิญคุณทักษิณในฐานะอดีตนายกฯ และที่ปรึกษาประธานอาเซียน
จังหวะเวลา คือ วันอังคารที่ 27 พ.ค.68 ตอนบ่าย ที่ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ สำนักงาน ป.ป.ส.ดินแดง ถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปทั่วประเทศ
ถือเป็นการปรากฏตัวของอดีตนายกฯ ทักษิณ หลังจากหายหน้าไปตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเทศบาล ท่ามกลางข่าวฮอต และสถานการณ์ร้อนทางการเมือง
1.ใกล้ครบ 30 วัน ตามที่องค์คณะไต่สวนของศาลฎีกานักการเมืองสั่งให้ 6 หน่วยงานต้องส่งคำชี้แจงกรณีชั้น 14 รวมถึงตัวคุณทักษิณเองด้วย
2.ใกล้วันที่ 13 มิ.ย.68 ที่องค์คณะไต่สวนของศาลฎีกานักการเมือง นัดพร้อม คดีชั้น 14
3.ข่าวปรับ ครม.กำลังกลับมาร้อนแรง
4.เป็นช่วงก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 69 วาระแรก
5.ข่าว “แดงไล่ฟาดน้ำเงิน” เดินเกมล้ม สว. ถึงขั้นรอต่อท่อยุบพรรค
กล่าวเฉพาะศึก “แดงปะทะน้ำเงิน” แม้ระยะหลัง สีแดงจะดูได้เปรียบ เพราะส่งหัวหมู่ทะลวงฟันรุกฆาตถึงขั้นยื่นยุบพรรค แต่เหตุการณ์ในระยะประชิดของคุณทักษิณ ก็จะมีความเสี่ยงสูงกว่า ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน คดีน้องสาวก็โดนศาลปกครองสูงสุดสั่งชดใช้อีกกว่าหมื่นล้าน
ทำให้เกิดกระแส “หนีดีกว่า…” “ไม่เอาดีกว่า…”
ข่าวลือไปไกล ทั้งในส่วนของคุณทักษิณเอง อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ ลือกันหนัก ส่งไลน์กันกระหน่ำ ถึงขั้นคอการเมืองซึ่งเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิในบ้านเมือง” ยังอดรนทนไม่ได้ ต้องถามกับนักข่าวที่สนิทๆ ว่า มีมูลแค่ไหน (แปลว่าท่านเองก็ยังสับสน ทั้งๆ ที่น่าจะอยู่เส้นสนกลในมากกว่านักข่าว)
เมื่อข่าวลบๆ ไปไกล จู่ๆ ก็มี “เวทีใหญ่” หรือ “งานใหญ่” เพื่อให้ “นายใหญ่” ได้ปล่อยของ
ลีลาแบบนี้ จังหวะแบบนี้ เคยเกิดมาแล้วเมื่อ 9 มิ.ย.67 ตอนนั้นอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องคุณทักษิณ ในคดี 112 และนัดฟังคำสั่งวันที่ 29 พ.ค.67 แต่คุณทักษิณแจ้งว่าป่วย และเก็บตัวเงียบ จนมีข่าวลือหนีออกนอกประเทศ
ต่อมา คุณทักษิณ ควงลูกสาว ก็คือ คุณอุ๊งอิ๊งค์ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ ไปร่วมงานบวชลูกชายนายกเบี้ยว คนที่เพิ่งขับรถเฉี่ยวชนลุงกับป้าจนเป็นข่าวดังเมื่อเร็วๆ นี้ นำมาสู่วลี “หญ้าหวานธัญบุรี”
ครั้งนั้นคุณทักษิณไปขึ้นเวที ปราศรัยแรง ให้สัมภาษณ์ก็แรง กระแทกไปถึง “ลุงบ้านป่า” ด้วย
ถือเป็นการสร้างพื้นที่ข่าว สื่อสารกับสังคม และโต้กลับศัตรูทางการเมืองอย่างชัดแจ้งของอดีตนายกฯ
และบรรยากาศแบบนั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้งในงานของสำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมๆ กับการเอาตัวเป็นๆ มาปรากฏต่อสังคม เพื่อยืนยันว่า “ไม่หนี”
แถมวันรุ่งขึ้นยังรับเป็นประธานงานสวดพระอภิธรรมศพ คุณธรรมนูญ ประจวบเหมาะ อดีตผู้ว่า ททท. คุณพ่อของ “สารวัตรต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ อดีตขุนพลเพื่อไทย ที่วัดพระศรีฯ ย่านบางเขนด้วย
เท่าที่มีสื่อตรวจสอบล่าสุดจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน ป.ป.ส. และตามกำหนดการจะเป็นผู้กล่าวต้อนรับ และกล่าวนำปาฐกถาของอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้รับคำยืนยันว่า อดีตนายกฯตอบรับมาร่วมงานแน่นอน
รายละเอียดของกิจกรรม นอกจากการเชิญไปพูดเรื่องปราบยาเสพติด ซึ่งเป็นผลงานที่ประชาชนคนไทยจดจำคุณทักษิณได้ ตั้งแต่สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ยุคพรรคไทยรักไทยแล้ว ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น
- เป็นการโคจรมาพบกัน ระหว่าง พ.ต.อ.ทวี กับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไม่น่าเชื่อในคดีชั้น 14 และทั้งคู่ยังเป็นอดีตตำรวจที่มาเล่นการเมืองเหมือนกัน
- พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 25 ของ “ผู้กองนัส” ธรรมนัส พรหมเผ่า มือทำงานของอดีตนายกฯทักษิณ
- ห้องประชุมที่ใช้บรรยาย ชื่อห้อง ชิดชัย วรรณสถิตย์ ซึ่งเป็นชื่อของอดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. และเป็น “พี่เลิฟ” ของอดีตนายกฯ ทักษิณ
- พล.ต.อ.ชิดชัย แม้ไม่ใช่ตำรวจคนแรกที่ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส. แต่เป็นนายตำรวจยศ “พลตำรวจเอก” คนแรกที่ไปนั่งตำแหน่งนี้ ซึ่งบางคนมองว่า “ลดชั้น” เพราะการคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจมากกว่าเลขาธิการ ป.ป.ส.มากมายนัก
- แต่ พล.ต.อ.ชิดชัย ยอมไปนั่งเลขาธิการ ป.ป.ส. เพราะคุณทักษิณพยายามผลักดันให้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ในยุคที่ตัวเองกำลังเรืองอำนาจ ยุครัฐบาลไทยรักไทย แต่ไม่สำเร็จ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพราะติด พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ซึ่งมีอาวุโสอันดับ 1
- คุณทักษิณจึงโยก พล.ต.อ.ชิดชัย ไปนั่งเป็นผู้นำหน่วยที่สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นการปลอบใจ และเมื่อดำรงตำแหน่งมาระยะหนึ่ง ก็ขยับมานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกว่า “ใหญ่กว่า ผบ.ตร.” หลายเท่า
- การส่ง พล.ต.อ.ชิดชัย ขึ้นเป็นรองนายกฯ และ มท. 1 ถือเป็นภาพสะท้อนนิสัยความเป็นนักสู้ ไม่ยอมใคร ของคุณทักษิณ เมื่อคนที่ตัวเองต้องการผลักดัน ถูกขวาง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตัวเองก็จะหาทางออกให้ และให้มากกว่าที่เคยจะได้ด้วยซ้ำ (เรื่องนี้มองในแง่ดีก็ได้ มองในแง่รั้นก็ได้เหมือนกัน)
- สาเหตุที่ คุณทักษิณ รักพี่ชายที่ชื่อ “ชิดชัย” และเชื่อมืออย่างมาก ต้องย้อนไปสมัยจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจใหม่ๆ ยุคนั้นมีโครงการส่งนายร้อยตำรวจที่เรียนเก่ง สอบได้ที่ 1 ของรุ่น ไปเรียนต่อปริญญาโท และปริญญาเอกในต่างประเทศ
- ยุคที่คุณทักษิณ จบมา มีการส่งไปพร้อมกัน 4 คน 4 รุ่น คือ
พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รุ่น 23
พล.ต.ต.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ รุ่น 24
ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รุ่น 25
และ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร รุ่น 26
ทั้งสี่คนไปเรียนด้วยกัน พักอยู่ด้วยกัน จึงสนิทสนม และรักกันมาก เมื่อคุณทักษิณมีอำนาจ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ส่งพี่ๆ ทุกคนให้มามีบทบาท
พล.ต.ต.วิเชียรโชติ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และภายหลังได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. (แต่ตกม้าตาย โดนกรณีขึ้นเงินเดือนตัวเอง โดนทั้งคณะ หลุดจากตำแหน่ง ประธาน ป.ป.ช.ชุดนั้นก็เป็นอดีตตำรวจ สมัยเป็นตำรวจ คือ พี่เลี้ยงของคุณทักษิณตอนจบจากโรงเรียนนายร้อย แล้วบรรจุเข้ารับราชการใหม่ หรือ พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ )
ขณะที่ พล.ต.อ.ชิดชัย ได้เป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และเคยเป็นรักษาการนายกฯ ด้วย รวมถึงตั้งกองบัญชาการต่อต้านการปฏิวัติ ช่วงที่มีการยึดอำนาจคุณทักษิณ เมื่อ 19 ก.ย.49 โดยคณะ คปค. นำโดย พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้น เรียกว่าสู้ให้น้องจนนาทีสุดท้าย
ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นพี่ที่สนิทที่สุดอีกคนหนึ่ง ร่วมตั้งพรรคไทยรักไทยกับคุณทักษิณ และได้ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย โด่งดังจากนโยบาย “จัดระเบียบสังคม” ได้ฉายาจากสื่อว่า “ไม้บรรทัด”
นี่คือประวัติศาสตร์การเมืองหน้าหนึ่งที่บอกเล่าอดีต และสะท้อนความคิด จุดยืน และการกระทำของอดีตนายกฯ ทักษิณ คนที่รักใครรักจริง รักพี่รักน้องตัวจริง และสนับสนุนถึงที่สุด ไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมเลิกรา
วันอังคาร 27 พ.ค.68 มารอฟังว่า คุณทักษิณจะสร้างสีสันอะไรในทางการเมือง และจะส่งสัญญาณถึงอนาคตของตัวเอง น้องสาว กับรัฐบาลของลูกสาว อย่างไร
ส่วนประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ จะได้ประโยชน์อะไร หรืออยู่นอกสมการเมืองเคย...ก็ต้องรอฟังดู
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







