วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

ปอกเปลือก 'ธนาธร' จาก 'ดีลฮ่องกง' ถึง 'ดีลแลกประเทศ'

ปอกเปลือก 'ธนาธร'  จาก 'ดีลฮ่องกง' ถึง 'ดีลแลกประเทศ'

ปฏิเสธไม่ได้ว่า มติซักฟอก นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เพียงคนเดียวของพรรคประชาชน หนีไม่พ้นเงาความคิดของ “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

พลันที่เฟซบุ๊กพรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความเปิดแคมเปญอภิปรายไม่ไว้วางใจในหัวข้อ “ดีลแลกประเทศ” ก็ชัดเจนว่า นี่คือปมแค้นที่ฝังลึกในใจแกนนำพรรคสีส้มทุกรุ่น

“18 เดือนภายใต้รัฐบาลที่ดีลกันบนผลประโยชน์ของชนชั้นนำ เหยียบย่ำเสียงของประชาชน คนไทยต้องสูญเสียไปเท่าไร เพื่อให้คนบางคนได้กลับบ้าน ประเทศเสียหายไปแค่ไหน เพื่อให้แพทองธาร ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี”

ตัดภาพจาก “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา ไปที่ใบหน้าของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2568

“ผมกล้าพูดเหมือนกันว่า ในประเทศไทย ไม่มีใครเสียใจกว่าผมแน่ ๆ เสียใจที่เราไม่มีโอกาสไปพัฒนาประเทศ ผมเชื่อว่า มันมีทั้งพลังของเพื่อไทยและก้าวไกล ณ วันนั้น ที่จะผนวกกันเพื่อพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้ ผมเสียดายโอกาสตรงนี้มาก”

เอก ธนาธร เล่าเบื้องหลัง “ดีลล่ม” เมื่อกลางปี 2566 “...ดูหลังผมสิครับ มีดปักเต็มเลย ไม่กล้านั่งพิงเลย ยังเจ็บอยู่ทุกวันนี้เลยครับ”

วันนั้น ธนาธรพูดทั้งน้ำตา “พวกเราเสียใจมากจริงๆ วันนั้นที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย”

ผู้ก่อการพรรคอนาคตใหม่บอกผ่านหน้าจอออนไลน์ว่า สาเหตุที่ดีลล่มดีลล้ม เชื่อว่าทุกคนรู้ดี

“วาระหลักๆ มันไม่ใช่เรื่องการพัฒนาประเทศ แต่เป็นวาระเรื่องพาคุณทักษิณกลับบ้าน..พอไปเกิดดีลแบบนี้ ทำให้การแก้ปัญหาที่โครงสร้างมันเป็นไปไม่ได้เลย”

หากจะสรุปว่า คำพูดประโยคนี้คือ ที่มาของ “ดีลแลกประเทศ” ในศึกซักฟอกที่จะเกิดขึ้นในสภาฯ ก็ใช่เลย

จะว่าไปแล้ว ความแตกต่างของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน น่าจะอยู่ที่พรรคหนึ่งมี ทักษิณ ชินวัตร เป็นเสมือนเจ้าของพรรค และอีกพรรคหนึ่ง มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้นำทางความคิด

พรรคไทยรักไทย เกิดจากทักษิณ ในวันที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ เป็นอัศวินคลื่นลูกที่สาม รวยแล้วอยากเล่นการเมือง

ทักษิณประสบความล้มเหลวจากการเข้าไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรม จึงมอบให้คนกลุ่มหนึ่งไปศึกษาเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และกลายเป็นพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2544

ต่างจากพรรคอนาคตใหม่ ที่เริ่มก่อการโดยคนหนุ่ม เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต๋อม-ชัยธวัช ตุลาธน และป๊อก-ปิยบุตร แสงกนกกุล

หลังการลงประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นชัยชนะของ คสช. เอก ต๋อม และป๊อก พร้อมกับเพื่อนๆ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

พวกเขาเริ่มจากประโยคที่ว่า “เราจะอยู่กันแบบนี้เหรอ” นี่คือจุดเริ่มต้นการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

วันแรกๆ ของการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เอก ธนาธร บอกเพื่อนๆว่า “อย่าไปคิดถึงผลการเลือกตั้ง ชนะทางอุดมการณ์ก่อน..ยึดกันด้วยอุดมการณ์เท่านั้นถึงจะชนะได้ เกมยาวอย่างเดียว”

อุดมการณ์ของเอก ธนาธร และผองเพื่อนคืออะไร คงต้องย้อนไปอ่านบทสัมภาษณ์ของธนาธร ในนิตยสารสารคดี ปี 2550

วันที่ธนาธร ยอมเปิดตัวครั้งแรกผ่านนิตยสารชื่อดัง ขณะนั้น ประเทศไทยอยู่ใต้เงาปืน หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549

“ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดใจครั้งไหนเท่าช่วงเวลาปัจจุบัน รู้สึกอึดอัด โกรธ แล้วก็สมเพชตัวเอง สมเพชสังคมไทยด้วย ที่ปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น”

รัฐประหาร 2549 ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรงในหมู่ปัญญาชนคนรุ่นใหม่ มีการอธิบายความเป็นนักประชาธิปไตยแตกต่างกันไป

“แล้วผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มันตอกย้ำลักษณะของสังคมไทย ในเรื่องความเป็นอำมาตย์ ความเป็นศักดินา มันตอกย้ำว่าสังคมไทยมีลักษณะแบบนั้นอยู่จริง”

ดังนั้น เมื่อเกิดรัฐประหาร 2557 ตามมาด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ธนาธร และผองเพื่อน จึงไม่ยอมทนอยู่ในสภาพแบบเดิม

ชัยชนะของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 เป็นชัยชนะของประชาชนที่มาเร็วกว่าแกนนำส้มรุ่น 1 คาดคิดไว้ พวกเขาจึงตั้งความหวังไว้สูงลิ่วว่า จะได้จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย

เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่า แดง-ส้ม จับมือกันไม่ได้แล้ว ทำไมธนาธร จึงเดินทางไปพบทักษิณที่ฮ่องกง

ธนาธร บอกว่า บางเรื่องยังพูดไม่ได้ เมื่อเกษียณทางการเมือง ได้พูดคุยกับปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าจะเขียนหนังสือสักเล่ม

เอาเข้าจริง ธนาธรมีความพยายามจะทำงาน “ความคิด” กับทักษิณ แต่ก็รู้ว่า เป็นไปได้ยาก เพราะในอดีต ธนาธรก็เคยวิพากษ์ระบอบทักษิณ

เมื่อ 18 ปีที่แล้ว ธนาธรให้สัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำพรรคการเมืองของภาคประชาชน โดยยกตัวอย่างสมัยรัฐบาลทักษิณ

“หากขบวนการภาคประชาชนมีจริง ก็สามารถตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาต่อสู้ได้...ทำงานเย็น(งานจัดตั้งทางความคิด)มากพอ ผมว่าตรงนั้นเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดที่จะตั้งพรรคการเมือง..แต่ที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำงานจัดตั้งทางความคิดเลย”

บัดนี้ ประชาชนมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเอง ธนาธรจึงไม่สนใจว่า ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย จะเปิดดีลลับกับใคร

แคมเปญ “ดีลแลกประเทศ” ของพรรคประชาชน จึงเป็นศึกซักฟอกระบายแค้นคนในตระกูลชินวัตร ส่วนการอภิปรายไม่ไว้ใจ 10 รัฐมนตรี คงจะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้