background-default

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569

Login
Login

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

กลับมาอีกแล้ว วาทกรรม 200 เสียง “ทักษิณ” ฝันไกลแต่อาจไปถึงยาก ภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยน สู่ศึกสามก๊ก ชิงอำนาจ ชิงธงอุดมการณ์

ผ่าสมรภูมิสีแดง เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ที่มั่นลูกข้าวนึ่งกลายเป็นส้ม ที่ราบสูงสีน้ำเงินรุกคืบ ลุ่มเจ้าพระยา-บูรพาทิศเพื่อไทยหายเกลี้ยง 

เหมือนแคมเปญหาเสียงที่มาก่อนเวลา เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ประกาศบนเวทีปราศรัยช่วยศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี เมื่อเย็นวันที่ 14 พ.ย.2567

“เลือกตั้งทีไรก็ชนะ รับรองคราวหน้าไม่มีแพ้ ประเมินแบบผู้สันทัดกรณีเลือกตั้งคราวหน้า เพื่อไทยไม่มีต่ำกว่า 200 เสียง”

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

จะว่าไปแล้ว ตัวเลข “200 เสียง” เป็นสิ่งที่คนในพรรคเพื่อไทยพูดถึงกันมาหลายเดือนแล้ว 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2567 การประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ที่อาคารชินวัตร 3 ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำทางจิตวิญญาณเดินทางเข้าไปพูดคุยกับ สส. และอดีต สส. 

วันนั้น นายใหญ่ปลุกเร้าลูกพรรคให้มีความฮึกเหิม พรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า “....หลักร้อยจะอยู่แค่สมัยนี้ ถ้าเราทำอีก 3 ปี พรรคเพื่อไทยจะได้ 200 ขึ้น..”

ก่อนจะพูดถึง “200 เสียง” ในการเลือกตั้งปี 2570 ลองไปค้นหาข้อมูลการเลือกตั้งเก่าๆ ก็พอจะคาดเดาอนาคตของเพื่อไทยได้ โดยไม่ต้องให้กูรูการเมืองคนใดมาฟันธง

2 ทศวรรษที่เปลี่ยนไป

การเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2567 พรรคของทักษิณ (ไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย) กลายเป็นพรรคอันดับสอง หยุดสถิติพรรคอันดับหนึ่ง ที่ไม่เคยเสียแชมป์ในรอบ 22 ปี ทำให้นายใหญ่เสียศูนย์กับความปราชัยหนนี้

  • เลือกตั้ง 2544 พรรคไทยรักไทย ได้ 11.6 ล้านเสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 48 คน
     
  • เลือกตั้ง 2548 พรรคไทยรักไทย ได้ 18.9 ล้านเสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 67 คน
     
  • เลือกตั้ง 2550 พรรคพลังประชาชน ได้ 12.3 เสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 34 คน (กติกาเลือกตั้งแบ่งเขตพวงใหญ่)

    ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง
     
  • เลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทย ได้ 15.7 ล้านเสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 61 คน
     
  • เลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทย ได้ 7.8 ล้านเสียง ไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ (กติกาเลือกตั้งบัตรใบเดียว) 
     
  • เลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทย ได้ 10.8 ล้านเสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 29 คน

นี่เป็นพัฒนาการของพรรคของทักษิณ ที่เคยได้คะแนนมหาชนสูงสุด 18 ล้านเสียง เมื่อปี 2548 และลดเหลือ 10 ล้านเสียงในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว

ล้านนาไม่เหมือนเดิม


สมรภูมิภาคเหนือ เป็นที่มั่นบ้านเกิดของตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน เพื่อไทยชนะยกจังหวัดมาโดยตลอด

หลังเลือกตั้งปี 2566 ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงในภาคเหนือ พรรคประชาชน สามารถปักธงสีส้มได้เกือบเต็มแผ่นดินล้านนา

เพื่อไทยชนะยกจังหวัดเพียง 3 จังหวัดคือ น่าน,แพร่ และอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจังหวัดเล็ก มี สส. 3 คน

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

สนามใหญ่อย่างเชียงใหม่ ประชาชน (ก้าวไกล) ได้ 7 ที่นั่ง จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง เพื่อไทย 2 ที่นั่ง และพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง ส่วนเชียงราย เพื่อไทยได้ 5 ที่นั่ง และประชาชนได้ 3 ที่นั่ง

ส่วนลำปาง ประชาชนกวาด 3 ที่นั่ง เพื่อไทยเหลือ 1 ที่นั่ง และลำพูน ประชาชนกับเพื่อไทย แบ่งกันไปพรรคละ 1 ที่นั่ง

ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อไทยชนะยกจังหวัดแค่สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ส่วนพิษณุโลก ได้ 3 ที่นั่ง และนครสวรรค์ ได้ 1 ที่นั่ง

ที่เหลืออีก 4 จังหวัดคือ ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร และเพชรบูรณ์ เพื่อไทยไม่ได้ สส.แม้แต่ที่นั่งเดียว

สนามชี้ขาด 200 เสียง

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ถ้าพรรคของทักษิณไม่พลาดท่าเสียที่นั่งในอีสานไปมากถึง 58 ที่นั่ง ก็คงเป็นพรรคอันดับหนึ่ง รักษาสถิติพรรคไม่เคยปราชัยต่อไป

ปี 2562 ภาคอีสานตอนบน-ตอนกลาง เพื่อไทยชนะยกจังหวัด 10 จังหวัด แต่ปี 2566 เหลือแค่ 2 จังหวัดคือ เลย และหนองบัวลำภู

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

ส่วนสนาม ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อุบลราชธานี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ถูกพรรคคู่แข่งเจาะได้หมด จังหวัดละ 1-2 เขต

เฉพาะสนามบุรีรัมย์ และอำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยชนะยกจังหวัด โดยภาพรวมภาคอีสาน ค่ายสีน้ำเงินที่เคยได้ 10 กว่าที่นั่ง เมื่อปี 2562 ก็ขยับเป็น 35 ที่นั่ง

ไม่น่าแปลกใจที่นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า เลือกสมรภูมิ อบจ.อุดรธานี เป็นจุดเปลี่ยนแรก ที่จะทวงคืนแชมป์อีสานตัวจริงคือ ต้องได้ 120 ที่นั่งเหมือนปี 2554

โจทย์ยากของนายใหญ่

อีกโจทย์ใหญ่โจทย์ยากของทักษิณ และแกนนำพรรคเพื่อไทย หากต้องการ 200 เสียงในการเลือกตั้งสมัยหน้า ต้องแก้ไขจุดอ่อน 3 สมรภูมิเป็นการเร่งด่วน

สมรภูมิแรก กรุงเทพมหานคร ที่เหลือ สส.เพียง 1 ที่นั่ง ซึ่งสนามนี้เป็นโจทย์ยาก เพราะผลแพ้ชนะว่าด้วยเรื่องกระแสล้วนๆ

สมรภูมิที่สอง ภาคกลาง รวมทั้งลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก แม่กลองและสุดเขตแดนประจิมทิศ

สมัยไทยรักไทย ทักษิณเคยใช้บริการ “บ้านใหญ่” ยึดครองพื้นที่เหล่านี้ ปัจจุบัน เพื่อไทย เหลือแค่กาญจนบุรี ที่ได้ 4 ที่นั่ง ,ปทุมธานี 1 ที่นั่ง,สระบุรี 1 ที่นั่ง และลพบุรี 1 ที่นั่ง

สมรภูมิที่สาม ภาคตะวันออก พรรคประชาชน (ก้าวไกล) กวาดยกภาค ขณะที่เพื่อไทยก็แพ้ย่อยยับ สอดแทรกได้แค่ 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา 1 ที่นั่ง ชลบุรี 1 ที่นั่ง และสระแก้ว 1 ที่นั่ง

ถอดรหัส 200 เสียง 'นายใหญ่' ฝันไกล(อาจ)ไปไม่ถึง

ดังนั้น สมรภูมิเลือกตั้งไล่มาตั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และเมืองหลวง เป็นการบ้านเร่งด่วนของนายใหญ่ต้องเร่งแก้ไข หากทำไม่ได้ แคมเปญ “200 เสียง” ก็แค่ฝันลมๆแล้งๆ