โฟกัส 'ทักษิณ-ประวิตร' บ่งชี้โฉมหน้านายกฯคนใหม่

โฟกัส 'ทักษิณ-ประวิตร' บ่งชี้โฉมหน้านายกฯคนใหม่

เป็นที่ฮือฮา และถูกจับตามอง ว่านี่คือ “ใบเสร็จ” หรือไม่ ทันทีที่ ปรากฏชื่อ “ประวีณ์นุช อินทปัญญา” ภรรยา “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา กรรมการ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อนสนิท “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค “พลังประชารัฐ” ลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย ลำดับ 22 อยู่ในพื้นที่เซฟโซน หรือ การันตีได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน

“ใบเสร็จ” ที่ว่า ก็คือ “ดีล” ระหว่าง “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในการจับมือตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566?

ที่เริ่ม “กระชับ” สายสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเอาไว้ล่วงหน้าให้เห็นแล้ว

อย่าลืม พล.อ.ประวิตร เคยตอบสื่อมวลชนว่า พล.อ.นพดล อินทปัญญา เป็นเพื่อนสนิทคนเดียว ที่เป็นตัวแทน คสช.อยู่ในวุฒิสภา

ทั้งนี้ พล.อ.นพดล เป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ที่ถูกเลือกโดย คสช. พ่วงตำแหน่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา, กรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา

ส่วนสายสัมพันธ์ที่มีมากับ พล.อ.ประวิตร เริ่มปี 2547 เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สมัยรัฐบาลทักษิณ ขณะนั้น พล.อ.นพดล อยู่ในตำแหน่ง หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม

ว่ากันว่า พล.อ.นพดล กับ พล.อ.ประวิตร คร่ำหวอดทางการเมืองมาตั้งแต่ 20 ปีก่อน ผ่านเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมาอย่างโชกโชน รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ และการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ

ที่น่าสนใจ พล.อ.นพดล ยังเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามคำสั่ง 1/2559 ณ วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559 พร้อมควบตำแหน่ง เลขานุการของคณะที่ปรึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง

และได้รับการแต่งตั้ง จาก พล.อ.ประวิตร ในปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ในตำแหน่งกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

ด้าน “ประวีณ์นุช” เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 พล.อ.นพดล ประกาศข่าวดี พ่วงชื่อ พล.อ.ประวิตร ว่า “บิ๊กกี่-พล.อ.นพดล อินทปัญญา” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเพื่อนรักของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จะเข้าพิธีฉลองวิวาห์และจดทะเบียนสมรสกับ “ประวีณ์นุช เลิศจิตติสุทธิ์”

สำหรับ “ประวีณ์นุช” จบการศึกษาระดับมัธยม ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และจบระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนเล่นการเมือง ประกอบธุรกิจส่วนตัว

ปัจจุบัน ถือว่า “ประวีณ์นุช” เริ่มต้นชีวิตการเมือง สังกัดพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 22 จาก 100 คนเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม จากประวัติ “ประวีณ์นุช” ไม่ใช่หน้าใหม่ของแวดวงเพื่อไทย เพราะเธอปรากฏตัวร่วมกับ แกนนำเพื่อไทยสายมูอย่าง นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ (ผอ.) การเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับสามีของเธอ พล.อ.นพดล ที่ไปมาหาสู่บ้านของนางพวงเพ็ชร สม่ำเสมอ

แต่ก็ยังมีคำถามว่า สายสัมพันธ์ดังกล่าว ถึงขั้นได้ “ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 22 การันตีได้เป็นส.ส.แน่นอน ท่ามกลางแกนนำ “เพื่อไทย” จำนวนมากต่างแย่งชิงกันอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ “เส้นสาย” ระดับ “บิ๊กป้อม”?

ยิ่งกว่านั้น เมื่อมาดูสายสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตรกับฝ่าย “ทักษิณ” ก็พบว่า มีทั้งกับ “ทักษิณ” และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์  

เห็นได้จากกรณี ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ตอบคำถามนักข่าว เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองหลังยุบสภาฯ ผ่านรายการ CareTalk x Care ClubHouse เมื่อค่ำวันที่ 21 มีนาคม 2566

เมื่อนักข่าวถาม แพทองธาร ชินวัตร พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ “ทักษิณ” ตอบว่า “เป็นได้ แต่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคมี 3 คน” ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเปิดตัว ในวันที่ 5 เมษายน 2566    

เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมว่าแคนดิเดตของเพื่อไทยทั้ง 3 คน ใครเป็นก็ได้ เพราะแพทองธาร เล่าให้ผมฟังว่า เขามีกติกา ใครเป็น อีก 2 คนต้องช่วย และอีก 2 คน บุคลิกคนละแบบเลย ความชำนาญคนละแบบ...

ตอนท้าย นักข่าวอีกรายถามถึงความสัมพันธ์ ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับคุณหญิงพจมาน อันเป็นที่มาของกระแสข่าวเพื่อไทยจับมือพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 รวมทั้งมีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกฯด้วย

“ทักษิณ” ตอบว่า “ผมไม่ได้คุย แต่น่าจะยาก เพราะผมเห็น พล.อ.ประวิตร ไปปราศรัยเชียงใหม่ เป็นนายกฯขึ้น นายกฯลง ยกขึ้นและยกลงเวที

พล.อ.ประวิตร ต้องพักผ่อน แต่อย่างว่า พรรคพวกอยากเกาะ เพื่อทำมาหากินต่อไป ผมสงสาร พล.อ.ประวิตร และควรต้องพักได้แล้ว สังขารไม่ได้แล้ว ถ้าจะมาทำงานให้ประเทศ”

มาถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับคุณหญิงพจมาน อดีตภริยาของทักษิณ

“คุณหญิงพจมาน กับ ประวิตร รู้จักกันดี แต่ไม่ได้สนิทสนม รู้จัก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ดี แต่ไม่ได้สนิทสนมขนาดนั้น โดยคุณหญิงพจมานไม่ได้ยุ่งการเมือง ยุ่งเรื่องสังคมไปมาหาสู่ เรื่องการเมืองไม่ยุ่ง ไม่บอกชี้นำทางการเมือง..”

 

อย่างไรก็ตาม มีการอ้างแวดวงนักข่าวสายทหาร ช่วงปี 2547-2548 ว่า พล.อ.ประวิตร ขยับเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในยุคที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. เพราะได้แรงหนุนจากคุณหญิงพจมาน

ขณะที่ในรายการแคร์ทอล์ค “ทักษิณ” เคยเล่าว่า พล.อ.ประวิตร เทียวมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล และมาเกาะขอบโต๊ะ ขอเป็น ผบ.ทบ. แต่เรื่องที่ “ทักษิณ” ไม่ได้เล่าในตอนนั้นคือ สายสัมพันธ์ของ “บิ๊กป้อม” กับ “คุณหญิงพจมาน”

ทั้งหมด แม้ “ทักษิณ” เลี่ยงที่จะตอบให้ชัดเจน แต่สายสัมพันธ์ก็ไม่อาจปิดบังได้

ยิ่งกว่านั้น กรณีที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่ออย่างมั่นใจ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม2566 ระบุว่า “ทักษิณ” สนับสนุนให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกรัฐมนตรี จนเป็นที่ฮือฮาว่า “ดีล” ระหว่าง “ทักษิณ” กับ “พล.อ.ประวิตร” ชัดเจนแล้ว

แต่แล้ว “ทักษิณ” ก็ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงว่า

“ตอบ วิรัช "เรื่องยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม"

1. ผมไม่ได้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทย

2. ผมไม่เคยสื่อสารกับคุณวิรัชมานานมากแล้ว อีกทั้งไม่เคยคุยกับ พล.อ.ประวิตร มา 17 ปีแล้ว

3. ผมมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง เชื่อว่าพรรคไม่โง่พอที่จะยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม”

เป็นอีกครั้ง ที่ “ทักษิณ” ไม่ยอมรับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น และมีข้ออ้างเป็นเหตุผลรองรับ

ประเด็นที่น่าวิเคราะห์ก็คือ เหตุใดเรื่อง “ดีล” ระหว่าง “ทักษิณ” กับ “พล.อ.ประวิตร” จึงเป็นเรื่องยากที่จะเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา

ประการแรก “เพื่อไทย” สถาปนาตัวเองอย่างชัดแจ้งต่อประชาชนว่า เป็นฝ่าย “ประชาธิปไตย” เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นการจับมือกับพล.อ.ประวิตร ที่มาจาก “ฝ่าย คสช.” ซึ่งถูกกล่าวหาเป็น เผด็จการ แม้ว่าจะมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง หรือ ไม่อยู่ในฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว เรื่องนี้ในทางการเมือง ก็ไม่ต่างกับการทำตัวไร้จุดยืน หรืออะไรก็ได้ ขอแต่มีอำนาจ

ประการที่สอง “เพื่อไทย” กำลังเล่นการเมืองแบบ “แทงกั๊ก” เพื่อโอกาสที่จะเป็นรัฐบาล และรอไม่ได้อีกต่อไป ทั้งยังมีเป้าหมายที่จะผลักดัน “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย จึงไม่ต้องการที่จะสร้างความชัดเจน จนเป็นผลเสียต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มากกว่าผลดี แม้ว่า จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

ประการที่สาม “เพื่อไทย” เดินเกมเอาไว้หลายชั้น นับแต่ “เกม” ให้ผลเลือกตั้ง “14 พ.ค.” เป็นตัวตัดสิน ว่าจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หรือ ร่วมกับ ฝ่ายใด พรรคใด เช่น ถ้าได้ 310 ที่นั่งตามเป้าที่ประกาศไว้ โอกาสตั้งรัฐบาลกับ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ด้วยกัน มีความเป็นไปได้สูง

แต่ปัญหามีอยู่ว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน จะได้คนละกี่เสียง เพราะถูก “เพื่อไทย” แย่งที่นั่งจาก “ฐานเสียงเดียวกัน” ไปหมดแล้ว ยกเว้น ฝ่ายประชาธิปไตย จะแย่งที่นั่งจากฝ่ายอำนาจปัจจุบันได้

เกมต่อมา ถ้าพรรคเพื่อไทย ได้ที่นั่งมาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่แลนด์สไลด์ หรือ ถล่มทลาย และไม่ได้ 310 ที่นั่ง รวมทั้งเมื่อรวมกับที่นั่งของพรรคในฝ่ายประชาธิปไตยแล้ว ก็ยังได้เสียงไม่ถึง 376 เสียง หรือ ไม่สามารถโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ต้องมีเสียงสนับสนุนเกินครึ่งของรัฐสภา หรือ สองสภา (กว่าครึ่งหนึ่งของ 750 เสียง)

เกมนี้ “ดีล” กับ พรรคพลังประชารัฐ ของพล.อ.ประวิตร จึงเป็นอีกทางเลือก ซึ่ง “บิ๊กป้อม” ไม่เพียง มีส.ว.ในมือ จำนวนหนึ่ง หากแต่ยังเชื่อว่า ส.ส.ที่จะได้รับเลือกตั้ง ก็มากพอที่จะช่วยเติมเต็มให้ได้ รวมถึง “คอนเน็กชั่น” พล.อ.ประวิตร ที่จะดึงพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล   

ปัญหา ติดอยู่ที่ว่า ถ้า “เพื่อไทย” ซึ่งชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 จับมือร่วมรัฐบาลกับ “พลังประชารัฐ” ของพล.อ.ประวิตร ที่มีส.ว.(250 เสียง)จำนวนหนึ่ง รวมถึงมี “คอนเน็กชั่น” สามารถดึงพรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันเข้าร่วมได้ จนจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จใครจะเป็น  “นายกรัฐมนตรี”  

“อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ?

อย่าลืม ถ้าพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ถ้ามีคอนเน็กชั่นที่ดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่ง พล.อ.ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐ เพราะสามารถต่อสายตรง “ดีล” กับพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่า ฝ่ายไหนได้อยู่แล้ว และถ้าได้เสียงเกินกว่า 376 เสียง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากของ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร โดยชอบธรรม  

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ถ้าใช้บริการ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร ทั้งส.ส.พลังประชารัฐ, ส.ว.จำนวนหนึ่ง และส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นที่ “บิ๊กป้อม” มี “คอนเน็กชั่น” จนได้กว่า 376 เสียง อย่างนี้แล้ว “บิ๊กป้อม” ควรได้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” หรือไม่

พล.อ.ประวิตรจะยอม ได้หรือไม่?

คงเห็นแล้วว่า “ทักษิณ” พูดถูกอย่างหนึ่ง “เพื่อไทย” ไม่โง่ ที่จะยกตำแหน่ง “นายกฯ” ให้ “บิ๊กป้อม”

แต่ก็ไม่แน่ ถ้าจำเป็น!?