วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาพฤศจิกา ชี้ชะตาเศรษฐกิจ-ลงทุน

เดือน พ.ย. จับตาความเสี่ยงตลาดโลกหลายด้าน ตั้งแต่เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย. การประชุมเอเปกที่อาจเปิดทางหารือผู้นำมหาอำนาจ ไปจนถึงการทบทวนเครดิตเรตติ้งฝรั่งเศส ขณะที่ราคาน้ำมันสูง บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เหนือ 5% และสัญญาณเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. เป็นปัจจัยกดดันที่นักลงทุนต้องติดตามใกล้ชิด

KEY POINTS

  • จับตาเหตุการณ์สำคัญวันที่ 3 พ.ย. คือการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายสงคราม และการลงมติร่างงบประมาณของฝรั่งเศส ที่จะกระทบความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตรยุโรป
  • การประชุมเอเปกวันที่ 18-19 พ.ย. อาจมีการพบกันของผู้นำสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ซึ่งมีผลต่อเสถียรภาพราคาพลังงานและทิศทางสงครามในตะวันออกกลางและยูเครน
  • ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะยุโรปจะถูกจับตาอีกครั้งในการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสโดย S&P ในวันที่ 27 พ.ย.
  • ปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่องที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเดือนคือราคาน้ำมันที่ระดับสูง, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ยืนเหนือ 5% และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่คาดว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

ในบทความก่อนหน้า InnovestX ได้วางกรอบ “ห่วงโซ่ความเสี่ยง” ที่มีสงครามในตะวันออกกลางเป็นต้นสาย ส่งผ่านราคาน้ำมันไปสู่เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และตลาดพันธบัตร พร้อมกำหนดสัญญาณเตือนคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปียืนเหนือ 5% ร่วมกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล่าสุดผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ที่ราว 5% ขณะที่เบรนท์ขึ้นไปที่ 116 ดอลลาร์ สัญญาณเตือนจึงยังไม่ดับ แต่ในความเสี่ยงที่รุมเร้า โอกาสลงทุนก็เริ่มเปิดขึ้นเช่นกัน

ความเสี่ยงแรกคือราคาน้ำมันที่กลับขึ้นสู่ระดับสูง แม้สหรัฐฯ และรัสเซียจะหารือเรื่องการระบายน้ำมันดีเซลเพิ่ม แต่ส่วนชดเชยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ลดลง 

ความเสี่ยงที่สองคือธนาคารกลางที่ต้องส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปลายเดือนนี้คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ก่อน แต่จะเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดย InnovestX คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นสู่ 4.00-4.25% ภายในสิ้นปี และอีกหนึ่งครั้งต้นปีหน้า 

ความเสี่ยงที่สามคือหนี้สาธารณะยุโรป ซึ่งเพิ่งได้ “พักยก” หลัง Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส แต่ยังคงแนวโน้มเชิงลบ ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสกับเยอรมนีเคยกว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ฝรั่งเศสยังขาดดุลการคลังสูง รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย และเผชิญการประท้วงค่าครองชีพครั้งใหญ่ 

ทั้งหมดนี้ทำให้หลายสัปดาห์ข้างหน้าเต็มไปด้วยวันสำคัญที่ต้องจับตา เริ่มจากวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน ในสหรัฐฯ การเลือกตั้งกลางเทอมมีแนวโน้มสูงที่พรรคเดโมแครตจะพลิกครองสภาผู้แทนราษฎร ระยะสั้นตลาดอาจมองในแง่บวกว่าสภาชุดใหม่อาจไม่อนุมัติงบประมาณสงคราม ทำให้การสู้รบมีโอกาสยุติเร็วขึ้น ขณะที่ในฝรั่งเศส สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติร่างงบประมาณปี 2027 ส่วนรายรับ ซึ่งเรามองว่าน่าจะผ่านไปได้ไม่ยาก และช่วยลดความตึงเครียดในตลาดพันธบัตรยุโรปได้ระดับหนึ่ง ก่อนการลงมติร่างทั้งฉบับวันที่ 17 พ.ย.

เหตุการณ์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการประชุมเอเปกที่เซินเจิ้นวันที่ 18-19 พ.ย. ซึ่งอาจมีการพบกันของสามผู้นำ ทั้งทรัมป์ สีจิ้นผิง และปูติน เพราะจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่าน ส่วนรัสเซียเพิ่งเริ่มส่งออกดีเซลสู่สหรัฐฯ ทั้งสามฝ่ายจึงมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานและหาทางออกให้ทั้งสงครามในตะวันออกกลางและยูเครน เมื่อทรัมป์เคยระบุว่าจะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้ง และมีการประชุมระดับผู้นำรออยู่ถัดมา เราจึงมองว่าโอกาสที่สงครามจะยกระดับรุนแรงในช่วงนี้ไม่สูงนัก และความเสี่ยงราคาน้ำมันขาขึ้นแรงน่าจะถูกจำกัดไปจนถึงหลังการประชุมเอเปก

หลังจากนั้นยังมีการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสโดย S&P วันที่ 27 พ.ย. การหมดอายุของมาตรการงบประมาณชั่วคราวของสหรัฐฯ วันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งเสี่ยงต่อการปิดหน่วยงานรัฐบาล และการประชุม Fed ในเดือน ธ.ค. ที่เราคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย

แม้ความเสี่ยงยังสูง แต่ความไม่แน่นอนส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในกรอบเวลาที่ชัดเจน และตลาดมักผันผวนสูงสุดก่อนเหตุการณ์ ก่อนสงบลงเมื่อความไม่แน่นอนคลี่คลาย แรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รอบนี้ก็เป็นการหมุนออกจากหุ้นกลุ่ม AI ไปพักในพันธบัตรและหุ้นตั้งรับ มากกว่าการหนีตลาด ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะทยอยสะสมอย่างมีวินัย โดยแบ่งเงินลงทุนผ่านสามกลยุทธ์

กลยุทธ์แรกคือการล็อกผลตอบแทนราว 5% ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นกู้ระดับน่าลงทุนอายุ 3-5 ปี เพราะเรามองว่าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีจะลดลงสู่ราว 4.6% ในปลายปีหน้า นักลงทุนจึงได้ทั้งดอกเบี้ยรับและโอกาสกำไรจากราคาพันธบัตร อีกทั้งพันธบัตรเริ่มกลับมาเป็นกันชนพอร์ตเมื่อหุ้นปรับลด ผู้ที่มองว่าสงครามจะไม่ยกระดับรุนแรงอาจเริ่มพิจารณาพันธบัตรอายุ 10 ปีได้ 

กลยุทธ์ที่สองคือการสะสมกลุ่มผู้ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI แม้ตลาดกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ใช้เงินลงทุนสูงกว่ากระแสเงินสด หลัง Meta มีกระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี แต่เงินลงทุนก้อนนี้คือรายได้โดยตรงของผู้ผลิตชิป ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายพลังงาน แนะนำลงทุนผ่าน SMH ETF และกองทุน TSEMICON แทนหุ้นรายตัวที่ผันผวนสูง

กลยุทธ์ที่สามคือการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน หากสงครามยกระดับหลังการประชุมเอเปก หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นตัวป้องกันที่ทำงานได้จริง แต่เหมาะกับผู้รับความผันผวนได้สูง และควรจำกัดสัดส่วนไม่เกิน 5% ของพอร์ต ส่วนทองคำควรทยอยสะสมเป็นงวดในระยะยาว เพราะดอกเบี้ยขาขึ้นยังกดดันราคาทองในระยะสั้น แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้าง

สำหรับไทย ซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงและเผชิญเงินบาทที่อ่อนค่า ตลาดหุ้นจะผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก กลยุทธ์จึงแนะนำเลือกซื้อเฉพาะตัวเมื่อราคาอ่อนตัว ในสี่ธีม ได้แก่ หุ้นที่กำไรไตรมาส 3 เติบโตเด่นอย่าง DELTA, SCGP และ PTTEP หุ้นท่องเที่ยวและค้าปลีกรับฤดูท่องเที่ยวและน้ำท่วมที่คลี่คลาย อย่าง ERW, CENTEL และ CRC หุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนอย่าง TU และ ITC และหุ้นรับวัฏจักรการลงทุนในประเทศ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA และ AMATA และพลังงานหมุนเวียนอย่าง GPSC และ GUNKUL โดยมีหุ้นเด่นคือ CRC จากยอดขายสาขาเดิมที่เร่งตัวขึ้น และ PTTEP ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันพร้อมปันผลสูง

โดยสรุป สัญญาณเตือนยังไม่ดับ แต่ความเสี่ยงในรอบนี้มีปฏิทินที่ชัดเจน สัญญาณว่าความเสี่ยงคลี่คลายคือการประชุมเอเปกที่นำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงจนเบรนท์กลับลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ และงบประมาณฝรั่งเศสผ่านสภาโดยไม่ถูกลดอันดับ 

ขอให้นักลงทุนโชคดี

- รวมทุกช่องทาง INVX official ให้คุณได้ติดตามข้อมูลข่าวสารการลงทุนรอบโลก คลิก : https://linktr.ee/ INVX

- เปิดบัญชีลงทุน INVX วันนี้! เปิดครั้งเดียวลงทุนได้ครบทั้งจักรวาลการลงทุน

โหลดเลย คลิก https:// INVX.onelink.me/23if/ek1n76zm

- ติดตามบทวิเคราะห์การลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติมจาก INVX คลิก : https://bit.ly/respublisher

# INVX # INVXResearch # INVXApp #จักรวาลการลงทุนในมือคุณ

*ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้