วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝรั่งเศสระอุ ม็อบเขย่ารัฐบาล บทเรียนประชาธิปไตยถึงไทย

เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันศุกร์อีกแล้วแถมศุกร์นี้เป็นวันหยุดคนไทยได้หยุดยาวสามวัน แต่สุดสัปดาห์นี้คนที่ไม่สนุกด้วยคงเป็นฝรั่งเศสที่แว่วว่าจะประท้วงกันอีก  สหภาพนักศึกษาหลักของฝรั่งเศส (UNEF) เรียกร้องให้มีการชุมนุมเพิ่มเติมในวันเสาร์ (24 ต.ค.69)

ขณะที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest) ซึ่งผงาดขึ้นมาเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีอิทธิพลอย่างมากในปี 2018 ได้ยื่นแผนจัดขบวนเดินขบวนผ่านใจกลางกรุงปารีสในวันเดียวกัน
    ไม่เพียงแต่ที่ฝรั่งเศส สัปดาห์ก่อนหลายประเทศยุโรปก็มีการประท้วงเช่นกันและส่อแววประท้วงอีก กล่าวได้ว่าสถานการณ์ประท้วงในยุโรปยังไม่นิ่ง คนที่จะเดินทางไปจึงต้องระมัดระวังตัวให้มาก ถึงขนาดที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องส่งเสียงเตือนมาเมื่อกลางดึกวันพุธ (21 ต.ค.) ระหว่างเดินทางไปยังประเทศอิตาลี “ผู้ที่กำลังเดินทางจากประเทศไทยไปยังยุโรปจะต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเปลี่ยนแปลงเร็วมาก และฝรั่งเศสยังคงน่ากังวลเพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง”

    ไม่เพียงเท่านั้นรองนายกฯ สีหศักดิ์ ยังห่วงถึงสถานการณ์ในอิตาลีและสเปน สรุปได้ว่า “หากไม่จำเป็น ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเหล่านั้น ผมคิดว่าควรเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน” รองนายกฯ เตือนมาจากในพื้นที่สมควรอย่างยิ่งที่ต้องรับฟัง เรื่องของการประท้วงในยุโรปนั้น มีจุดร่วมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือหนี้สาธารณะสูง ขาดแคลนงบประมาณในการตอบสนองความต้องการของประชาชนกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลังได้อธิบายกันไปมากแล้ว แต่เราคนไทยจะเรียนรู้อะไรได้บ้างในมิติของการเมืองและสังคม

    เหตุจลาจลรุนแรงสุดในวันเสาร์ (17 ต.ค.) ล่วงเข้าคืนวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แถลงกับประชาชนผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ให้คำมั่นฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา วันจันทร์ (19 ต.ค.) นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอกอร์นู ประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปบทเรียนพบว่าเป็นความผิดพลาดของฝ่ายรัฐในการรวบรวมข่าวกรองและป้องกันเหตุ นายโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ประธานาธิบดีไม่อนุมัติขอให้อยู่ต่อเพื่อทำงานยุติการกีดขวางถนนและปล้นสะดม
    วันพุธ (21 ต.ค.) นายกรัฐมนตรีเดินสายพบตัวแทนห้าสภาพแรงงานหารือกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเสรีภาพในการประท้วงยังได้รับการรับรอง พร้อม ๆ กับป้องกันไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสใช้ความรุนแรง ฝ่ายรัฐเตรียมวางกำลังเจ้าหน้าที่มากขึ้น  วันเสาร์นี้โลกจึงยังจับจ้องไปที่ฝรั่งเศสและยุโรปหลายประเทศ ประท้วงกันเสร็จแล้วก็ใช้ชีวิตกันต่อไป ฝรั่งเศสกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีกหกเดือนข้างหน้า ต่อให้ลงถนนจนบานปลายคุมไม่อยู่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลด้วยวิธีการนอกระบบ หากจะสรุปบทเรียนอย่างเร็ว ๆ  ตอบได้ว่าการเลือกตั้งเป็นตัวตัดสินในระบอบประชาธิปไตย ประท้วงแรงแค่ไหนก็ต้องจบที่การเลือกตั้ง