AI เร่ง Healthcare พลิกจาก Defensive สู่ “Defensive Growth” หนุน Biotech–MedTech เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสรายได้ใหม่ รับเทรนด์สังคมสูงวัยและความต้องการรักษาที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว
KEY POINTS
- AI กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม Healthcare จากกลุ่ม Defensive แบบดั้งเดิมไปสู่กลุ่ม Defensive Growth โดยการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ผ่านนวัตกรรม HealthTech
- ในกลุ่ม Biotech, AI เข้ามาเร่งกระบวนการค้นพบและพัฒนายาใหม่ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถลดระยะเวลาได้ 30-50% และลดต้นทุนในบางขั้นตอนได้ถึง 50%
- สำหรับ MedTech, AI ช่วยเพิ่มความสามารถให้อุปกรณ์การแพทย์ฉลาดขึ้น ตั้งแต่การช่วยวินิจฉัยโรค เพิ่มความแม่นยำในการรักษา ไปจนถึงการติดตามผู้ป่วย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสรายได้ใหม่
- การผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับปัจจัยสนับสนุนระยะยาว เช่น สังคมสูงวัยและความต้องการการรักษาที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Healthcare กลายเป็นกลุ่มที่มีเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ในระยะยาว
ตลอดช่วงที่ผ่านมา Technology AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลกจากการลงทุนใน Semiconductor, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ระยะต่อไป AI กำลังเปลี่ยนจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย Healthcare เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของHealthTech
AI เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การค้นคว้ายา วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย อ่านภาพทางการแพทย์ ช่วยวินิจฉัยโรค ไปจนถึงเพิ่มประสิทธิภาพโรงพยาบาลโดยผลสำรวจของ McKinsey ในปี 2026 พบว่า50% ขององค์กร Healthcare ในสหรัฐฯ เริ่มใช้ Generative AI แล้วและกว่า80% มี Use Case ที่นำไปใช้งานจริง
ในบรรดาธุรกิจ Healthcare ทั้งหมดBiotech และ MedTechเป็น 2 กลุ่มที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจน ตั้งแต่การค้นพบยาใหม่ ไปจนถึงการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วย
Biotech: เร่งการค้นพบยาใหม่
Biotech กำลังได้รับแรงหนุนจากนวัตกรรมการรักษารูปแบบใหม่ เช่น Cell & Gene Therapy, RNA Therapy และ Antibody-Drug Conjugates (ADC) โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา FDA อนุมัติ Cell & Gene Therapy ไปแล้วเกือบ 50 ผลิตภัณฑ์ สะท้อนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงมากขึ้น ขณะที่ตลาด Biotechnology ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 14% ต่อปีจนถึงปี 2030 ขณะเดียวกัน AI กำลังเข้ามาช่วยแก้ข้อจำกัดสำคัญของการพัฒนายาที่ต้องใช้เวลานานและเงินลงทุนสูง ตั้งแต่ วิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ ค้นหาเป้าหมายของโรค ออกแบบโมเลกุล ไปจนถึงคัดเลือกตัวยาที่มีศักยภาพ
ข้อมูลที่นำเสนอใน ASCO 2026 พบว่า มีตัวยา 117 ตัว จาก 63 บริษัท ที่ใช้ AI ช่วยค้นพบหรือออกแบบ และเข้าสู่การทดลองในมนุษย์แล้ว ขณะที่ AI มีศักยภาพช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาและคัดเลือกตัวยาได้ประมาณ 30-50% และอาจลดต้นทุนในบางขั้นตอนได้สูงสุดประมาณ 50%
MedTech: จากอุปกรณ์การแพทย์ สู่เครื่องมือที่ฉลาดขึ้น
MedTech กำลังเปลี่ยนจากอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ไปสู่การผสมผสานระหว่าง อุปกรณ์ + Software + AI + Data เช่น ระบบ AI ช่วยวินิจฉัยโรค หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบต่อเนื่อง ทำให้อุปกรณ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยแพทย์ตัดสินใจได้มากขึ้น ตลาด MedTech ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 666 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเติบโตเฉลี่ยราว 5.5% ต่อปี จนถึงปี 2030 โดยมีแรงสนับสนุนระยะยาวจากสังคมสูงวัย ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนวัตกรรมอุปกรณ์ใหม่ที่ได้รับ FDA Approval ซึ่งช่วยเปิดตลาดและสร้างโอกาสรายได้ใหม่ให้กับบริษัท
AI จึงไม่ได้เข้ามาแทนที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่กำลังเพิ่มความสามารถให้กับอุปกรณ์เดิม ตั้งแต่การตรวจพบโรค การติดตามผู้ป่วย ไปจนถึงเพิ่มความแม่นยำในการรักษา และอาจกลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของ MedTech ในระยะต่อไป
Healthcare: กำลังเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่
Healthcare กำลังผสานเข้ากับ Technology AI มากขึ้น ตั้งแต่ Biotech ที่ช่วยให้การค้นพบและพัฒนายาเร็วขึ้น ไปจนถึง MedTech ที่ทำให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อรวมกับแรงสนับสนุนระยะยาวจาก สังคมสูงวัย ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และความต้องการการรักษาที่เพิ่มขึ้น Healthcare จึงมีโอกาสก้าวจากกลุ่ม Defensive แบบดั้งเดิม สู่ Defensive Growth ที่มี Technology AI และนวัตกรรมเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ในระยะยาว





