ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะใหญ่กว่าที่คิด! เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ซึ่งไม่ใช่แค่บริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานตลาดเงินของประเทศไทย ได้ออกมาแถลงข่าวพร้อมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เล่าถึงความคืบหน้ากรณีตรวจพบภัยไซเบอร์จากการถูกเจาะระบบจนข้อมูลของผู้ถือหุ้นหลุดออกไปจำนวนมาก
โดย “พิชยา ชมชัยยา” กรรมการผู้จัดการ TSD ยอมรับว่าข้อมูลที่รั่วไหลมีมากกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น ครอบคลุมถึงชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคารของผู้ลงทุน รวมประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้นทั้งระบบกว่า 5 ล้านราย
แม้ TSD ยืนยันว่าข้อมูลพอร์ตการถือครองหลักทรัพย์และรายการธุรกรรมยังปลอดภัย แต่เรามองว่าความเสียหายอาจยังไม่จบในวันนี้ เพราะข้อมูลที่หลุดออกไปไม่ได้มีแค่ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด แต่หลุดไปยังเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ หรือแม้แต่บัญชีซื้อขายหุ้นและบัญชีธนาคาร ทั้งหมดนี้อาจเพียงพอที่จะทำให้ “โจร” สวมรอยเป็นเจ้าของบัญชีขอรีเซ็ตรหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนทางโทรศัพท์ จึงน่าเป็นห่วงว่าเราจะหยุดยั้งความเสียหายเหล่านี้ได้จริงหรือไม่
อีกประเด็นที่น่าตกใจ คือ ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ TSD เป็นอย่างไร ซึ่งอย่างที่บอกไปว่า TSD ไม่ใช่แค่บริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็นถึงโครงสร้างพื้นฐานตลาดเงินของประเทศไทย ความสามารถในการตรวจจับภัยทางไซเบอร์มีความเข้มแข็งเพียงใด กรณีที่ TSD ระบุว่า ได้นำ AI มาสแกนโค้ดทั้งระบบเพื่อหาความเสี่ยงเพิ่มเติมฟังดูเป็นเรื่องที่ดี แต่กำลังบอกกลายๆ ว่า การตรวจลักษณะนี้เพิ่งเกิดขึ้นหรือไม่?
ที่น่าสนใจคือคำเตือนของ พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บก.ตอท. เตือนถึงกลโกงที่เรียกว่า “การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤติ” กล่าวคือคนร้ายอาจนำข้อมูลจริงของเหยื่อมาแนบใน SMS หรืออีเมล แล้วอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์หรือธนาคาร อาศัยหลักจิตวิทยา Authority Bias ลดความระแวง คำเตือนนี้ไม่ใช่เรื่องทฤษฎี เพราะเมื่อเดือน เม.ย. 2569 หญิงวัย 51 ปี ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ถูกหลอกผ่านเพจ TSD ปลอมจนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ป่วยซึมเศร้า และจบชีวิตตัวเองในที่สุด ขณะที่ 4 เดือนแรกของปีนี้ ความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในไทยพุ่งแตะ 7.48 พันล้านบาท ถือเป็นตัวเลขความเสียหายที่สูงมาก
เราเชื่อว่าความเสียหายที่แท้จริงอาจยังไม่ปรากฏในเวลานี้ แต่จะทยอยมีให้เห็นในระยะข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรจำให้ขึ้นใจว่า ข้อความทาง SMS และอีเมลของจริงจาก TSD จะไม่มีลิงก์ให้กดเด็ดขาด และหากมีสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บอกข้อมูลเราได้ถูกต้องขอให้ตัดสายนั้นทิ้งแล้วโทรกลับเบอร์ที่เป็นทางการเสมอ ซึ่งถ้าตรวจพบความผิดปกติเมื่อไรขอให้แจ้ง 1441 ทันที ...ตลาดทุนไทยเสียความเชื่อมั่นมามากพอแล้ว อย่าปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะนี้มาบ่อนทำลายเพิ่มเติม เพราะการกู้ศรัทธาคืนจากผู้ลงทุนยากไม่แพ้กัน!


