วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ข้อมูลรั่ว ‘2 แสนราย’ ความเสียหายยังไม่จบ

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะใหญ่กว่าที่คิด! เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ซึ่งไม่ใช่แค่บริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานตลาดเงินของประเทศไทย ได้ออกมาแถลงข่าวพร้อมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เล่าถึงความคืบหน้ากรณีตรวจพบภัยไซเบอร์จากการถูกเจาะระบบจนข้อมูลของผู้ถือหุ้นหลุดออกไปจำนวนมาก

    โดย “พิชยา ชมชัยยา” กรรมการผู้จัดการ TSD ยอมรับว่าข้อมูลที่รั่วไหลมีมากกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น ครอบคลุมถึงชื่อธนาคารและเลขที่บัญชีธนาคารของผู้ลงทุน รวมประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้นทั้งระบบกว่า 5 ล้านราย 
    แม้ TSD ยืนยันว่าข้อมูลพอร์ตการถือครองหลักทรัพย์และรายการธุรกรรมยังปลอดภัย แต่เรามองว่าความเสียหายอาจยังไม่จบในวันนี้ เพราะข้อมูลที่หลุดออกไปไม่ได้มีแค่ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด แต่หลุดไปยังเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ หรือแม้แต่บัญชีซื้อขายหุ้นและบัญชีธนาคาร ทั้งหมดนี้อาจเพียงพอที่จะทำให้​ “โจร” สวมรอยเป็นเจ้าของบัญชีขอรีเซ็ตรหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนทางโทรศัพท์ จึงน่าเป็นห่วงว่าเราจะหยุดยั้งความเสียหายเหล่านี้ได้จริงหรือไม่

    อีกประเด็นที่น่าตกใจ คือ ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ TSD เป็นอย่างไร ซึ่งอย่างที่บอกไปว่า TSD ไม่ใช่แค่บริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็นถึงโครงสร้างพื้นฐานตลาดเงินของประเทศไทย ความสามารถในการตรวจจับภัยทางไซเบอร์มีความเข้มแข็งเพียงใด กรณีที่ TSD ระบุว่า ได้นำ AI มาสแกนโค้ดทั้งระบบเพื่อหาความเสี่ยงเพิ่มเติมฟังดูเป็นเรื่องที่ดี แต่กำลังบอกกลายๆ ว่า การตรวจลักษณะนี้เพิ่งเกิดขึ้นหรือไม่? 
    ที่น่าสนใจคือคำเตือนของ พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ บก.ตอท. เตือนถึงกลโกงที่เรียกว่า “การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤติ”ล่าวคือคนร้ายอาจนำข้อมูลจริงของเหยื่อมาแนบใน SMS หรืออีเมล แล้วอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์หรือธนาคาร อาศัยหลักจิตวิทยา Authority Bias ลดความระแวง คำเตือนนี้ไม่ใช่เรื่องทฤษฎี เพราะเมื่อเดือน เม.ย. 2569 หญิงวัย 51 ปี ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ถูกหลอกผ่านเพจ TSD ปลอมจนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ป่วยซึมเศร้า และจบชีวิตตัวเองในที่สุด ขณะที่ 4 เดือนแรกของปีนี้ ความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในไทยพุ่งแตะ 7.48 พันล้านบาท ถือเป็นตัวเลขความเสียหายที่สูงมาก

    เราเชื่อว่าความเสียหายที่แท้จริงอาจยังไม่ปรากฏในเวลานี้ แต่จะทยอยมีให้เห็นในระยะข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรจำให้ขึ้นใจว่า ข้อความทาง SMS และอีเมลของจริงจาก TSD จะไม่มีลิงก์ให้กดเด็ดขาด และหากมีสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บอกข้อมูลเราได้ถูกต้องขอให้ตัดสายนั้นทิ้งแล้วโทรกลับเบอร์ที่เป็นทางการเสมอ ซึ่งถ้าตรวจพบความผิดปกติเมื่อไรขอให้แจ้ง 1441 ทันที ...ตลาดทุนไทยเสียความเชื่อมั่นมามากพอแล้ว อย่าปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะนี้มาบ่อนทำลายเพิ่มเติม เพราะการกู้ศรัทธาคืนจากผู้ลงทุนยากไม่แพ้กัน!