การผ่อนบ้านหมดก่อนเกษียณเป็นเป้าหมายที่ดี เพราะช่วยลดภาระหนี้และทำให้กระแสเงินสดหลังหยุดทำงานคล่องตัวขึ้น แต่การไม่มีค่างวด ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเรื่องที่อยู่อาศัยจะหายไปทั้งหมด สิ่งที่หมดลงคือ “ต้นทุนทางการเงิน” จากเงินต้นและดอกเบี้ย ขณะที่ “ต้นทุนการถือครองและอยู่อาศัย” ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2567 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้านเฉลี่ย 4,736 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 21% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แม้ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของครัวเรือนทั่วประเทศ แต่ก็สะท้อนว่าที่อยู่อาศัยยังเป็นหนึ่งในรายจ่ายหลัก แม้ไม่มีภาระผ่อนชำระแล้วก็ตาม
ค่าใช้จ่ายหลังผ่อนบ้านหมดสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนสำคัญ ส่วนแรก คือ ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลสวน และค่าบริการภายในบ้าน รายจ่ายเหล่านี้อาจไม่ได้ลดลงมากหลังเกษียณ เพราะเจ้าของบ้านมีแนวโน้มใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟและค่าใช้บริการต่างๆ
ส่วนที่สอง คือ ค่าซ่อมบำรุงและค่าเปลี่ยนทดแทน บ้านเป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพตามเวลา หลังคา ระบบไฟ ระบบน้ำ เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในบ้าน ล้วนมีอายุการใช้งาน ปัญหาคือค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่มักมาเป็นเงินก้อนในช่วงที่รายได้หลังเกษียณลดลงแล้ว
ส่วนที่สาม คือค่าใช้จ่ายในการปรับบ้านให้ปลอดภัยตามวัย บ้านที่เหมาะในช่วงวัยทำงานอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่ออายุ 70–80 ปี โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายจากพื้นเปียก พื้นลื่น พื้นต่างระดับ พื้นที่แคบ หรือการลุก–นั่งจากโถสุขภัณฑ์ที่ทำได้ยากขึ้น จึงควรเตรียมงบสำหรับทำพื้นกันลื่น ติดราวจับ เพิ่มแสงสว่าง ปรับประตูให้เปิดจากด้านนอกได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงจัดทางเดินและพื้นที่ใช้งานให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้แตกต่างจากค่าซ่อมบำรุงทั่วไป เพราะไม่ได้เกิดจากบ้านชำรุดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความจำเป็นในการทำให้บ้านปลอดภัยและเหมาะกับการใช้ชีวิตในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังควรเผื่องบสำหรับประกันภัยบ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน การใช้ประโยชน์ และเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรณี
ดังนั้น การวางแผนที่อยู่อาศัยหลังเกษียณไม่ควรหยุดเพียงแค่ “ผ่อนบ้านให้หมด” แต่ควรเตรียมเงินไว้ 3 ส่วน ได้แก่ งบค่าใช้จ่ายประจำ เงินสำรองสำหรับซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์ และเงินก้อนสำหรับปรับบ้านให้เหมาะกับวัย
หากบ้านมีจุดที่ควรปรับปรุง ควรวางแผนดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นของวัยเกษียณ ขณะที่ยังมีแรงในการจัดการ และติดตามงานได้ด้วยตัวเอง พร้อมแยกเงินก้อนสำหรับส่วนนี้ออกจากเงินสภาพคล่องที่เตรียมไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายจำเป็น รวมถึงเงินลงทุนที่ใช้สร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดโอกาสต้องถอนเงินลงทุนในจังหวะที่ไม่เหมาะสมหรือน้ำเงินสำรองฉุกเฉินมาใช้


