วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน ถึงเวลาปฏิรูปเศรษฐกิจไทย

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาอย่างเป็นทางการแล้ว ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แจ้งแก่สภาคองเกรส นั่นเท่ากับว่าเศรษฐกิจไทยที่ทำท่าว่าจะโล่งอกไปได้บ้างตอนที่เขาสงบกัน ก็ต้องลุ้นกันอีกรอบหนึ่ง

    ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่ซับซ้อนกว่าช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพราะความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกไม่แพ้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอีกต่อไป
    สงคราม ความขัดแย้งด้านการค้า การแข่งขันทางเทคโนโลยี การแบ่งขั้วของมหาอำนาจ ตลอดจนความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศขนาดกลางที่พึ่งพาการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างประเทศไทย เวที Nikkei Asia Forum 2026 จึงสะท้อนภาพร่วมกันอย่างชัดเจนว่า ความท้าทายของไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงการทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้แม้โลกจะเต็มไปด้วยความผันผวน

    เป้าหมายที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศกลางเวทีว่าจะผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากกว่า 3% และยกระดับไทยให้เป็นหนึ่งใน 20 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดของโลก ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แนวคิด “5 Ts” ถือว่ามีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงเป้าหมาย การเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การลงทุนในทุนมนุษย์ เทคโนโลยี และการปฏิรูปกฎระเบียบ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    ไม่เพียงเท่านั้นโลกในศตวรรษที่ 21 จะยังคงเผชิญความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ประเทศที่อยู่รอดและเติบโตได้จะไม่ใช่ประเทศที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ทั้งหมด แต่คือประเทศที่สามารถปรับตัวได้เร็ว มีสถาบันที่เข้มแข็ง มีนโยบายที่ต่อเนื่อง และมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนไทยเราเคยมีแนวคิดปฏิรูปใช่หรือไม่ แต่สุดท้ายต้องสะดุดด้วยมรสุมการเมืองยืดเยื้อ ผลเสียยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้

    ในท้ายที่สุด ทางออกของเศรษฐกิจไทยจึงไม่ใช่การรอให้โลกกลับมาสงบ หากแต่คือการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากภายใน เปิดกว้างต่อโอกาสจากภายนอก และมีภูมิคุ้มกันเพียงพอที่จะเปลี่ยนทุกความผันผวนของโลกให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องรักษาความต่อเนื่องของนโยบายและเดินหน้าการปฏิรูปอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน