หน้าประวัติศาสตร์การเงินโลกในเดือนมิถุนายน 2026 ต้องบันทึกเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโลกบล็อกเชน เมื่อมีการเปิดขายหุ้น IPO ของ SpaceX ภายใต้รหัสหุ้น SPCX ที่ราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนราคาจะปรับตัวขึ้นกว่า 26% ไปแตะที่ 172.31 ดอลลาร์สหรัฐในวันแรก ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะลุ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์หรือ Trillionaire คนแรกของโลก (Yahoo Finance, 2026) ความร้อนแรงระดับนี้ทำให้เกิดกระแสแย่งชิงสิทธิ์จองซื้อหุ้นล่วงหน้า (Pre-IPO) ลามมาถึงฝั่งคริปโทฯ อย่างดุเดือด แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยความผิดหวังของนักลงทุนรายย่อยเมื่อระบบหลังบ้านของโลกการเงินดั้งเดิมไม่มีหุ้นเพียงพอต่อการจัดสรร
ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อแพลตฟอร์ม tokenized สินทรัพย์อย่าง xStocks ได้ออกโทเคน SPCXx ซึ่งเป็นโทเคนที่อ้างอิงราคาหุ้น Pre-IPO ของ SpaceX โดยใช้ Solana blockchain เป็น settlement layer จับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Binance Wallet, Bybit และ Bitget Wallet ในการกระจายโทเคน แคมเปญนี้ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกถล่มทลายรวมกันมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (Yahoo Finance, 2026) ทว่าเมื่อถึงเวลาส่งมอบหุ้นจริง แพลตฟอร์มคริปโทฯ กลับไม่ได้รับการจัดสรรหุ้นจริงจาก underwriters ของ spaceX ส่งผลให้ Binance, Bybit และ Bitget ต้องประกาศยกเลิกแคมเปญและคืนเงินให้ลูกค้าทั้งหมดแบบเต็มจำนวน (Binance.com, 2026) ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง xStocks เองก็ได้ออกคำเตือนไว้แล้วว่าโทเคนดังกล่าวเป็นเพียงการ price exposure tokenized equities เท่านั้น และไม่ได้รับประกันสิทธิในการได้รับการจัดสรรหุ้นจริง (x.com/xStocksFi, 2026)
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ ตัวระบบ blockchain rails ทำหน้าที่รองรับการบันทึกและโอนย้ายธุรกรรมได้ตามที่ออกแบบไว้ แต่สิ่งที่สร้างความวุ่นวายในครั้งนี้คือกลไกการการจัดสรรหรือการตกลงที่ยังไม่ลงตัวกับฝั่ง traditional finance ท่ามกลางความต้องการจองซื้อหุ้น SpaceX ทั่วโลกที่มีมูลค่าสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โควตาจัดสรรจริงมีเพียง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทาง SpaceX เลือกที่จะตัดโควตารายย่อยให้เหลือเพียง range 20% ต้น ๆ เท่านั้น (Cointelegraph, 2026) แพลตฟอร์มคริปโทฯจึงถูกปฏิเสธการจัดสรรหุ้นในที่สุด ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างและการจัดสรรสินทรัพย์ของระบบการเงินแบบในฝั่ง traditional (The Defiant, 2026)
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความล้มเหลวของการซื้อหุ้นในช่วง Pre-IPO ผ่านกระดานเทรดหลายเจ้า แต่นักลงทุนบางส่วนก้มีการเลือกใช้ช่องทาง “Synthetic Exposure” ผ่านสัญญา Pre-IPO Perpetual Futures บนแพลตฟอร์มอย่าง Hyperliquid และ Coinbase International และสามารถคว้ากำไรจากขาขึ้นที่พุ่งทะยายกว่า 26% ของ SpaceX ได้สำเร็จ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทอนุพันธ์นี้ไม่ได้ต้องการหุ้นจริงมาค้ำประกันตั้งแต่แรก แต่ใช้การอ้างอิงราคาเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Price Discovery ทำให้ผู้ถือสถานะฝั่งซื้อได้รับผลตอบแทนทันทีที่หุ้น SPCX พุ่งทะยานในตลาด Nasdaq (Cointelegraph, 2026)
ขณะเดียวกัน กระดานเทรดที่ต้องยกเลิกแคมเปญไปต่างก็เร่งกู้ความเชื่อมั่น โดย Binance ได้ประกาศแจกจ่ายหุ้น SpaceX มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง bStocks เพื่อชดเชยให้ผู้ร่วมกิจกรรม ส่วน Bybit ก็ได้จ่ายผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าในช่วงที่เงินถูกล็อกไว้ (Binance.com, 2026; Yahoo Finance, 2026)
มหากาพย์ในครั้งนี้จบลงด้วยดีในช่วงหลัง IPO เมื่อแพลตฟอร์มอย่าง Ondo Finance และ Dinari ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวโทเคนหุ้น SpaceX ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันจริงแบบ 1:1 โดยมีมูลค่าหมุนเวียนบนบล็อกเชนทันทีกว่า 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (The Defiant, 2026) เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี Tokenization ในปี 2026 ในการรองรับการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินระดับพันล้านดอลลาร์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยความสำเร็จของการนำไปใช้งานยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงกับกรอบกฎหมาย กระบวนการจัดสรรสิทธิ และโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi)
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


