เมื่อพูดถึงการลงทุน หลายคนมักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “จะลงทุนอะไรดี?” หุ้นตัวไหนดี กองทุนไหนน่าสนใจ หรือสินทรัพย์อะไรมีโอกาสเติบโตในช่วงนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป และสินทรัพย์ลงทุนเริ่มมีมากขึ้น คำถามที่สำคัญกว่าอาจไม่ใช่ “พอร์ตให้ผลตอบแทนเท่าไร” แต่เป็น “สินทรัพย์ที่มีอยู่ในวันนี้ จะพาเราไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้หรือไม่”
แต่ละคนมีเป้าหมายทางการเงินแตกต่างกัน บางคนลงทุนเพื่อเกษียณ บางคนต้องการวางแผนการศึกษาของบุตร หรือเตรียมเงินก้อนสำหรับเป้าหมายสำคัญในอนาคต การลงทุนจึงไม่ใช่เพียงการเลือกสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงิน เพื่อให้เงินลงทุนสามารถเติบโตไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Goal-based Wealth Management หรือการบริหารความมั่งคั่งโดยยึดเป้าหมายเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากการมองเพียงผลตอบแทนของพอร์ตหรือการเปรียบเทียบกับดัชนีอ้างอิง เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ พอร์ตที่มีอยู่ในวันนี้ ยังเหมาะสมกับเป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่
เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือ Asset Allocation หรือการจัดสรรเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนที่เหมาะสมกับแผนการลงทุน เพราะการจัดสรรสินทรัพย์ในพอร์ตส่งผลต่อระดับความเสี่ยงและโอกาสสร้างผลตอบแทนโดยรวม พอร์ตที่ประกอบด้วยสินทรัพย์ชุดเดียวกัน แต่มีการกระจายการลงทุนแตกต่างกัน เช่น พอร์ตที่มีหุ้น 80% และตราสารหนี้ 20% ย่อมมีความเสี่ยงและโอกาสสร้างผลตอบแทนแตกต่างจากพอร์ตที่มีหุ้น 40% และตราสารหนี้ 60% ดังนั้น การสร้างพอร์ตที่เหมาะสม จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรเงินลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ด้วย
อย่างไรก็ตาม การจัดสรรสินทรัพย์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบ เมื่อเวลาผ่านไป ราคาสินทรัพย์แต่ละประเภทย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตค่อยๆ เปลี่ยนไป แม้ผู้ลงทุนจะไม่ได้ซื้อหรือขายสินทรัพย์เพิ่มเติมเลยก็ตาม พอร์ตที่เคยเหมาะสมในตอนแรก อาจไม่เหมาะสมกับเป้าหมายเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ผู้ลงทุนจึงควรทบทวนพอร์ตและทำ Rebalancing เป็นระยะ เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนกลับมาใกล้เคียงกับแผนที่วางไว้ การ Rebalancing จึงไม่ใช่การพยายามจับจังหวะตลาด แต่เป็นการตรวจสอบว่า พอร์ตในปัจจุบันยังสอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้หรือไม่
คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพอร์ตของเรายังเหมาะสมอยู่?
คำตอบคือ เราต้องเห็นภาพรวมของสินทรัพย์ทั้งหมดที่ถือครองอยู่
แต่ในความเป็นจริง ผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยมีสินทรัพย์กระจายอยู่หลายแห่ง หุ้นอยู่ในบัญชีหนึ่ง กองทุนรวมอยู่อีกบัญชีหนึ่ง พันธบัตรหรือหุ้นกู้อยู่อีกที่หนึ่ง ทำให้มองไม่เห็นภาพรวมของพอร์ตทั้งหมด จึงยากที่จะประเมินได้ว่า สินทรัพย์ที่มีอยู่ในวันนี้มีมูลค่าเท่าไร การจัดสรรสินทรัพย์เป็นอย่างไร และจำเป็นต้องปรับพอร์ตหรือไม่
ข่าวดีก็คือ ต่อไปนี้ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลการลงทุนจากหลายแห่งด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน บริการ My Wealth บนแอปพลิเคชัน wiset จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะช่วยรวบรวมข้อมูลการลงทุนในตลาดทุนไทยจากที่ต่าง ๆ มาให้อยู่ในที่เดียว ทำให้สามารถเรียกดูข้อมูลหุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ และกองทุนรวมลดหย่อนภาษี พร้อมเห็นมูลค่าพอร์ตรวม สัดส่วนการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภท และรายละเอียดการถือครองหลักทรัพย์ในแต่ละบัญชีได้โดยสะดวก
การวางแผนการเงินที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสินทรัพย์ที่ดีที่สุด แต่เริ่มต้นจากการเห็นภาพรวมของสินทรัพย์ที่เรามีอยู่แล้ว เมื่อมองเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจน ผู้ลงทุนก็จะสามารถวางแผน ปรับพอร์ต และติดตามความก้าวหน้าของแผนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สำหรับผูที่สนใจใช้บริการ My Wealth สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน wiset ได้ที่ App Store และ Google Play


