วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

สัญญาณเตือน ‘ศก.ไทย’ รายได้หด-หนี้เสียลาม

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในวันนี้(24มิ.ย.) คิดว่าคงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ โดยตลาดเชื่อว่า กนง. น่าจะตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% เช่นเดิม

    แม้เงินเฟ้อจะมีความเสี่ยงเร่งตัวขึ้นบ้าง แต่ความเปราะบางในภาคครัวเรือนถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน ซึ่งนี่น่าจะเป็น “โจทย์ยาก” ที่ ธปท. จะต้องดูแลและบริหารจัดการเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้ดี
    ย้อนไปดูผลสำรวจครัวเรือนไทยล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC นำมาเขียนเป็นบทวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยข้อมูลชี้ให้เห็นว่า “รายได้ครัวเรือนไทย” ในปี 2568 ลดลง 2.5% นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการทำงานที่หายไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และปัญหาการกระจายรายได้ครัวเรือนที่กระจุกตัวในกลุ่มครัวเรือนรายได้สูง 

    นอกจากนี้ EIC ยังวิเคราะห์ด้วยว่า ครัวเรือนไทย “อยู่รอด” ด้วยการพึ่งพาเงินช่วยเหลือมากขึ้น ซึ่งในปี 2568 รายได้ครัวเรือนจากเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นถึง 19.4% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน จึงต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือและรายได้ไม่เป็นตัวเงินรวมกันเกือบ 60% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของกระแสรายได้และความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนรายได้น้อย
    ที่น่ากังวลไปกว่านั้น คือ นอกจากรายได้ครัวเรือนจะหดตัวแล้ว หนี้เสียของคนกลุ่มนี้ยังปรับตัวสูงขึ้นด้วย และไม่ใช่แค่กลุ่มรายได้น้อยเท่านั้น แต่ครัวเรือนรายได้ปานกลางก็เริ่มเห็นสัญญาณหนี้เสียเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดร.ฉัตรชัย ดวงรัตนพันธ์ นักวิชาการด้านค้าปลีก เขียนบทความลงใน “กรุงเทพธุรกิจ” โดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์ระบุว่า กลุ่มคนรายได้ปานกลาง 30,000-50,000 บาทต่อเดือน กลายเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเป็นหนี้เสียมากสุด และกลุ่มคนรายได้สูง 50,000-100,000 บาทต่อเดือน เห็นการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) ระบุว่า สถานะการเงินคนไทยอยู่ในภาวะ “วิกฤติ” ส่งผลให้คนไทย 25.5 ล้านคน หรือราว 38% ของประชากรที่เป็น “หนี้” อาจต้องกลายเป็น “หนี้เสีย” เพิ่มมากขึ้น

    ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่า ครัวเรือนไทยมีความเปราะบางมากขึ้น รายได้จากการทำงานไม่ใช่แค่ฟื้นตัวช้า แต่เริ่มหดตัว ขณะที่หนี้เสียเริ่มเห็นขยับลุกลามไปสู่กลุ่มรายได้ปานกลางมากขึ้น โจทย์เหล่านี้เป็นเรื่องที่ กนง. จำเป็นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนต่อการทำนโยบาย เราเชื่อว่าการประชุมวันนี้ มติน่าจะออกมาให้ “คง” ดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ประเด็นใหญ่ที่สำคัญกว่าคือ กนง. เห็นสัญญาณเตือนจากความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใน “รายได้” และ “หนี้” ของครัวเรือนหรือไม่ ซึ่งเราห่วงว่ามันใกล้ระเบิดเต็มทีแล้ว!