วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นโดดเด่นเหนือเศรษฐกิจ

แม้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.7% แต่ตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าเศรษฐกิจโดยรวม จากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI และ Data Center การส่งออกที่ฟื้นตัว รวมถึงการเติบโตของกลุ่มท่องเที่ยว ธนาคาร และสินค้าไอที ซึ่งช่วยผลักดันกำไรบริษัทจดทะเบียนต่อเนื่อง

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากโครงสร้างตลาดพึ่งพาภาคการลงทุนและส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี สวนทางกับการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง
  • แม้ GDP ปี 2569 จะถูกปรับลดลงเหลือราว 1.7% แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นมีทิศทางที่ดีกว่าเศรษฐกิจโดยรวม
  • ตลาดได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยกระแส AI และ Data Center ทั่วโลก ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้น
  • การฟื้นตัวของภาคการผลิตโลกช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่สำคัญ
  • แม้การบริโภคในประเทศจะอ่อนแอ แต่ยังมีบางกลุ่มธุรกิจในตลาดหุ้นที่ยังเติบโตได้ เช่น การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัว, กลุ่มธนาคาร และสินค้า IT ที่ยังมีความต้องการต่อเนื่อง

ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีความแตกต่างระหว่างภาคส่วนชัดเจนมากขึ้น หรืออยู่ในลักษณะ “K-shape” โดยภาคการลงทุนและส่งออกยังขยายตัวดี ขณะที่การบริโภคในประเทศเริ่มชะลอ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าภาพเศรษฐกิจ โดยคาดดัชนีมีโอกาสทยอยขยับเข้าใกล้ระดับ 1,620 จุด

ตลาดหุ้นโดดเด่นเหนือเศรษฐกิจ

ภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เท่ากัน แต่ยังมีแรงหนุนจากภายนอก

เศรษฐกิจไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดต่ำสุดในไตรมาส 3 ปี 2569 ก่อนทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 4 และต่อเนื่องไปปี 2570 แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากภาคลงทุนและการส่งออก ซึ่งได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้น

ในทางกลับกัน ภาคการบริโภคเริ่มเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้นระหว่างแต่ละภาคส่วน

แม้ GDP ปี 2569 ถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 1.7% แต่กำไรบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มเติบโต สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างที่พึ่งพาภาคลงทุนและส่งออกเป็นหลัก

แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้น

หนึ่งในธีมหลักคือวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยกระแส AI ระดับโลก ทำให้การอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในช่วงที่ผ่านมาเน้นไปที่อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ และมีแนวโน้มที่โครงการจำนวนมากจะเริ่มลงทุนจริงในช่วง 1 ปีข้างหน้า กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ GULF และ WHAUP

ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตโลกเริ่มกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว โดยดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 และคำสั่งซื้อใหม่ขยายตัวในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลบวกต่อการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย รวมถึงห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ โดยเฉพาะหลังจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปเริ่มผ่านจุดต่ำสุด หุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น KCE

แม้การบริโภคในประเทศจะชะลอ แต่ยังมีบางกลุ่มที่รักษาการเติบโตได้ โดยเฉพาะสินค้าขนาดเล็กและสินค้า IT ที่ยังมีความต้องการต่อเนื่อง ประกอบกับกระแส On-device AI ที่กระตุ้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ทำให้หุ้นอย่าง COM7 และ MOSHI ยังมีแนวโน้มเติบโต

ภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่คาดจะกลับมาเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและกิจกรรมสำคัญปลายปี ส่งผลให้รายได้โรงแรมเริ่มกลับมาเติบโต หุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น ERW

ด้านกลุ่มธนาคารได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรดอกเบี้ยที่ใกล้ถึงจุดต่ำสุด ช่วยลดแรงกดดันต่อส่วนต่างดอกเบี้ย อีกทั้งกระแสเงินลงทุนในหุ้นปันผลสูงและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังหนุนรายได้ต่อเนื่อง เช่น KTB, KBANK และ SCB

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุน

ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจแบบ K-shape การลงทุนควรเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวมากกว่าการลงทุนตามภาพรวมตลาด โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตชัดเจน กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

ธีมที่ยังน่าสนใจคือลงทุน-ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นที่ให้กระแสเงินปันผลสม่ำเสมอ ขณะที่จังหวะตลาดยังขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและทิศทางเงินเฟ้อ

โดยรวมประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวดีแม้เศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านกำลังซื้อและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด