ปี 2556 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมทีวีเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 24 ช่อง มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท
โดยตั้งเป้าหมายสร้างการแข่งขัน รวมถึงเกิดความหลากหลายของเนื้อหา และยกระดับอุตสาหกรรมสื่อไทย ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมทีวีมีการลงทุนอย่างมหาศาล ผู้ผลิตคอนเทนต์เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของสัมปทานทีวีดิจิทัล
หลังการประมูลไม่นานการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สมาร์ตโฟน รวมถึงแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอ รวมถึงการเปิดตัวฟีเจอร์ไลฟ์สดที่ทำให้การถ่ายทอดสดไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเดิม โดยเฟซบุ๊กไลฟ์ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2559 ทำให้เปลี่ยนฉากทัศน์ของโซเชียลมีเดียเมื่อผู้ใช้งานที่มีผู้ติดตามจำนวนมากใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ รวมถึงสื่อสารมวลชน
สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้ออกมาเรียกร้องให้ กสทช.เร่งประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ภายหลังสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572 โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้ติดตามทวงถามต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า กสทช.เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของต้นแบบ แพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ แต่การตัดสินใจล่าช้ามากจนเหลือเวลาเพียง 3 ปี ก่อนที่สัมปทานทีวีดิจิทัลจะหมดอายุ ขณะที่การเตรียมตัวของผู้ประกอบการมีเวลาเหลือน้อยลง
แพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ และการกำกับ OTT ถูกมองว่าจะยกระดับการรับชมทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และเป็นแผนรองรับสัมปทานทีวีดิจิทัลที่กำลังจะหมดอายุ ในขณะที่ขั้นตอนการดำเนินการนอกจากการสรุปแพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ แล้วยังมีอีกหลายขั้นตอนหลังจากนี้ทั้งรายละเอียดทางกระบวนการกฎหมาย การจัดทำหลักเกณฑ์ประมูล การวางโครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมตัวของผู้ประกอบการ รวมถึงเทคโนโลยีสตรีมมิง ที่มีการพัฒนาไม่หยุด
โจทย์สำคัญของ กสทช.จึงมีทั้งการกำหนดทิศทางใหม่ทีวีดิจิทัล ซึ่งมีผลต่อการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ที่เป็นสินทรัพย์ของชาติ ที่อาจเลือกแนวทางต่ออายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัล หรือการเลือกเปิดตลาดใหม่ที่มาแทนที่ทีวีดิจิทัล โดยไม่ว่าจะเลือกแนวทางใดควรรีบหาข้อสรุป กสทช.ควรมีข้อสรุปได้แล้วอย่าให้เหมือนการประมูลทีวีดิจิทัลในอดีตที่เมื่อดำเนินการเสร็จโลกก็เข้าสู่การรับชมผ่านแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้นทิ้งให้ทีวีเป็นแพลตฟอร์มเก่า

