วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

“ติ๊กต็อก: นาฬิกาในหัวใจ”

“ติ๊กต็อก: นาฬิกาในหัวใจ”

เมื่อวานนี้ ผมได้รับเชิญไปปาฐกถาพิเศษที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง “ปลุกธรรมาภิบาลในหัวใจคน” ในโอกาส 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย

ไปพูดเรื่องนี้ที่ตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อ 29 ปีที่แล้ว ช่วงที่เศรษฐกิจไทยล่มสลายในปี 2540 และ เรายังไม่รู้จักคำว่า “Good Corporate Governance”

นักลงทุนทั่วโลกบอกว่า เราล่มสลายเพราะไม่มี Good Governance ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องมี “คณะกรรมการตรวจสอบ” และ ออก “แนวปฏิบัติธรรมาภิบาล” 15 ข้อ

ผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และศาสตราจารย์สังเวียน ได้มอบหมายให้ผมร่าง “จริยธรรมของบริษัทจดทะเบียน” ซึ่งเมื่อผมนำเสนอในที่ประชุม ก็มีกรรมการท่านหนึ่งทักขึ้นมาว่า

“อาจารย์เขียนตกไป 1 ข้อครับ ต้องเติมว่า ‘บริษัทจะไม่ทำการค้า กับคู่ค้าที่เรารู้ว่าไม่มีจริยธรรม’ ”

จริงด้วย….! แต่ผมยังไม่ทันจะเขียนลงไป ก็มีเสียงดังแทรกเข้ามาว่า

“อาจารย์ อย่าเพิ่งเขียนนะครับ!”

“ถ้าเขียนแบบนั้น…. จะไม่มีใครทำธุรกิจกับใครได้เลย!”

เรียกเสียงหัวเราะทั่วทั้งห้อง เป็นตลกร้าย ที่สะท้อนอารมณ์ของสังคมธุรกิจในยุคนั้น

หลังจากนั้น กระแสธรรมาภิบาลก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีการแจกรางวัลกันมากมาย 

คำถามก็คือ… ถ้าหน่วยงานจำนวนมากได้รับรางวัลธรรมาภิบาล ทำไม เรายังเห็นข่าวคอรัปชั่นระดับชาติ? ทำไม ความโปร่งใสของไทยจึงร่วงมาอยู่อันดับที่ 116 และ ทำไม อันดับของเราตามหลัง สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว!

คำตอบง่าย ๆ ก็คือ “มาตรวัด” ที่เราใช้มาเกือบ 30 ปีนั้น เน้นที่ “รูปแบบ” แต่ “สาระสำคัญ” ในหัวใจของคน กลับไม่ได้โตตาม

เรารู้จัก “ติ๊กต็อก” ว่าเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยม แต่ในแวดวงธรรมาภิบาลบ้านเรา ผมว่า เรามีแค่ “ติ๊ก” แต่ไม่มี “ต็อก” ครับ

“ติ๊ก” คือระบบ Checklist ในกระดาษ… มีนโยบายต้านโกงหรือยัง? มีแล้ว…ติ๊ก! มีคู่มือจริยธรรมไหม? มีแล้ว…ติ๊ก! เราติ๊กกันจนบริษัทผ่านเกณฑ์ และได้สี่ดาวห้าดาว

แต่ “ธรรมาภิบาลเคยเดินออกจากแผ่นกระดาษ แล้วก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจคนบ้างไหม?”

ถ้ายัง… ต่อให้แบบประเมินดีแค่ไหน เราก็จะเห็นคนที่เพิ่ง ไขว้แขนรณรงค์ต้านโกง ถูกจับคดีทุจริตในอีกไม่กี่วัน อยู่ดี

หลายคนอาจคิดว่าธรรมาภิบาลเป็นเรื่องของบอร์ด ซีอีโอ หรือข้าราชการ และผู้บริหารระดับสูง แต่คนที่โกงในวันนี้ ในวันแรกของการทำงาน เขาก็เคยเป็น คนตัวเล็ก ๆ เหมือนพวกเรานี่แหละครับ

ผมเสนอว่า เราต้องเปลี่ยนระบบ “ติ๊ก” ในกระดาษ ให้เป็น “ติ๊กต็อก…ติ๊กต็อก…” ไม่ใช่แอปนะครับ แต่เป็นเสียงเดินของนาฬิกาในหัวใจ

มีงานวิจัยพบว่า เมื่อคนเราทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ้ำ ๆ สมองส่วนที่ตอบสนองต่อความรู้สึกผิดจะทำงานลดลงเรื่อย ๆ จนเกิดอาการ “ชินชา”

ไม่มีใครเริ่มต้น ด้วยการโกงเงินร้อยล้านพันล้านในวันแรกหรอก มันมักเริ่มจากความคิดในใจว่า “ครั้งนี้ครั้งเดียว… นิดเดียวนะ” จากนั้นนาฬิกาหัวใจก็หยุดทำงานไปทีละนิด เช่นกัน

แล้วเราจะเปิดระบบ “นาฬิกาหัวใจ” ในชีวิตจริงได้อย่างไร? ผมฝาก 3 ข้อง่ายๆครับ

1. เริ่มต้นที่บ้าน

เวลาเราพาลูกหลานขับรถย้อนศร หรือจอดรถในที่ห้ามจอด แล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก แป๊บเดียวเอง” นั่นคือเรากำลัง “ปิด” ระบบนาฬิกาใจของเขาตั้งแต่เด็กครับ

ช่วงโควิด-19 วัคซีนขาดแคลน ล็อตแรกที่มาถึง ต้องจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อนและมีผู้หวังดีเสนอทางลัดจัดให้ผมและครอบครัวเป็นพิเศษ

ผมและครอบครัวคุยกัน และตกลงร่วมกันว่า “เรากลัวโควิดมากนะ แต่เราจะไม่รับ เราไม่มีสิทธิไปแย่งวัคซีนจากหมอและพยาบาล แม้จะต้องรออีก 3 เดือน และมีความเสี่ยง เราก็ต้องไปเข้าคิวประชาชน”

2. ขยับมาที่ทำงาน

ทุกครั้งที่จะหยิบสิ่งของที่ไม่ใช่ของเรา หรือกำลังจะปล่อยผ่านเอกสารบัญชีที่มีพิรุธ เพราะไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน ขอให้ฟังเสียงติ๊กต็อกในใจ และเตือนตัวเองว่า

“เงินเดือนของเรา คือค่าจ้างความซื่อสัตย์ด้วยนะ”

3. ส่งต่อสู่สังคม

ตอนลูกสาวผมอายุ 10 ขวบ ผมพาไปไหว้พระแก้วมรกต จากนั้นเราไปเข้าคิวต่อท้ายน้องๆนักเรียน เพื่อรับน้ำมนต์ จู่ ๆ ก็มีหัวหน้าทัวร์พานักท่องเที่ยวต่างชาติ ประมาณ 20 คนเดินแซงคิวเข้าไปดื้อ ๆ

ผมเดินเข้าไปถามเขาตรง ๆ ว่า

“คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมทำแบบนี้ต่อหน้าน้อง ๆ?”

ผู้คนจำนวนมากจับตามอง จนเขาต้องพาลูกทัวร์เดินออกไป

พอผมกลับมาเข้าคิว ลูกสาวกระซิบว่า “พ่อทำแบบนั้นทำไม ใคร ๆ ก็หันมามอง อายเขา” ผมตอบลูกว่า ”คนที่ควรอายคือหัวหน้าทัวร์ ไม่ใช่พ่อนะ เพราะเราต้องไม่อายกับการทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

ถ้าคนทำในสิ่งที่ถูก “อายที่จะพูด” แต่คนทำในสิ่งที่ผิด “ไม่อายที่จะทำ” 

แล้วสังคมเราจะอยู่กันอย่างไร?

เราไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นซีอีโอก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ หรือคนทั่วไป ทุกครั้งที่คุณเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้ในตอนที่ไม่มีใครเห็น นั่นแปลว่านาฬิกาใจของคุณกำลังทำงานอย่างสมบูรณ์

ระบบ “ติ๊ก” ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดครับ แต่เสียง “ต็อก” ของเข็มนาฬิกา ที่ดังในหน้าอกข้างซ้าย คือหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่ต้อง ”ไขลาน“ ให้มันเดินในทุกวินาทีของชีวิต

ให้สิ่งที่ติ๊กในกระดาษ เดินออกมาต็อกในหัวใจครับ

คืนนี้ เมื่อเสร็จภารกิจการงานแล้ว ลองนั่งเงียบ ๆ แล้วเงี่ยหูฟังว่า… นาฬิกาในหัวใจของคุณ ยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า

ถ้ามันอ่อนล้า และทำท่าจะหมดแรงเตือน หรือหมดแรง “ต็อก”

ก็ปลุกมันขึ้นมาเถอะครับ มันจะได้มาปลุกคุณ

ให้เดินต่อไปได้ อย่างถูกทิศถูกทาง