วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

พลิกมุมมองวิกฤตหุ้นกู้: กลยุทธ์คัดกรองโอกาสและปกป้องความมั่งคั่ง

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงเวลานี้เราคงสังเกตเห็นพาดหัวข่าวถึงความตึงเครียดในตลาดตราสารหนี้ โดยเฉพาะประเด็น การผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ หรือการขอเลื่อนจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย รายงานจากสื่อการเงินชั้นนำหลายแห่งล้วนชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งมียอดการผิดนัดชำระพุ่งสูงเกือบเก้าพันล้านบาท และยังต้องจับตาคลื่นหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนดในปีต่อ ๆ ไปอีกนับแสนล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ข้อมูลเหล่านี้อาจสร้างความกังวลใจ แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ หากเราเข้าใจกลไกและมีแผนรับมือที่ถูกต้อง วันนี้ผมจะขอให้คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® ผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Investment Advisory Security Co., Ltd. จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับมุมมองดัชนีให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ 

ทิศทางและแนวโน้มตลาดหุ้นกู้ ท่ามกลางบททดสอบสภาพคล่อง

สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงวงจรภาวะเศรษฐกิจที่มีความเข้มงวดทางการเงินมากขึ้น ธุรกิจที่เคยพึ่งพาการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อชำระคืนชุดเก่า (Rollover) เริ่มเผชิญความยากลำบาก เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังตัวและต้องการผลตอบแทนที่ชดเชยความเสี่ยงได้มากขึ้น กรณีการผิดนัดชำระของบริษัทจดทะเบียนบางแห่งเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า ตลาดกำลังคัดกรองผู้อยู่รอด แม้แนวโน้มนี้อาจดูน่ากลัว แต่นี่คือ โอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่มีเงินสด เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งต่างเสนอ อัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูดใจ เพื่อระดมทุน ข้อดีของตลาดในตอนนี้คือเราสามารถล็อกผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว แต่ข้อควรระวังคือการเลือกลงทุนผิดตัวอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินต้นได้เช่นกัน

แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างเกราะป้องกันให้พอร์ตลงทุน

เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่มีความผันผวนนี้ไปได้อย่างมั่นคง สิ่งที่ควรทำประการแรกคือ เน้นลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ (Investment Grade) หรือระดับ BBB- ขึ้นไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความสามารถการชำระหนี้ ประการต่อมาต้อง วิเคราะห์กระแสเงินสดและหนี้สินของกิจการ โดยมองข้ามตัวเลขดอกเบี้ย แล้วเข้าไปดูว่าบริษัทมีรายได้เพียงพอจ่ายหนี้หรือไม่ ประการที่สามคือ การกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ไม่นำเงินไปผูกไว้กับบริษัทหรืออุตสาหกรรมเดียวเพื่อลดผลกระทบ ประการที่สี่ควร ติดตามสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า เช่น การเปลี่ยนผู้สอบบัญชีหรือการชะลอส่งงบการเงิน และประการสุดท้ายคือ รักษาสภาพคล่องส่วนตัวให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ถูกบีบให้ต้องขายหุ้นกู้ก่อนกำหนดในราคาขาดทุนเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

ข้อควรระวังและสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด

ในทางกลับกัน สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ประการแรกคือ การมุ่งหาผลตอบแทนสูงโดยละเลยความเสี่ยง เพราะหุ้นกู้ที่ให้ดอกเบี้ยสูงปรี๊ดมักแฝงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระที่สูงตามไปด้วย สิ่งที่ไม่ควรทำประการที่สองคือ การลงทุนโดยไม่อ่านหนังสือชี้ชวน (Factsheet) ซึ่งเป็นเสมือนแผนที่บอกฐานะทางการเงิน ประการที่สามคือหลีกเลี่ยง การลงทุนแบบกระจุกตัวในกลุ่ม High Yield Bond หรือ Non-rated มากเกินไป แม้หวังกำไรเร็วแต่ก็อาจทำให้พอร์ตเสียหายหนักได้ ประการที่สี่คือ อย่าตื่นตระหนกเทขายหุ้นกู้บริษัทชั้นดีในราคาขาดทุน เพียงเพราะเห็นข่าวลบของบริษัทอื่น การรักษาความเยือกเย็นจะช่วยปกป้องผลตอบแทนของเราได้ และสิ่งที่ไม่ควรทำประการสุดท้ายคือ การลงทุนในธุรกิจที่เราไม่เข้าใจโมเดลการหารายได้ เพราะเราจะไม่สามารถประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงได้เลย

ข้อคิดเชิงกลยุทธ์และความห่วงใยจากใจที่ปรึกษา

สำหรับท่านที่อาจกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเลื่อนหรือผิดนัดชำระหนี้ในเวลานี้ ผมขอส่งความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้นะครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการตั้งสติและเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง รวมถึงพิจารณาแผนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างรอบคอบ การตัดหนี้สูญอาจไม่ใช่ทางออกเดียวเสมอไป ในบางครั้งการให้เวลาธุรกิจฟื้นตัวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ท้ายที่สุดนี้ การลงทุนในหุ้นกู้ยังคงเป็นเครื่องมือสร้างกระแสเงินสดที่ยอดเยี่ยมหากเรามีความรอบคอบ ขอให้ทุกท่านจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ มีวินัย และก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปสู่ความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาวครับ