บรรยากาศการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสเป็นไปอย่างคึกคัก เพื่อนฝูงญาติมิตรสอบถามกันจ้าละหวั่นลงทะเบียนได้หรือไม่ได้ ติดขัดตรงไหน ภาพผู้เฒ่าผู้แก่แห่กันไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารยังมีให้เห็นเหมือนเดิม
สิทธินี้ประกอบด้วยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่รัฐช่วยสมทบ 60:40 สำหรับรูปแบบโครงการจะเป็นลักษณะเดียวกับคนละครึ่ง ที่รัฐร่วมจ่าย แต่ในครั้งนี้รัฐจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ในสัดส่วน 60% ในขณะที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์จะต้องจ่ายเงินของตนเองสมทบอีก 40% คนกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง แต่มีสิทธิรับประโยชน์จากนโยบายรัฐในฐานะประชาชน
คำถามคลาสสิกคือรัฐจะแจกแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจของประเทศถูกรุมเร้าด้วยปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างราคาน้ำมันพุ่งสูงผลพวงจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษเปิดประเด็นว่าจริงๆ แล้วช่วงนี้กระแสเงินทุนที่เริ่มไหลเข้าประเทศ เป็นกระแสที่ใหญ่มากปัจจัยหนุนมาจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะนโยบาย China Plus One ผลพวงจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วาระ 1 นักลงทุนมองหาที่ปลอดภัยเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งไทยเป็นจุดหมายสำคัญ ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค แผงวงจรไฟฟ้า (PCB)
ขณะที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก็เพิ่งกลับจากการเยือนฝรั่งเศส ได้ร่วมหารือกับกลุ่มบริษัทชั้นนำที่กรุงปารีส เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงศักยภาพของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การมุ่งเน้นดึงดูดเม็ดเงินใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมเพื่อเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานอีวี, ระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และเทคโนโลยียืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) จะกลายเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่” ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้ก้าวข้ามผ่านอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ดี ไทยไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามกำลังเร่งเครื่องอย่างหนักในการเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ โดยเห็นได้จากการลงทุนมหาศาลของซัมซุงในการสร้างโรงงานทดสอบชิป ดังนั้น ไทยจึงต้องตอกย้ำจุดยืนในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความพร้อมเต็มพิกัด นี่คือนาทีทองที่รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพ การที่นักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความเชื่อมั่นท่ามกลางความผันผวนของโลก คือสัญญาณว่าไทยมี “แต้มต่อ” ที่สำคัญ หากเราสามารถบริหารจัดการปัจจัยหนุนจากภูมิรัฐศาสตร์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คลื่นการลงทุนลูกนี้จะไม่เป็นเพียงแค่เม็ดเงินชั่วคราว แต่จะเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

