วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

BOI หนุน "อุตสาหกรรมการแพทย์" ก้าวข้ามขีดจำกัดทุนวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

BOI หนุน "อุตสาหกรรมการแพทย์" ก้าวข้ามขีดจำกัดทุนวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

ท่ามกลางความท้าทายในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ การผลักดันงานวิจัยจากหิ้งสู่เชิงพาณิชย์ถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากหลายภาคส่วน

    ล่าสุด ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามนี้อย่างเป็นรูปธรรม คือการผนึกกำลังระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขไทย ด้วยการผสานศักยภาพความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ากับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ
    แม้ที่ผ่านมาสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างศิริราชจะได้รับทุนวิจัยจากภายนอกเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ แต่การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมขั้นสูงเพื่อตอบสนองต่อโรคอุบัติใหม่และโรคยอดนิยม ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณมหาศาล เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าว จึงได้มีการผลักดัน “กองทุนพัฒนาการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” ขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการทุนวิจัย และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษากับภาคเอกชนเข้าด้วยกัน

    ในจุดนี้ BOI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาผ่าน “มาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน” ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยจูงใจและดึงดูดเม็ดเงินจากภาคเอกชน โดยผู้ประกอบการที่ร่วมสนับสนุนกองทุนพัฒนาการวิจัยฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงถึง 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่สนับสนุนกองทุน นอกจากนี้ ยังสามารถขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีรวมกับสิทธิเดิมได้ยาวนานสูงสุดไม่เกิน 13 ปี มาตรการนี้จึงเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ภาคเอกชนกล้าที่จะร่วมลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น

การสนับสนุนจาก BOI จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านทุน และเปิดทางให้นวัตกรรมถูกนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และสังคมได้ ซึ่ง ศิริราช ได้พิสูจน์ศักยภาพให้เห็นมาแล้วจากโครงการผลิตเซลล์บำบัดรักษามะเร็ง (CAR-T Cell) ที่ช่วยลดต้นทุนการรักษาลงถึง 10 เท่า, นวัตกรรมตรวจมะเร็งสมองด้วย DNA รวมถึงนวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัยอย่างโครงการ “เดินดีดี 12 จังหวัด” ที่สามารถลดอัตราการพลัดตกหกล้มและกระดูกสะโพกหักซ้ำของผู้สูงอายุได้จริงถึงร้อยละ 20
    ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนว่า BOI ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่เป็นจิ๊กซอร์สำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ การดึงดูดภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม จะช่วยเปลี่ยนผ่านผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่ระดับอุตสาหกรรม สร้างความมั่นคงให้แก่รากฐานสาธารณสุขไทย ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล เครื่องมือทางการแพทย์ และยา พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสุขภาพที่ทันสมัยได้ ที่สำคัญภาคเอกชนไทยที่มีความพร้อมที่จะลงทุนด้านอุตสาหกรรมทางการแพทย์ก็น่าจะมีความหวังและแสงสว่างของการลงทุนได้จากมาตรการดังกล่าวนี้