วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สงคราม พลังงาน โรคระบาด แรงกระแทกใหญ่ศก.ไทย

สงคราม พลังงาน โรคระบาด แรงกระแทกใหญ่ศก.ไทย

เศรษฐกิจไทยในห้วงเวลานี้ ไม่ได้อยู่ในภาวะ “ชะลอตัว” ตามวงจรปกติที่เคยเกิดขึ้น แต่กำลังเข้าสู่ภาวะ “ไร้ทิศทาง” ท่ามกลางแรงกดดันจากสงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่กำลังปะทุพร้อมกันหลายด้าน

     สิ่งที่น่ากังวลวันนี้ อาจไม่ใช่ตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจแต่คือความรู้สึกของทั้งประเทศที่เริ่ม “มองไม่เห็นปลายทาง” ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ปกคลุมไปทั่ว โลกเข้าสู่เดือนที่ 3 ของภาวะอึมครึมจากสงครามตะวันออกกลาง ความเสี่ยงใหญ่ที่อาจรุนแรงกว่าวิกฤติใดๆ เพราะคือสงครามที่กำลังกระแทก “ต้นทุนเศรษฐกิจโลก” ทั้งระบบ

    เมื่อราคาน้ำมันพร้อมพุ่ง ห่วงโซ่อุปทานเริ่มสั่นคลอน สินค้าบางประเภทเริ่มมีสัญญาณขาดแคลน ตลาดทุนทั่วโลกผันผวนหนักมาก ประเทศเล็กที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวอย่างประเทศไทยไม่อาจยืนอยู่นอกแรงกระแทกนี้ได้ คำเตือนจาก “เฟทโก้” หรือสภาธุรกิจตลาดทุนไทยที่ให้จับตา “เฟส 2” ของสงครามตะวันออกกลาง จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะหากสถานการณ์ลากยาวกระทบเส้นทางพลังงาน และโรงกลั่นในภูมิภาค โลกอาจเผชิญภาวะ “ช็อกด้านอุปทาน” ที่ซับซ้อนและรุนแรงกว่าเดิม ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลาง “พายุหลายลูก” ที่ซัดเข้ามาพร้อมกัน เครื่องยนต์ส่งออกเริ่มแผ่ว ภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นไม่เต็มที่ กำลังซื้อโลกที่แห้งเหือด ต้นทุนพลังงานสูงลิ่วสะเทือนปากท้องค่าครองชีพและภาคธุรกิจ ตลาดทุนก็ผันผวนหนัก นักลงทุนชะลอเสี่ยง ครัวเรือนไทยก้าวไม่พ้น ‘หนี้’ ที่อยู่ในระดับสูงมาก

    น่ากังวลยิ่งกว่า คือ โลกเริ่มได้ยินข่าวการพบเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ “ฮันตา” แม้ความเสี่ยงยังต่ำ แต่ประสบการณ์จากโควิด-19 ทำให้ทุกประเทศรู้ดีว่า โลกยุคนี้เปราะบางเพียงใด สามารถเขย่าตลาดการเงิน การเดินทาง การลงทุน และพฤติกรรมผู้บริโภคได้ทันที นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องประเมินความเสี่ยงเชิงระบบอย่างจริงจัง “แผนรับมือในภาวะฉุกเฉิน” ที่ชัดเจนต้องมี สื่อสารตรงไปตรงมากับประชาชน ไวรัสฮันตาที่เรายังไม่รู้ว่าจะแพร่ระบาดกระจายไปมากน้อยแค่ไหน หากบทเรียนจากโควิด-19 บอกเราว่า ประเทศไทยต้องมี “ความมั่นคงทางสาธารณสุข” ประเทศที่รับมือได้ดี ไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีวิกฤติ แต่คือประเทศที่ “เตรียมพร้อมก่อนวิกฤติจะมาถึง”
    ไม่ใช่แค่เรื่องของไวรัสตัวใหม่อย่างเดียว ถ้าอ่านใจประชาชนวันนี้ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ “ความชัดเจน” ว่ารัฐบาลกำลังมองเห็นความเสี่ยงเดียวกับที่ประชาชนกำลังกังวล และมีแผนรองรับจริง วิกฤติมากมายเหล่านี้ อาจยังไม่ถึงขั้นทำให้เราตกอยู่ในความมืดมนที่สุด แต่หากประเทศไทยยังปล่อยให้ความเชื่อมั่นถดถอยต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ปลายอุโมงค์ที่เลือนรางอยู่แล้วอาจมืดลงกว่านี้อีกมาก...