สื่อนอกจับตาการประชุมผู้นำอาเซียนที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค. วานนี้ (7 พ.ค.) มีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนนำร่องไปก่อน นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ออกเดินทางจากประเทศไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้
สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายกฯ อนุทิน จะได้พบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชานอกรอบการประชุมผู้นำอาเซียนด้วย โดยจะประชุมกันก่อนการประชุมผู้นำโดยมีประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ ประธานอาเซียน เป็นเจ้าภาพ
การที่สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญกับการพบปะกันระหว่างนายกฯ อนุทินกับนายกฯ ฮุน มาเนต เพราะไทยเพิ่งมีมติคณะรัฐมนตรียกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือเอ็มโอยู 44 โดยมีมติให้ปรับแนวทางไปใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ
เอ็มโอยู 44 เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา ทรัพยากรหนึ่งที่มีและสำคัญมากคือ “ก๊าซธรรมชาติ” ยิ่งเกิดสงครามในอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันและก๊าซธรรมชาติออกสู่ตลาดโลกไม่ได้ก่อให้เกิดวิกฤติพลังงาน สมาชิกอาเซียนที่เป็นประเทศนำเข้าสุทธิอย่างไทย เวียดนาม ล้วนได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน อดคิดไม่ได้ว่า หากเรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติสามารถหยิบมาใช้ประโยชน์ได้คงจะดีไม่น้อย
เรื่องวิกฤติพลังงานผลพวงสงครามอิหร่านชวนให้นึกถึงจีนกับฟิลิปปินส์ที่มีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ น่านน้ำที่ได้ชื่อว่าทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของโลก สองประเทศนี้มีโครงการพัฒนาน้ำมันในทะเลจีนใต้ร่วมกันแต่ชะงักงันมาหลายปี เพราะข้อพิพาทเรื่องเขตแดนเป็นอุปสรรค แต่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ประธานาธิบดีมาร์กอสให้สัมภาษณ์สื่อนอกว่า ฟิลิปปินส์เปิดกว้างที่จะเจรจากับจีนอีกครั้งเรื่องการร่วมกันทำโครงการน้ำมันและก๊าซในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ โดยให้เหตุผลว่าสงครามในอิหร่านอาจเปิดโอกาสให้ได้ทางออกใหม่ๆ อ่านความเห็นจากทั้งสองฝ่ายสรุปได้ว่า อธิปไตยนั้นก็เรื่องหนึ่ง การพัฒนาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในวิกฤติมีโอกาสเสมอ
อีกหนึ่งตัวอย่างจากข่าวสงครามอิหร่านคือบ่อก๊าซเซาท์พาร์ส ส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่กลางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย โดยอิหร่านและกาตาร์เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งกาตาร์เรียกส่วนของตนว่า นอร์ทโดม เปิดแผนที่ดูกาตาร์กับอิหร่านอยู่คนละฝั่งอ่าวเปอร์เซีย แหล่งก๊าซอยู่ตรงกลางทำไมเขาตกลงกันได้? กรณีเอ็มโอยู 44 เมื่อไทยแจ้งยกเลิก กัมพูชาก็ไม่ง้อ เดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ เท่ากับว่าเรื่องที่เคยคุยกันได้สองประเทศต้องมีประเทศอื่นมาเกี่ยวข้อง รัฐบาลอ้างว่ายกเลิกนั้นดีกับไทยมากกว่า ขณะที่นักวิชาการแย้งว่าเอ็มโอยู 44 มีไว้ดีกว่า สำหรับคนไทยขอให้ติดตามกระบวนการตาม UNCLOS อย่างใกล้ชิด สุดท้ายแล้วไทยได้หรือเสียกันแน่ จะได้จดจำถูกว่าเป็นฝีมือใคร!

