1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติหรือวันกรรมกรสากล สะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์การทำมาหากินของมวลมนุษยชาติบนพื้นฐานของเทคโนโลยี สมัยโบราณกาลในสังคมเกษตรต่างคนต่างใช้จอบใช้เสียมทำไร่ทำนาหากินกันไปวันๆ ไม่มีกระบวนการสะสมทุน
จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมมีเครื่องมือเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ครั้งละมากๆ ชาวนาเปลี่ยนมาเป็นแรงงานในโรงงานสำหรับภาคการผลิต ส่วนภาคบริการก็มีพนักงานออฟฟิศมารับหน้าที่ ถือเป็นผู้ใช้แรงงานเช่นกัน ถึงวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเอไอกำลังมีบทบาทอย่างมาก เกิดคำถามว่า เอไอจะมาแทนที่มนุษย์หรือไม่
มองในภาพรวมเทคโนโลยีเอไอเติบโตเร็วมาก บริษัทเทคเองก็เร่งลงทุนในเอไอแทนการจ้างแรงงานมนุษย์ส่งผลให้การจ้างงานลดลง ตัวเลขการเลย์ออฟจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Meta, Microsoft, Snap และอื่นๆ มีให้เห็นชัดเจน ที่เป็นเช่นนี้เพราะบริษัททั้งหลายกำลังเร่งลดต้นทุนและยกระดับผลิตภาพ ต้องยอมรับว่า งานซ้ำๆ เอไอเข้ามาแทนที่ได้ดีและรวดเร็ว แต่หลายอาชีพก็ไม่ได้หายไปแค่ “เปลี่ยนทักษะ” เช่น ฝ่ายบริการลูกค้าเอไอช่วยตอบคำถามง่ายๆ พื้นฐาน แต่เมื่อต้องจัดการกับเคสที่ซับซ้อนก็ต้องใช้คน หรืองานด้านการเงิน/สื่อสารมวลชน เอไอใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล แต่คนต้องเป็นผู้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ดังนั้นคำอธิบายที่ว่า "เอไอไม่ได้ฆ่างานแต่กำลังคัดคนที่ปรับตัวไม่ทัน” จึงรับฟังได้ และอาจเป็นคำอธิบายที่ตรงกับความเป็นจริงที่สุดในห้วงเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องพิจารณาให้ลึกกว่านั้น ไม่ใช่เพียงว่ามนุษย์จะ “อยู่รอด” ในตลาดแรงงานได้อย่างไร แต่คือ “คุณค่าของแรงงานมนุษย์” จะถูกนิยามใหม่อย่างไรในยุคที่เครื่องจักรคิดได้และเรียนรู้ได้เอง สิ่งที่เอไอยังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ คือ “Human Touch” หรือมิติความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ การตัดสินใจบนพื้นฐานจริยธรรม รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นทักษะเสริม แต่กำลังกลายเป็น “แกนหลัก” ของแรงงานในอนาคต
ในมุมของภาคธุรกิจ การใช้เอไออาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่หากองค์กรใดมุ่งพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงด้านเดียว โดยลดทอนบทบาทของมนุษย์ลงมากเกินไป ก็อาจต้องแลกกับความเชื่อมั่นของลูกค้าและคุณภาพของการตัดสินใจในระยะยาว เพราะในท้ายที่สุด “ข้อมูล” อาจบอกได้ว่าอะไรควรทำ แต่ “มนุษย์” เท่านั้นที่ตัดสินได้ว่าอะไรถูกต้อง วันแรงงานในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการระลึกถึงอดีตของผู้ใช้แรงงาน หากแต่เป็นจุดตั้งต้นของคำถามสำคัญต่ออนาคตว่า แรงงานมนุษย์จะยืนอยู่ตรงไหนในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
คำตอบอาจไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง “คน” หรือ “เอไอ” แต่คือการสร้างสมดุลใหม่ ที่มนุษย์สามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ขณะเดียวกันก็รักษาและยกระดับคุณค่าความเป็นมนุษย์ไว้ได้อย่างมั่นคง เพราะในวันที่อัลกอริทึมทำงานแทนเราได้มากขึ้น สิ่งที่ทำให้แรงงานมนุษย์ยังคงมีความหมาย ไม่ใช่เพียงความสามารถในการทำงาน แต่คือความสามารถในการ “เข้าใจความเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง”


