วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

รื้อโครงสร้างพลังงานรับค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม

รื้อโครงสร้างพลังงานรับค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม

ประเด็นเรื่อง “ค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม” ยังคงเป็นคำถามตัวโตๆ สำหรับสังคมและเศรษฐกิจไทยว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นความจริงหรือเพียงแค่ความฝัน เพราะโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ ตามคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)มีผลบังคับเมื่อต้นปี 2569 นำไปสู่รูปแบบ Energy Pool Price

    โดยแยกราคาก๊าซตามลักษณะการใช้งาน เกิด “ก๊าซ 2 ราคา” ที่ทำให้กลุ่มผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมทั่วไป และภาคขนส่ง (NGV) มีต้นทุนก๊าซในราคา 287 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งเป็นราคาพูลที่เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจากอ่าวไทย เมียนมา และ LNG นำเข้า ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีใช้ก๊าซจากอ่าวไทยในราคา 196 บาทต่อล้านบีทียู 
    ส่วนต่างที่สูงถึง 91 บาทต่อล้านบีทียู หรือคิดเป็น 46% นี้ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วไปและผู้ผลิตไฟฟ้าตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมแล้วจริงหรือไม่ จะสามารถแก้ปัญหาค่าไฟแพงได้อย่างยั่งยืน หรือสร้างความเหลื่อมล้ำทางต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมรุนแรงขึ้นกว่าเดิม แม้กระทรวงพลังงานจะพยายามชี้แจงว่าโครงสร้างใหม่นี้ได้มีกลไกช่วยเหลือ โดยกำหนดให้ก๊าซจากอ่าวไทยที่เข้าสู่โรงแยกก๊าซธรรมชาติต้องลดราคาลง 10% ก่อนนำก๊าซส่วนที่เหลือไปรวมในระบบ Pool Gas ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือให้กลุ่มโรงแยกก๊าซลดกำไรลงเพื่อช่วยกดราคาพูลรวมให้ต่ำลง อันจะส่งผลให้ค่าไฟของประชาชนลดลงตามไปด้วย

     รวมทั้งมีการควบคุมให้ผู้ค้าก๊าซ (Shipper) เร่งนำเข้า LNG ในราคาที่ต้องต่ำกว่าดัชนีตลาดโลก (JKM) เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและบรรเทาผลกระทบในระยะยาว การบริหารจัดการลักษณะนี้จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายได้ ทว่ายังมีความกังวลในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าครัวเรือนและ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมประกอบด้วย อุตสาหกรรมแก้วและกระจก, กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า, กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก, กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก, กลุ่มอุตสาหกรรมหลังคาและอุปกรณ์, กลุ่มอะลูมิเนียม และกลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ที่ต้องแบกต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

    ภาคเอกชนรวมถึงสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (APPP) เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและกลับไปใช้นโยบาย Single Pool Gas แบบที่เคยใช้ในช่วงปี 2567-2568 ซึ่งทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มผลิตไฟฟ้าใช้ก๊าซในราคาเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อต้นทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโมเดลค่าไฟขั้นบันไดที่ช่วยลดภาระให้ประชาชนรายย่อย “ค่าไฟที่เป็นธรรม” จะเป็นความจริงได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพลังงานทั้งระบบอย่างรอบด้าน อย่างจริงจังหรือไม่ 
    การปรับโครงสร้างพลังงานต้องดำเนินการหลายอย่างควบคู่ ทั้งการลดพึ่งพาการนำเข้า LNG การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และการกระจายความเสี่ยงของแหล่งพลังงาน การมีต้นทุนพลังงานที่สะท้อนต้นทุนจริง และมีเสถียรภาพ คือรากฐานและกุญแจสำคัญที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนแห่งอนาคต เช่น อุตสาหกรรม Data Center และ AI รัฐบาลจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงสร้างใหม่นี้ยึดหลักการกลางที่แฟร์กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยการแลกกับต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมและประชาชน มิเช่นนั้น ค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมก็จะยังคงยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง